เข้าสู่ระบบผ่าน

ทะลุมิติ เปลี่ยนชะตา ชีวิตนี้ของข้าต้องรุ่งโรจน์ นิยาย บท 240

บทที่ 240 ลูกธนูหัวนกหวีด

ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก

ตั้งแต่ยามที่ชายสวมหน้ากากวิ่งออกมาไปจนถึงการทำให้ถังเสียวเป่ยหมดสติและอุ้มตัวนางออกไป โดยรวมใช้เวลาไปไม่ถึงสิบลมหายใจด้วยซ้ำ

ผู้ดูแลร้านตกใจจนตะลึงไปอยู่นาน ก่อนจะมีปฏิกิริยาตอบกลับเป็นการส่งเสียงร้องด้วยความหวาดกลัว

“ใครก็ได้ ช่วยด้วย! แม่นางเสียวเป่ยถูกลักพาตัวไปแล้ว!”

ร้านค้าทุกร้านในตลาดนายหน้ามีผู้คุ้มกันที่คอยดูแลทาสเพื่อป้องกันไม่ให้พวกเขาก่อปัญหา

เมื่อได้ยินเสียงกรีดร้องของผู้ดูแลร้าน ผู้คุ้มกันสามคนก็วิ่งเข้ามาพร้อมไม้ในมือทันที

เขาบังเอิญไปชนกับชายสวมหน้ากากตรงหน้าเข้า

ผู้คุมที่อยู่ข้างหน้าไม่พูดอะไร เพียงหยิบไม้ยาวขึ้นมาและทุบตีชายสวมหน้ากากทันที

แต่ชายสวมหน้ากากกลับเร็วกว่า เพราะทันทีที่ไม้นั้นเหวี่ยงลงมาได้ครึ่งทาง เขาก็กระโดดเตะผู้คุมตรงกลางอก

นั่นทำให้ผู้คุมถอยหลังไปมากกว่าสามจั้ง หลังของเขากระแทกเข้ากับกำแพงอย่างแรง

จากนั้นเลือดก็พุ่งออกมาจากปาก เขาเอามือกุมหน้าอกด้วยความเจ็บปวด เห็นได้ชัดว่าเขาถูกเตะเข้าที่ซี่โครงจนได้รับบาดเจ็บ

ก่อนที่ผู้คุ้มอีกสองคนที่เหลือจะทันได้ตอบสนอง พวกเขาก็ถูกชายสวมหน้ากากจัดการทีละคนในช่วงเวลาอันรวดเร็ว

ที่หน้าประตู อาหลานยังวิ่งไปได้ไม่ไกล จากนั้นก็ได้ยินเสียงตะโกนของผู้ดูแลร้าน จู่ ๆ หัวใจของนางก็เต้นแรงพร้อมตะโกนบอกทหารหญิงอีกสามคนด้วยความหวาดกลัวว่า

“ไม่ต้องห่วงเรื่องรถม้า กลับไปคุ้มกันคุณหนูก่อนเร็ว!”

ขณะที่ตะโกน ตัวนางก็หันหลังกลับและรีบตรงไปที่ร้านอย่างรวดเร็ว

ในขณะที่วิ่ง นางก็ถอดหน้าไม้ออกจากเอวอย่างว่องไว

เมื่อวิ่งไปถึงทางเข้าร้าน อาหลานก็เห็นชายสวมหน้ากากอุ้มถังเสียวเป่ยไว้บนหลัง เขากำลังเตะผู้คุมคนสุดท้ายออกไปให้พ้นทาง

อาหลานหรี่ตาลงเล็กน้อยพร้อมยกหน้าไม้ในมือขึ้นทันที

จากนั้นนางก็เล็งและเหนี่ยวไกออกไปอย่างรวดเร็ว!

ลูกธนูพุ่งเข้าใส่ชายสวมหน้ากากทันทีหนึ่งดอก!

แต่ดูเหมือนว่าชายสวมหน้ากากจะเป็นผู้ที่มีฝีมือดีเลยทีเดียว เมื่อได้ยินเสียงลูกธนูพุ่งมา เขาไม่แม่แต่จะหันกลับมามอง แต่รีบเบี่ยงกายหลบไปด้านข้างทันที

ปัก!

ลูกศรนั้นผ่านเอวของชายสวมหน้ากากและตอกเข้าที่แผงประตูด้านหลัง

ชายสวมหน้ากากรีบวิ่งเข้าไปในลานทันทีขณะที่ยังแบกถังเสียวเป่ยเอาไว้

ทันทีที่อาหลานเห็นว่ายิงพลาดไป นางก็รีบไล่ล่าเขาพร้อมกับหน้าไม้ในมือทันที

ขณะที่วิ่ง อาหลานก็รีบหมุนรอกกว้านและง้างหน้าไม้อีกครั้ง

แต่กว่านางจะไล่ตามไปจนถึงลานด้านใน ชายสวมหน้ากากก็ไปถึงกำแพงลานบ้านแล้ว

อาหลานปล่อยลูกธนูอีกดอกไปที่หลังของชายสวมหน้ากากอย่างไม่ลังเล

อย่างไรก็ตาม ชายสวมหน้ากากดูเหมือนจะเดาการเคลื่อนไหวของอาหลานได้แล้ว เพราะเมื่อเขาได้ยินเสียงฝีเท้ามาถึงลานด้านหลัง เขาก็หลบเลี่ยงได้ในทันที

และครั้งนี้ลูกธนูที่ปล่อยออกมาก็พลาดเป้าอีกครั้ง เพราะว่าลูกธนูนั้นตอกเข้าไปที่ผนังลานบ้าน!

ขณะที่อาหลานกำลังหมุนรอกว้าน ชายสวมหน้ากากก็ใช้เท้าขวาของเข้าเหยียบเข้าที่บริเวณขอบแปรงดอกไม้ พร้อมอุ้มถังเสียวเป่ยกระโดดข้ามกำแพงลานที่สูงสิบจั้งไปได้อย่างง่ายดาย

ดวงตาของอาหลานในตอนนี้เต็มไปด้วยความกังวล นางเก็บหน้าไม้ไว้ที่เอวแล้วรีบวิ่งไปที่กำแพงลานบ้าน จากนั้นก็เลียนแบบชายสวมหน้ากากโดยการเหยียบเข้าที่ขอบของแปรงดอกไม้แล้วกระโดดขึ้นสูงกลางอากาศ

น่าเสียดายที่นางไม่มีทักษะเหมือนอีกฝ่าย และความสูงจากการกระโดดก็ไม่สูงพอที่จะพ้นกำแพงลานบ้านไปได้

เพื่อป้องกันไม่ให้ทาสหลบหนี จึงมีหนามแหลมคมอยู่บนกำแพงของตลาดนายหน้า ทันใดนั้นมือของอาหนานก็ถูกหนามแหลมแทงจนเลือดออก นางล้มลงกับพื้นเสียงดังตุ้บ

จากนั้นทหารหญิงที่เหลือก็รีบเข้ามา

“อาหลาน มือของเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?”

“อาหลาน คุณหนูเสียวเป่ยล่ะ?”

ทหารหญิงทั้งสามเริ่มกังวล เมื่อเห็นว่าอาหลานเป็นเพียงคนเดียวที่อยู่ในลานแห่งนี้ แต่ไม่เห็นแม้แต่เงาของถังเสียวเป่ย

“เร็วเข้า ช่วยส่งข้าข้ามกำแพงเร็ว!”

อาหลานไม่มีเวลาอธิบาย นางวิ่งถอยหลังออกมาและออกคำสั่งทันที

ทหารหญิงเองก็ตอบสนองอย่างรวดเร็ว ทหารหญิงสองคนหมอบลงข้างกำแพง ประสานมือเข้าด้วยกันเพื่อเป็นฐานให้อาหลานเหยียบข้ามไป

ห่างออกไปกว่าสามสิบจั้ง ต้าหลิวและทหารผ่านศึกสองสามคนรักษาจังหวะรถม้าได้ในที่สุด

ทันใดนั้นก็มีเสียงหวีดหวิดดังขึ้นบนท้องฟ้า

การแสดงออกของทหารผ่านศึกทั้งหมดเปลี่ยนไป พวกเขาเงยหน้าขึ้นมองไปยังต้นเสียง

“แย่แล้ว แม่นางเสียวเป่ย!”

พวกต้าหลิวทิ้งรถม้าและหันหลังกลับไปทางตลาดนายหน้าทันที

ขณะวิ่งเขาก็ตะโกน “ทุกคน เร็วเข้า!”

ไม่ต้องมีการออกคำสั่ง ทหารผ่านศึกทุกคนรีบเร่งไปที่ตลาดนายหน้าด้วยความแข็งแกร่งของพวกเขา

ตลาดอยู่ห่างออกไปเพียงสามสิบจั้งเท่านั้น และทหารผ่านศึกก็ไปถึงที่นั่นในเวลาเพียงอึดใจเดียว

ไม่รอให้ต้าหลิวถามคำถาม ทหารหญิงที่รออยู่ที่ประตูรีบพูดว่า “แม่นางเสียวเป่ยถูกลักพาตัว ตอนนี้อาหลานกับอาเจินกำลังแยกย้ายออกตามหา อาเตี๋ยมุ่งไปที่ประตูทิศเหนือของตลาด อาหลานกำชับให้เจ้าช่วยกระจายกำลังปิดทางเข้าออกอื่น ๆ ในบริเวณใกล้เคียงด้วย”

หลังจากพูดอย่างนั้น โดยไม่รอคำตอบของต้าหลิว ทหารหญิงขึ้นไปบนหลังม้าศึกและมุ่งหน้าไปที่จวนจวิ้นโส่ว

เมื่อต้าหลิวได้ยินว่าถังเสียวเป่ยถูกลักพาตัว เขาก็ตกใจมากจนเหงื่อแตกและตะโกนว่า “โหวจื่อ เจ้าไปที่ถนนผิงอัน ต้าเฉียงไปที่ซีเจียโข่ว อาต๋าไปที่หนานเจียโข่ว หากพบร่องรอยของแม่นางเสียวเป่ยให้ส่งสัญญาณด้วยลูกธนูหัวนกหวีด!”

“รับทราบ!”

ทหารผ่านศึกหลายคนหันหลังกลับและรีบไปยังตำแหน่งที่ตนได้รับมอบหมาย

ขณะที่ต้าหลิวและอาหลานกำลังวิ่งอย่างเร่งรีบ ในสถานที่ห่างไกลที่อยู่ห่างออกไปไม่กี่สิบจั้ง มีชายสวมหน้ากากคนหนึ่งอุ้มถังเสียวเป่ยขึ้นรถม้า

ในรถม้ามีชายร่างกำยำสองคนและหญิงวัยกลางคนหนึ่งคน

“จับตาดูนางให้ดี” ชายสวมหน้ากากวางถังเสียวเป่ยลง “หากนางหนีไปได้ เจ้าได้ไปรับค่าตอบแทนที่เหลือในนรกแน่”

“ใต้เท้าวางใจเถิด พวกข้าทั้งสามจะไม่มีวันทำผิดพลาดและจะจับตามองนางไม่ให้คลาดสายตา”

ชายคนหนึ่งเอ่ยรับปากพร้อมทุบหน้าอกของตนเองอย่างหนักแน่น

“อีกอย่าง นางคือคนที่นายน้อยของข้าต้องการตัว อย่าคิดอะไรเกินเลย หากมีใครกล้าแตะแม้แต่ปลายเส้นผมของนาง ข้าจะฆ่าพวกเจ้าทั้งครอบครัว!”

ชายสวมหน้ากากจ้องมองชายสองคนอย่างดุเดือดและข่มขู่อย่างไม่ปรานี

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติ เปลี่ยนชะตา ชีวิตนี้ของข้าต้องรุ่งโรจน์