เข้าสู่ระบบผ่าน

ทะลุมิติ เปลี่ยนชะตา ชีวิตนี้ของข้าต้องรุ่งโรจน์ นิยาย บท 236

บทที่ 236 ยืนกรานไม่ขาย!

“แม่นางเสียวเป่ย ยินดีที่ได้พบ”

นายน้อยเหวินเหยวียนกล่าวด้วยรอยยิ้มบนใบหน้า “เมื่อได้ยินตำนานของแม่นาง ข้าเองอดใจไม่ได้ที่จะมาชื่นชมแม่นางด้วยตัวเอง ต้องขออภัยด้วยที่ข้ามารบกวน หวังว่าแม่นางจะไม่เอ่ยตำหนิกัน”

ดังคำพูดที่ว่าดีมาก็ดีตอบ เพราะอย่างไรเสียคนที่ถังเสียวเป่ยเกลียดก็คือโจวฉางหลิน และนางก็ไม่รู้ว่านายน้อยเหวินเหยวียนคือใคร เมื่อเขาเริ่มที่จะทักทายนางเช่นนี้ ถังเสียวเป่ยก็มิอาจเสียมารยาทต่อเขาได้

นางเองไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากยิ้มและโค้งคำนับเล็กน้อย “เสียวเป่ยทำความเคารพนายน้อยเหวินเหยวียน”

จากนั้นนางก็หันไปมองโจวฉางหลิน “มิทราบว่านายท่านโจวมาที่นี่มีเรื่องอะไรหรือ?”

“ประการแรก ข้าอยากจะมาเยี่ยมเยียนแม่นาง และประการที่สอง ข้าต้องการหารือเรื่องความร่วมมือกับแม่นาง” โจวฉางหลินตอบ

“ความร่วมมือ?” ถังเสียวเป่ยถามอย่างรู้ทัน “ความร่วมมืออะไรหรือ?”

“ข้าอยากซื้อสบู่หอมจากแม่นางเป็นจำนวนมาก หวังว่าแม่นางจะพอมีส่วนลดให้บ้าง”

ผู้ซื้อมักจะต่อรองราคากับผู้ขายมาตั้งแต่สมัยโบราณ โจวฉางหลินผู้มีประสบการณ์ในการค้าย่อมรู้เรื่องนี้เป็นอย่างดี

แม้ว่าเขาจะต้องการบางอย่างจากถังเสียวเป่ยแต่เขาก็ยังต้องทำตัวเหมือนเป็นลูกค้ารายใหญ่

น่าเสียดายที่ถังเสียวเป่ยไม่ตอบรับข้อเสนอนั้น

“ข้าต้องขอโทษนายท่านโจวด้วย แต่สบู่หอมนั้นหมดแล้ว” ถังเสียวเป่ยส่ายศีรษะพร้อมเอ่ยปฏิเสธ

“แม่นางเสียวเป่ย พวกเราต่างก็ทำการค้าด้วยกันทั้งคู่ ข้ารู้ว่าเจ้ายังพอมีสินค้าหลงเหลืออยู่ อย่าปฏิเสธกันเลย” โจวฉางหลินกล่าว

“เสียวเป่ยจะหลอกลวงนายท่านโจวได้อย่างไรกัน สบู่หอมนั้นถูกขายออกไปหมดแล้วจริง ๆ”

“เอาล่ะ เอาล่ะ! เช่นนั้นข้าจะไม่ต่อรองราคา และจะซื้อสบู่หอมในราคากล่องละห้าตำลึงเงินเหมือนเดิม เจ้าว่าอย่างไร?”

โจวฉางหลินกล่าวว่า “แม่นางเสียวเป่ย ข้าหวังว่าเจ้าจะแจ้งให้ท่านอาจารย์จินทราบ ว่าข้านั้นต้องการสบู่หอมทั้งหมดหกร้อยกล่อง”

“นายท่านโจว เหตุใดจึงไม่เชื่อคำพูดของเสียวเป่ยหรือ?” ถังเสียวเป่ยกล่าว “กระบวนการทำสบู่หอมนั้นซับซ้อนมาก ของที่ขายไปก่อนหน้านี้ คือของที่สะสมไว้ในช่วงหกเดือนที่ผ่านมา ตอนนี้ที่จินชวนมีเหลือเพียงไม่กี่สิบกล่องเท่านั้น ไม่มีทางที่จะจัดหามาให้นายท่านได้ถึงหกร้อยกล่อง”

“สิ่งนี้…” โจวฉางหลินเงยหน้าขึ้นและมองไปที่ถังเสียวเป่ย แต่เขาไม่เห็นท่าทีที่บ่งบอกว่านางพูดโกหกแม้แต่น้อย

เขาจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเอ่ยอย่างสิ้นหวัง “ไม่กี่สิบกล่องก็ได้ ข้าต้องการซื้อทั้งหมด รบกวนแม่นางเสียวเป่ยส่งคนกลับไปเอาของมาที”

“ต้องขอโทษนายท่านโจวด้วย เพราะมีคนจองสบู่หอมเอาไว้ล่วงหน้าพันกว่ากล่อง หากนายท่านต้องการอาจจะต้องรอสักหน่อย” ถังเสียวเป่ยยังคงปฏิเสธ

แต่ในความเป็นจริง ไม่มีใครมาจองหรือวางเงินมัดจำทั้งนั้น เพียงแต่ถังเสียวเป่ยเห็นว่าโจวฉางหลินต้องการสบู่อย่างเร่งด่วน แต่นางไม่ต้องการขายให้เขาก็เท่านั้น

อย่างไรเสียเรื่องการขายสบู่ นางก็ไม่มีอะไรต้องกังวลอยู่แล้ว

เมื่อเห็นว่าถังเสียวเป่ยยังคงยืนกรานเช่นนั้น โจวฉางหลินก็ไม่สามารถสงบสติอารมณ์ได้อีกต่อไป น้ำเสียงของเขาเริ่มเจือไปด้วยความร้อนรน

“แม่นางเสียวเป่ย อย่างไรเรื่องก็มาถึงขั้นนี้แล้ว เช่นนั้นข้าจะขอพูดกับแม่นางตรง ๆ แล้วกันว่า ตอนนี้ข้ากำลังรีบร้อนและต้องการสบู่หอมจริง ๆ เจ้าช่วยหาสบู่หอมมาให้ข้าสักชุดก่อนได้หรือไม่ หากมีไม่ถึงหกร้อยกล่อง ข้าขอสักสองร้อยกล่องก่อนก็ยังดี”

เมื่อโจวฉางหลินเห็นว่าใช้ไม้แข็งไม่ได้ เขาก็เปลี่ยนกลยุทธ์ทันที เจ้าตัวยกมือประสานกันแล้วพูดว่า “แม่นางเสียวเป่ย ครั้งนี้ช่วยข้าสักครั้งได้หรือไม่ แล้วข้าจะไม่ลืมความช่วยเหลือของเจ้าในครั้งนี้เลย!”

“ข้าต้องขอโทษนายท่านโจวด้วย โดยปกติแล้วหากนายท่านเอ่ยปากกับข้าเช่นนี้ แน่นอนว่าข้าไม่มีทางปฏิเสธลงอย่างแน่นอน แต่ตอนนี้มีคนจ่ายเงินมัดจำสบู่หอมไว้แล้วจริง ๆ ข้าจึงไม่มีทางเลือกอื่น”

เมื่อถังเสียวเป่ยได้ยินโจวฉางหลินพูดเช่นนี้ นางยิ่งไม่สามารถรับปากได้ “ท่านอาจารย์ได้บอกข้าว่า ผู้คนจะไม่สามารถยืนหยัดได้ หากปราศจากความจริงใจและการค้าจะไม่สามารถเจริญรุ่งเรืองได้หากปราศจากความไว้วางใจ ในเมื่อข้าได้สัญญากับผู้อื่นไว้แล้ว จะต้องไม่ผิดสัญญาเป็นอันขาด ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นคนที่ผิดคำพูดและไม่น่าคบค้าด้วย ข้าคงไม่สามารถช่วยพูดกับท่านอาจารย์ให้นายท่านได้จริง ๆ”

“ถ้าเช่นนั้นแม่นางเสียวเป่ยบอกข้าทีว่าผู้ที่วางเงินมัดจำผู้นั้นเป็นใคร ข้าจะไปคุยกับเขาเอง”

โจวฉางหลินกล่าวอย่างช่วยไม่ได้

เมื่อถึงเสียวเป่ยมาถังทางตัน นางจึงทำได้เพียงเลี่ยงไปทางอื่นเท่านั้น

การที่นางอาศัยอยู่ที่กวางเหยวียนมาหลายปีไม่สูญเปล่า ถึงแม้จะไม่ใช่หนึ่งในตระกูลที่ร่ำรวยอันดับต้น ๆ แต่แน่นอนว่าโจวฉางหลินผู้นี้ก็ต้องเคยพบเจอกับตระกูลร่ำรวยอื่น ๆ มาบ้าง

นอกจากนี้เขายังเห็นแล้วว่า ไม่ใช่ว่าโจวฉางหลินไม่ต้องการช่วยเหลือ แต่สบู่หอมนั้นเป็นที่ต้องการจริง ๆ

“ช่วงนี้หลาย ๆ ตระกูลรวมถึงหอนางโลมหลายแห่งต่างก็มาซื้อสบู่หอมไปเป็นจำนวนมาก ตอนนี้ข้าทำได้แค่รอว่าจะแย่งชิงสบู่หอมมาจากพวกเขาเหล่านั้นได้หรือไม่”

โจวฉางหลินกล่าวต่อ “เพียงแต่นายน้อยอาจจะต้องอยู่ที่กวางเหยวียนนี้สักพัก ต้องออกตัวก่อนว่าข้าไม่รับประกันว่าสุดท้ายแล้วนายน้อยจะได้สบู่หอมไปมากเท่าใด”

“เช่นนั้นข้ารบกวนท่านลุงโจวด้วย” นายน้อยเหวินเหยวียนกล่าว

“ไม่มีปัญหา ไม่มีปัญหา!”

โจวฉางหลินโบกมืออย่างรวดเร็ว แล้วตะโกนเรียกลูกชายคนเล็ก “เต๋ออู้ เจ้าต้องปฏิบัติต่อนายน้อยเหวินเหยวียนให้ดีในขณะที่เขายังพักอยู่ในกวางเหยวียน หากข้ารู้ว่าเจ้าละเลยนายน้อย ข้าจะจัดการเจ้า!”

แม้ว่าลูกชายคนเล็กจะไม่เป็นไปตามความคาดหวัง แต่เขาก็เก่งในเรื่องการกินดื่ม และการสร้างความสนุกสนานจึงเหมาะอย่างยิ่งที่จะมอบหมายให้อีกฝ่ายสร้างความบันเทิงให้กับนายน้อยเหวินเหยวียน

“ท่านพ่อไม่ต้องห่วง ข้าสัญญาว่านายน้อยเหวินเหยวียนจะมีช่วงเวลาดี ๆ และได้กินดื่มอย่างมีความสุขแน่นอน!”

โจวเต๋ออู้ทุบหน้าอกของตนเองอย่างตื่นเต้นและให้สัญญา

เพราะตอนนี้เขาสามารถผลาญเงินที่บ้านและออกไปเที่ยวสนุกได้โดยไม่ต้องกลัวว่าจะโดนตำหนิ…

เมื่อเห็นลูกชายคนเล็กจากไปพร้อมกับนายน้อยเหวินเหยวียน รอยยิ้มบนใบหน้าของโจวฉางหลินก็ค่อย ๆ จางหายไป

เขากลายเป็นพ่อค้าผ้าอันดับหนึ่งในกวางเหยวียนได้อย่างไรน่ะหรือ?

ในปีนั้นที่งานเทศกาลประจำปี โจวฉางหลินได้พบกับกั๋วกง และด้วยทักษะการเยินยอที่ยอดเยี่ยมของเขาทำให้เขาสามารถสร้างรอยยิ้มและความสนุกให้กั๋วกงได้ด้วยคำพูดเพียงไม่กี่คำ จากนั้นกั๋วกงก็ตกลงที่จะจัดซื้อบรรณาการสิ่งทอประจำปีกับโจวฉางหลินโดยไม่ได้ตั้งใจ

โจวฉางหลินอาศัยคุณสมบัตินี้ในการเริ่มต้นกิจการของเขา จากนั้นเขาก็ค่อย ๆ เติบโตขึ้น โดยรับปันส่วนจากเมืองหลวงมากขึ้นเรื่อย ๆ

แต่สถานการณ์เช่นนี้หยุดลงเมื่อไม่กี่ปีก่อน ท้ายที่สุดตระกูลโจวในเมืองหลวงก็มีประชากรจำนวนมาก เพียงแค่ค่าครองชีพของสมาชิกในตระกูลก็เป็นค่าใช้จ่ายมหาศาล ตระกูลโจวในเมืองหลวงเองก็ต้องหาเงินเช่นกัน จึงมีการคัดเลือกคนจากตระกูลสายตรงเพียงไม่กี่คนและตั้งโรงงานสิ่งทอใกล้เมืองหลวงเพื่อดำเนินการด้วยตนเอง

ส่วนแบ่งของโจวฉางหลินจึงค่อย ๆ ลดลงในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ในที่สุดเขาก็พบโอกาสที่จะทำให้ตระกูลในเมืองหลวงพอใจได้ เขาจะต้องคว้ามันไว้ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม!

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติ เปลี่ยนชะตา ชีวิตนี้ของข้าต้องรุ่งโรจน์