เข้าสู่ระบบผ่าน

ทะลุมิติ เปลี่ยนชะตา ชีวิตนี้ของข้าต้องรุ่งโรจน์ นิยาย บท 260

บทที่ 260 พูดคุยยามค่ำคืน

“เป็นไปตามคาด แม่ทัพที่เคยลงสนามรบ มักจะพูดจาตรงไปตรงมาเสมอ”

จวิ้นโส่วเองก็เคยเป็นทหารผ่านศึกมาก่อน เขาเงียบไปพักใหญ่ก่อนจะโต้ตอบ “ดูเหมือนว่าท่านอาจารย์จะเหนื่อยมากจริง ๆ เช่นนั้นข้าก็จะไม่อ้อมค้อมแล้ว”

“เชิญจวิ้นโส่วพูดมาได้เลย”

ในชีวิตที่แล้วของเขา จินเฟิงเกลียดสำบัดสำนวนที่เป็นการชักแม่น้ำทั้งห้ามากที่สุด และเขาก็คร้านเกินกว่าจะเดาความหมายของคำพูดคนอื่น

หากยังอยู่ข้างนอก เขาจะยอมให้ความร่วมมือกับจวิ้นโส่วเพื่อเป็นการไว้หน้าอีกฝ่าย

แต่ในที่นี่ตอนนี้ มีเพียงเขาและจวิ้นโส่วสองคนเท่านั้น จินเฟิงไม่มีเรี่ยวแรงมากพอที่จะใช้เวลาไปกับการพูดพล่ามของคนตรงหน้า

เพราะหากยังพอมีเวลาเหลือ เขาเองก็อยากที่จะกลับไปหยอกล้อกับถังเสียวเป่ยมากกว่า

“ท่านอาจารย์น่าจะรู้จักตัวตนของโจวเหวินเหยวียนแล้วใช่หรือไม่?” จวิ้นโส่วถาม

“ข้ารู้ว่าเขามาจากตระกูลโจวในเมืองหลวง ว่ากันว่าเขามีสถานะอยู่บ้างในตระกูลโจว”

“ในเมื่อท่านอาจารย์ทราบเรื่องนี้แล้ว เหตุใดยังขอให้ข้าออกหนังสือปิดประกาศจับเล่า?”

จวิ้นโส่วกล่าวเพียงว่า “ตราบใดที่ผู้กระทำผิดหลักถูกจับได้ โจวเหวินเหยวียนก็เป็นเพียงคนที่ไม่ได้สลักสำคัญอะไร โปรดฟังคำแนะนำของข้าและหยุดติดตามเรื่องนี้เถิด ข้าจะจัดการเรื่องนี้เอง”

“ใต้เท้าจวิ้นโส่ว เจ้าคิดว่าเรื่องนี้เพียงแค่ข้าเอ่ยปากก็จะจบอย่างนั้นหรือ?”

จินเฟิงกล่าวว่า “หากข้าไม่ตามคดีนี้ต่อ โจวเหวินเหยวียนจะไม่ถูกดำเนินคดีหรือ?”

อันที่จริงเขารู้มานานแล้วว่า เป็นไปไม่ได้ที่จวิ้นโส่วจะออกหนังสือจับกุมโจวเหวินเหยวียน ชายหนุ่มเพียงต้องการทดสอบทัศนคติของจวิ้นโส่วผู้นี้เท่านั้น

และตอนนี้เขาก็รู้ผลแล้ว

จวิ้นโส่วผู้นี้แก่ชราเกินไปจริง ๆ และไม่มีจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ บางทีเขาอาจแค่อยากทำงานเงียบ ๆ จนกว่าจะเกษียณ

“เรื่องนี้ท่านอาจารย์วางใจได้เลย เจ้าได้ทวงคืนความยุติธรรมให้กับเหล่าทหารผู้เสียสละแล้ว ข้าจะให้การสนับสนุนท่านอาจารย์อย่างเต็มที่”

จวิ้นโส่วกล่าวอย่างมั่นใจ “เย็นวันนี้ข้าจะเขียนหนังสือรายงานต่อราชสำนักเพื่อลงโทษโจวเหวินเหยวียน และเขาจะไม่กล้ากลับมาเหยียบที่กวางเหยวียนอีก”

ในความเป็นจริง จวิ้นโส่วเองก็อยู่ในสถานการณ์เดียวกันกับจินเฟิง เพราะพฤติกรรมของโจวเหวินเหยวียน เหมือนกับการเหยียบหน้ากัน หากเขาปล่อยไป ไม่เพียงแต่เขาจะกลายเป็นตัวตลกในแวดวงราชการเท่านั้น แต่อาจถูกดูหมิ่นดูแคลนด้วย จากนั้นทุกคนก็จะมารังแกเขามากขึ้นเรื่อย ๆ

จวิ้นโส่วจึงต้องออกหนังสือและเรียกร้องให้มีการลงโทษโจวเหวินเหยวียนเพื่อแสดงจุดยืนของตนเอง

ส่วนทางราชสำนักจะจัดการอย่างไรนั้น นั่นไม่ใช่เรื่องของเขา…

สำหรับโจวเหวินเหยวียน หลังจากสร้างหายนะครั้งใหญ่นี้ มันคงแปลกไปหน่อยถ้าตระกูลโจวยอมให้เขาออกมาทำตัวกร่างอีก

เพราะสุดท้ายอย่างไรจวิ้นโส่วก็ต้องส่งเรื่องร้องเรียนอยู่แล้ว ดังนั้นตอนนี้ทำดีกับจินเฟิงไว้ก่อนดีกว่า

“เช่นนั้น ข้าต้องขอบคุณใต้เท้าจวิ้นโส่วมาก”

การที่จินเฟิงพูดถึงโจวเหวินเหยวียนเพียงเพราะเขาต้องการหยั่งเชิงเท่านั้น

ในเมื่อจวิ้นโส่วเต็มใจที่จะจัดการปัญหาก็นับว่าเป็นเรื่องดี

“เรื่องนั้นเราปล่อยไปก่อนเถิด ท่านอาจารย์รอฟังข่าวจากข้าได้เลย”

จวิ้นโส่วรินชาให้จินเฟิงและเอ่ยถามทันที “ไม่ทราบว่าท่านอาจารย์คิดอย่างไรกับโจวฉางหลินหรือ?”

“โจวฉางหลิน?”

จินเฟิงสะดุ้งเล็กน้อย

เมื่อครู่ยังพูดถึงโจวเหวินเหยวียนอยู่ดี ๆ ทำไมจู่ ๆ ถึงได้โยงไปถึงโจวฉางหลินได้?

แม้ว่าคนทั้งสองจะมีความเกี่ยวข้องกัน แต่นี่ก็เป็นการเปลี่ยนเรื่องที่เร็วไปหน่อยกระมัง

จวิ้นโส่วกล่าวต่อ “หากข้าจำไม่ผิด ท่านอาจารย์ไม่ได้สนใจในชื่อเสียง แต่สนใจเรื่องการถลุงเหล็กและการค้าขายมากกว่าจริงหรือไม่?”

จินเฟิงมองไปที่จวิ้นโส่วและไม่ได้เอ่ยปฏิเสธ

“เนื่องจากท่านอาจารย์สนใจในวิถีของพ่อค้า ท่านอาจารย์ก็ควรมีมิตรเพื่อเปิดโอกาสในการสร้างรายได้”

จวิ้นโส่วกล่าวว่า “เมื่อส่งหนังสือของข้าออกไปแล้ว ทางราชสำนักจะส่งคนมาสอบสวนอย่างแน่นอน แต่เพราะเรื่องนี้ยังไม่เกิดขึ้น นั่นจะไม่เท่ากับว่าท่านอาจารย์กำลังทำสงครามกับตระกูลโจวเหรอ นั่นเป็นการทำให้อำนาจในมือสั่นคลอนเปล่า ๆ ข้ามองว่าเรื่องนี้จะสร้างปัญหาให้ทูตสวรรค์โดยไม่จำเป็น”

ไม่ว่าจะเป็นจินเฟิงหรือโจวฉางหลิน พวกเขาต่างก็เป็นที่รู้จักในกวางเหยวียน เมื่อทั้งสองคนต่อสู้กันจะต้องส่งผลกระทบเป็นวงกว้างแน่นอน

ทูตสวรรค์ที่เขาพูดถึงไม่ใช่เทวดามีปีกในโลกตะวันตก แต่เป็นคำที่เอาไว้เรียกโอรสสวรรค์หรือฮ่องเต้

หากฝ่าบาททรงเห็นสถานการณ์นี้พระองค์จะรู้สึกว่าเขาจัดการกวางเหยวียนได้ไม่ดีนัก

“ข้าจะพิจารณาคำแนะนำของเจ้าอย่างรอบคอบ แต่โจวฉางหลินจะต้องให้คำอธิบายแก่เสียวเป่ย”

ครั้งนี้จินเฟิงไม่ได้แย้งคำพูดของจวิ้นโส่ว แต่รับฟังคำพูดของเขาจริง ๆ

ที่จวิ้นโส่วพูดก็ถูก ช่วงนี้มีหลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้นมากมาย ไม่เหมาะสมที่จะโจมตีตระกูลโจวเพราะสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น อาจเป็นเรื่องง่ายที่จะมีใครบางคนอาศัยจังหวะนี้เล่นงานเขา

หากตระกูลโจวในเมืองหลวงใช้เรื่องนี้เป็นข้ออ้างเพื่อเล่นงาน จินเฟิงก็คงไร้หนทางตอบโต้

“ท่านอาจารย์ไม่ต้องกังวล หากโจวฉางหลินไม่ไปอธิบายเรื่องราวทั้งหมดให้แม่นางเสียวเป่ยฟัง ข้าก็จะไม่ยอมปล่อยเรื่องนี้ไปเป็นแน่”

จวิ้นโส่วสังเกตเห็นว่าน้ำเสียงของจินเฟิงเริ่มผ่อนคลายลง เขาจึงรีบให้คำมั่นทันที

พวกเขาทั้งสองก็พูดคุยกันต่ออีกเล็กน้อยก่อนที่จินเฟิงจะลุกขึ้นแล้วกลับไป

หลังจากออกจากจวนจวิ้นโส่วแล้ว จินเฟิงกำลังจะขี่ม้าและกลับไปที่โรงเตี๊ยม แต่เขาก็ได้ยินเสียงใครบางคนตะโกนเรียกด้วยน้ำเสียงประหลาดใจก่อน “หืม ท่านอาจารย์จินหรือ?”

จินเฟิงหันกลับมาและเห็นหญิงสาวสวมชุดกระโปรงเข้ารูปสีเขียวยืนอยู่ไม่ไกลพร้อมส่งยิ้มมาให้

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติ เปลี่ยนชะตา ชีวิตนี้ของข้าต้องรุ่งโรจน์