เข้าสู่ระบบผ่าน

ทะลุมิติ เปลี่ยนชะตา ชีวิตนี้ของข้าต้องรุ่งโรจน์ นิยาย บท 273

บทที่ 273 สกัดกั้นโจรอีกสามกลุ่ม

“ข้ากำลังทำเพื่อเจ้า เหตุใดจึงกลายเป็นการทำร้ายเจ้าไปได้”

ทหารผ่านศึกกล่าวอย่างไม่เข้าใจ

เขาและต้าจ้วงอยู่ในกองร้อยเดียวกันในกองทัพเถี่ยหลินและเขาก็เป็นคนที่สอนต้าจ้วงต่อสู้

ทั้งสองร่วมรบกันหลายครั้งและพวกเขาก็ถือได้ว่าเป็นสหายคนสนิท

แม้ว่าตอนนี้ต้าจ้วงจะเป็นหัวหน้าแล้ว แต่ต้าจ้วงก็ยังคงเคารพเขาเป็นอย่างมาก

“พี่ถง พี่เพิ่งมาที่นี่ อาจจะยังไม่รู้นิสัยของท่านอาจารย์หรือซีเหอวานดี”

ต้าจ้วงกระซิบ “การฆ่าโจรที่สมควรตายสองสามคนไม่ใช่เรื่องใหญ่ แม้ว่าท่านอาจารย์ของข้าจะรู้ เขาก็แค่หักเงินข้าเท่านั้น อย่างมากที่สุดก็ครึ่งเดือนและเตะข้าอีกสองสามที เมื่อเรากลับไปต้องเขียนข้อสรุปหลังสงคราม ตอนนี้ในกองกำลังของเรามีทั้งทหารหญิงและหน่วยหมอทหาร เราไม่สามารถทำอะไรได้ตามอำเภอใจ หากพี่เหลียงรู้เข้าว่าพี่กับข้าร่วมมือกัน เราได้เก็บของกลับบ้านกันทั้งคู่แน่”

“ช้าเข้าใจแล้ว” หลังจากได้ยินดังนั้น ทหารผ่านศึกก็ยิ้มและพยักหน้า “ถ้าเช่นนั้นเจ้าช่วยเตะข้าสักทีเพื่อให้บทเรียนหน่อยเถิด”

“จะทำเช่นนั้นไปเพื่ออะไรกัน ปกติคนให้ท่านอาจารย์เตะเขายังไม่เตะเลย”

ต้าจ้วงพูดด้วยรอยยิ้ม “ทุกคนกินอาหารในถ้วยให้หมดโดยเร็วแล้วพยายามไปให้ถึงล่วนสือทานภายในสองชั่วยามเถิด จากนั้นก็ลองจุดไฟดู คอยดูว่าเราจะดึงดูดโจรกลุ่มอื่น ๆ ได้อีกหรือไม่”

เนื่องจากการต่อสู้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื้อแกะในกล่องข้าวของทหารผ่านศึกจึงยังอุ่นอยู่

แต่เนื่องจากบริเวณโดยรอบมีกลิ่นเลือดคละคลุ้งเลยทำให้ทหารหญิงที่เพิ่งเกณฑ์เข้ามาใหม่หลายคนรู้สึกคลื่นไส้

ทว่าทหารผ่านศึกและหมอทหารต่างก็ดูปกติและอิ่มท้องด้วยเนื้อแกะจากกล่องข้าวเพียงไม่กี่คำ

หลังจากไปล้างจานที่แม่น้ำ ต้าจ้วงก็ให้คนโยนร่างของโจรเข้าไปในป่าและกำลังจะขอให้อู่จั้วชันสูตรพลิกศพเพื่อคำนวณรางวัล

หลังจากจัดการกับสิ่งเหล่านี้แล้ว พวกเขาก็ออกเดินทางอีกครั้งและมุ่งหน้าตรงไปที่ล่วนสือทาน

ในเย็นวันเดียวกันนั้น ม้าศึกก็ได้พาทหารม้าและหัวหน้าโจรกลับไปที่ซีเหอวาน

ไม่จำเป็นต้องให้จางเหลียงทรมานเพื่อเปิดปาก หัวหน้าโจรก็เล่าทุกอย่างออกมาตามที่ถูกถาม

ซึ่งทุกคำตอบก็เหมือนกับสิ่งที่เขาพูดกับต้าจ้วงก่อนหน้านี้

ทหารม้าเสร็จสิ้นภารกิจและออกเดินทางก่อนที่จะได้หาอะไรรองท้อง

เพราะเขาต้องรีบกลับไปที่ล่วนสือทานเพื่อรวมตัวกันในคืนนี้

เขาทำผิดพลาดไปแล้วครั้งหนึ่ง หากไม่สามารถกลับไปได้ทันเวลา ต้าจ้วงต้องจัดการกับเขาเป็นแน่

ทันทีที่ทหารม้าออกไป ทหารม้าอีกสองหมู่ก็กลับมา

พวกเขาแต่ละคนยังจับโจรทั้งเป็นอีกด้วย

หลังจากการสอบสวน คำสารภาพที่เขาได้รับนั้นคล้ายคลึงกับคำสารภาพของหัวหน้าโจรคนแรก

“เห็นได้ชัดว่ามีคนกำลังมุ่งเป้าไปที่ซีเหอวาน” ชิ่งมู่หลานถาม “ท่านอาจารย์คิดว่าเป็นใคร?”

“จะเป็นใครได้อีกเล่า” จินเฟิงพูดด้วยความไม่พอใจ “ใครที่ได้ประโยชน์จากการกระทำนี้ก็ผู้นั้นนั่นแหละที่เป็นคนทำ”

“ใครได้ประโยชน์มากที่สุดหรือ?” ชิ่งมู่หลานคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วถามว่า “ท่านอาจารย์ หมายความว่าอย่างไร คนที่จ้างพวกโจรคือพวกโจรที่มาเก็บส่วยข้าวประจำปีอย่างนั้นรึ?”

“พวกโจรไม่มีความกล้าหาญและเงินจำนวนมากขนาดนั้น” จินเฟิงส่ายหัวแล้วพูดว่า “ข้าคิดว่าน่าจะเป็นพวกคนใหญ่คนโตที่อยู่เบื้องหลังพวกเขามากกว่า”

“พวกเขาลืมเรื่องโจวซือเหยียไปแล้วหรือ?!” ชิ่งมู่หลานพูดด้วยความโกรธ “กล้ามายั่วยุท่านอาจารย์ รนหาที่ตายจริง ๆ”

“อย่าดูถูกความโลภของผู้คน การเก็บเกี่ยวพืชผลประจำปีของพวกโจรทำให้พวกเขาได้รับประโยชน์มากมาย”

จินเฟิงหัวเราะเยาะ “นอกจากนี้ ข้าสามารถจัดการกับโจวซือเหยียได้เพราะตอนนั้นข้ามีหลักฐานว่าเขาสมรู้ร่วมคิดกับพวกโจร ทว่าตอนนี้ข้ากลับไม่มีหลักฐานที่จะกล่าวหาใคร”

มันเป็นไปไม่ได้เลย

แต่ครู่ต่อมา นางก็เห็นจางเหลียงพยักหน้า

“ถ้ำที่พวกโจรเลือกปักหลักมักจะป้องกันได้ง่ายและโจมตีได้ยาก แต่สถานที่ดังกล่าวก็ปิดล้อมได้ง่ายเช่นกัน”

“เหล่าเจิ้งกับข้าได้ตรวจสอบกลุ่มโจรเหล่านี้และเปรียบเทียบพื้นที่จากสายตาแล้ว ยกเว้นทางเข้าและออก สองแห่งของเฮยสุ่ยโกว โจรอีกสองกลุ่มก็เหมือนกับภูเขาเถี่ยกว้าน คือมีถนนขึ้นลงเพียงทางเดียว เรามีทั้งธนูจ้งหนู่และเครื่องเหวี่ยงหินจึงสามารถปิดกั้นมันได้ไม่ยาก”

จางเหลียงกล่าวว่า “ด้วยวิธีนี้ ผู้คุ้มกันที่หมู่บ้านของเราแทบจะไม่ต้องลงมือทำอะไรเลย หากมีใครสร้างปัญหามันคงจะเป็นอันตรายหากพวกเขาไม่สามารถรับมือได้”

“ความมั่นคงของหมู่บ้านคือสิ่งสำคัญที่สุด”

จินเฟิงคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “หากกองกำลังปราบปรามโจรได้สังหารกลุ่มโจรไปสามกลุ่มติดต่อกัน ก็น่าจะทำให้โจรเล็ก ๆ กลุ่มอื่น ๆ ยอมจำนนชั่วคราว หากพรุ่งนี้ถอนกำลังกลับมาครึ่งหนึ่งก็น่าจะเพียงพอใช่หรือไม่?”

“พอ” จางเหลียงพยักหน้า “ในหมู่บ้านมีม้าศึกเหลืออยู่ไม่มาก กว่าจะแจ้งข่าวแก่พวกเขาจนหมดก็คงเป็นวันมะรืน หลังจากวันระรืนพวกเขาถึงจะกลับมา”

มีม้าศึกไม่เพียงพอสำหรับการลงมือในตอนนี้ ครั้งล่าสุดในการตามล่าโจวเหวินเหยวียนก็มีม้าศึกมากกว่าหนึ่งโหลที่เหนื่อยตาย ส่งผลให้ในหมู่บ้านนั้นขาดแคลนม้าศึก

“ไม่เป็นไร ข้าเขียนจดหมายถึงชิ่งไหวและขอให้ส่งม้าศึกมาให้จำนวนหนึ่งแล้ว เมื่อคำนวณจากเวลา น่าจะมาถึงในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เมื่อถึงเวลานั้น เราจะไม่ต้องกังวลกับการขาดแคลนม้าอีก” จินเฟิงกล่าว

ในระหว่างการสู้รบที่แม่น้ำชิงสุ่ย พวกเขาได้รับม้าศึกจำนวนมากมาจากชาวตั่งเซี่ยง และตอนนี้ก็อยู่ในการดูแลของชิ่งไหว

ด้วยมิตรภาพระหว่างจินเฟิงและชิ่งไหว การส่งม้าศึกมาให้นั้นถือว่าเป็นเรื่องง่ายมิใช่หรือ?

“เช่นนั้นก็เอาตามนี้ ข้าขอไปเตรียมตัวก่อน”

จางเหลียงหันหลังกลับและวิ่งออกไป

การสกัดกั้นกลุ่มโจรที่ใหญ่ที่สุดสามกลุ่มของจินชวนในเวลาเดียวกันไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ เขาต้องวางแผนอย่างรอบคอบ

หลังจากที่จางเหลียงจากไป ชิ่งมู่หลานก็ยกนิ้วให้อย่างจริงใจ “ท่านอาจารย์ วิธีของท่านยอดเยี่ยมมาก! หลังจากสกัดกั้นพวกโจรแล้ว บรรดาคนใหญ่คนโตที่อยู่เบื้องหลังพวกเขาจะไม่สามารถอยู่เฉยได้อย่างแน่นอน บางทีข้อบกพร่องของพวกเขาอาจถูกเปิดเผย! ข้าได้ยินมาว่าโจรที่ใหญ่ที่สุดในจินชวนคือโจรเฮยสุ่ยโกว และพวกเขาก็ได้รับการสนับสนุนจากเสี้ยนเว่ย คราวนี้ข้าขอกระชากผมเปียและจัดการกับชายผู้นี้หน่อยเถิด!”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติ เปลี่ยนชะตา ชีวิตนี้ของข้าต้องรุ่งโรจน์