เข้าสู่ระบบผ่าน

ทะลุมิติ เปลี่ยนชะตา ชีวิตนี้ของข้าต้องรุ่งโรจน์ นิยาย บท 274

บทที่ 274 บุกเฮยสุ่ยโกว

หลังจากนั้นสองวัน กลุ่มโจรเล็ก ๆ อีกสี่กลุ่มก็ถูกกำจัดโดยกองกำลังปราบโจรซีเหอวาน

แต่ก็มีผู้บาดเจ็บล้มตายในหมู่กองกำลังปราบโจรด้วยเช่นกัน

ภายใต้การจัดการของผู้บงการ พวกโจรได้วางกับดักกองกำลังปราบโจรที่นำโดยต้าจ้วง เมื่อกองกำลังปราบโจรปะทะกับกลุ่มโจร โจรอีกกลุ่มหนึ่งก็ออกมาจากด้านหลัง

รูปแบบการต่อสู้ของกองกำลังปราบโจรมีทหารผ่านศึกอยู่ข้างหน้าและมีทหารหญิงอยู่ด้านหลังโดยใช้หน้าไม้บังทหารผ่านศึก

เมื่อศัตรูปรากฏตัวขึ้นข้างหลัง ทหารหญิงส่วนใหญ่ที่เป็นทหารเกณฑ์ใหม่ก็ตื่นตระหนกในทันที

แม้ว่าต้าจ้วงจะเปลี่ยนรูปแบบการโจมตี แต่ทหารหญิงสี่คนก็ถูกกลุ่มโจรสังหารอย่างโหดร้าย ทหารชายสองคนก็ถูกสังหารเช่นกัน

ต้าจ้วงโกรธมากจึงนำทหารผ่านศึกเข้าต่อสู้ประชิดตัว

เป็นเพราะไม่ได้มีความตั้งใจในการต่อสู้หรือความร่วมมือซึ่งกันและกัน พวกโจรจึงไม่สามารถเทียบกับทหารผ่านศึกได้ หลังจากเวลาผ่านไปเกือบหนึ่งก้านธูปของการต่อสู้อย่างสิ้นหวัง ในที่สุดกองกำลังปราบโจรก็สามารถเอาชนะพวกโจรได้สำเร็จ

แต่พวกเขาเองก็ประสบความสูญเสียอย่างหนักเช่นกัน

กล่าวคือเหลือทหารหญิงเพียงสองคนที่ยังมีชีวิตอยู่ และทหารชายเหลือเพียงสิบสองจากยี่สิบคนที่ยังมีชีวิต ทุกคนต่างก็ได้รับบาดเจ็บ

สิ่งเดียวที่น่าประหลาดใจคือเสี่ยวเวย หมอทหารหญิงที่แลดูอ่อนแอกลับรอดชีวิตและช่วยเหลือทหารผ่านศึกตรงหน้าซึ่งถูกโจรทำร้ายจนสามารถรอดชีวิตมาได้

หลังจากการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้เกิดขึ้นก็เป็นไปไม่ได้เลยที่พวกเขาจะปราบโจรต่อ ตอนนี้แม้แต่การรักษาชีวิตต่อไปก็ยังไม่แน่ใจว่าจะเกิดขึ้นได้หรือไม่

เพราะขณะนี้กองกำลังปราบโจรที่ยังคงเคลื่อนไหวได้ปกติเหลือเพียงทหารหญิงและหมอทหารเท่านั้น

มีทหารผ่านศึกห้าถึงหกคนที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสและเดินต่อไม่ได้

โชคดีที่เสี่ยวชิงจื่อซึ่งขี่ม้าอยู่บริเวณใกล้เคียงได้พบกับโจรอีกกลุ่มในบริเวณนั้นก่อน กลุ่มของต้าจ้วงจึงรอดชีวิตมาได้อย่างหวุดหวิด

นี่เป็นเหตุการณ์ที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดนับตั้งแต่ก่อตั้งกองกำลังทหารผ่านศึกมา

เนื่องจากทหารผ่านศึกได้รับการอบรมและฝึกมาอย่างชาติทหารจึงต้องมีการให้รางวัลและบทลงโทษ

จินเฟิงให้รางวัลแก่ทหารผ่านศึกและทหารหญิงที่ต่อสู้อย่างกล้าหาญในการรบครั้งนี้ และมอบเงินบำนาญให้กับครอบครัวของทหารหญิงและทหารผ่านศึกที่เสียชีวิต

อย่างไรก็ตามเขาไม่ได้แสดงความเมตตาต่อหัวหน้าอย่างต้าจ้วงที่ประเมินศัตรูต่ำเกินไปจึงไล่ต้าจ้วงออกจากตำแหน่งหัวหน้ากองกำลังและคาดโทษด้วยการโบยด้วยไม้กระบองต่างหาก อีกทั้งจินเฟิงยังจะลงโทษต้าจ้วงต่อหน้าธารกำนัลหลังจากที่เขาหายจากอาการบาดเจ็บทันที

ในวันที่พวกของต้าจ้วงถอนกำลังออกไป กองกำลังปราบโจรที่จางเหลียงดูแลก็กลับมายังซีเหอวาน

หลังเวลาพลบค่ำ รถม้าก็เคลื่อนออกจากซีเหอวานอย่างเงียบ ๆ ภายใต้แสงจันทร์ที่สาดส่อง

ในเวลาเดียวกัน ณ ภัตตาคารเว่ยเจียในอำเภอจินชวน

ก็ยังเป็นจ้าวเสี้ยนเว่ยและคหบดีทั้งสองที่มารวมตัวกันในห้อง ๆ เดิม

พวกเขาทั้งสามดื่มกันอย่างเมามายจนใบหน้าแดงก่ำไปด้วยฤทธิ์สุรา

วันนี้พวกเขามีความสุขเป็นอย่างมาก

หลังจากที่โดนจินเฟิงปราบปรามมานาน ในที่สุดในวันนี้พวกเขาก็มีโอกาสได้จัดการกับจินเฟิงสักที

“เหล่าเผิง ปฏิเสธไม่ได้จริง ๆ ว่าวิธีการของเจ้านั้นยอดเยี่ยม!”

จูเหล่าเหยียยกนิ้วขึ้นเพื่อแสดงความชื่นชม จากนั้นก็พูดออกมาทั้งที่ยังมีกลิ่นสุราคลุ้งเต็มปาก “กองกำลังปราบโจรเป็นกลุ่มบุรุษและสตรีที่หยิ่งผยองมิใช่หรือ? วันนี้เราฆ่าคนของเขาไป จินเฟิงตกใจราวกับสุนัขโดนน้ำร้อนลวกและรีบดึงคนของตนกลับทันที นั่นทำให้ข้ามีความสุขมาก”

“ฮ่า ๆ ๆ!”

เผิงเหล่าเหยียเองก็หัวเราะอย่างมีความสุขเช่นกัน

“อย่าภาคภูมิใจเร็วไปหน่อยเลย กองกำลังปราบปรามโจรของจินเฟิงยังไม่ถอนตัว พอพวกเขาถอนกองกำลังออกไปหมดแล้วก็ยังไม่สายที่จะแสดงความยินดี”

จ้าวเสี้ยนเว่ยยังคงประคองสติได้

“ไม่ต้องกังวลขอรับ พรุ่งนี้ข้าจะรวบรวมกลุ่มโจรอีกสองกลุ่มไปทำลายกองกำลังปราบปรามโจรอีกครั้ง ข้าไม่เชื่อว่าจินเฟิงจะยังคงรับมือกับเรื่องนี้ได้!”

หลังจากออกเดินทางในความมืดและเคลื่อนรถม้ามาทั้งคืน ในที่สุดจางเหลียงก็ได้พาผู้คนมาถึงเฮยสุ่ยโกวก่อนเวลารุ่งสาง

เฮยสุ่ยโกวเป็นหุบเขาที่มีชื่อเสียง เนื่องจากมีแม่น้ำสีดำสายเล็ก ๆ ไหลผ่าน

เมื่อมองจากด้านบน พื้นที่ของเฮยสุ่ยโกวจะดูเหมือนเรือลำเล็กที่มีปลายแหลม มีท้องเรือใหญ่อยู่ตรงกลาง และมีหน้าผาสูงชันที่ขนาบอยู่ทั้งสองด้าน

โจรเฮยสุ่ยโกวได้สร้างหอสังเกตการณ์เล็ก ๆ ไว้ตามแต่ละจุดของเส้นทางระหว่างภูเขาทั้งสอง ตราบใดที่พวกเขาปกป้องหอสังเกตการณ์เล็ก ๆ ทั้งสองนี้ได้ โจรในหุบเขาก็ไม่ต้องหวั่นกลัวอันตรายใด ๆ

แต่อย่างที่จางเหลียงพูด นี่คือข้อดีและข้อเสียในคราวเดียวกัน

หากเส้นทางภูเขาทั้งสองนี้ถูกปิดกั้น โจรในเฮยสุ่ยโกวจะกลายเป็นเต่าในขวดโหลที่ไม่สามารถหลบหนีไปได้

เพียงแต่เรื่องแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และกลุ่มโจรท้องถิ่นเฮยสุ่ยโกวก็ไม่เชื่อว่าจะมีใครกล้าจัดการกับพวกเขา

ดังนั้นเมื่อจางเหลียงมาถึง ผู้เฝ้ายามทางตอนใต้ของเส้นทางภูเขาก็หละหลวมมาก จางเหลียงจึงสามารถนำคนของเขาไปตั้งป้อมสำหรับเครื่องเหวี่ยงหินและธนูจ้งหนู่บนที่สูงได้ โดยที่พวกโจรไม่ได้สังเกตเห็นและยังคงนอนพิงกำแพงป้อมอย่างไม่รู้ถึงอันตราย

อย่างไรก็ตาม เป้าหมายของจางเหลียงไม่ใช่การฆ่าผู้เฝ้ายามไม่กี่ชีวิตนี้ เขาจึงไม่ได้โจมตีทันที แต่รออย่างเงียบ ๆ ต่อไป

หลังจากรอนานกว่าครึ่งชั่วยาม เขาก็ได้ยินเสียงธนูหัวนกหวีดแผ่วเบาดังมาจากทางเหนือ

“ในที่สุด ฟางเหลยก็มาถึงทางเข้าทางเหนือแล้ว”

จางเหลียงยืนขึ้นและส่งสัญญาณไปด้านหลัง

ลูกธนูหัวนกหวีดทะยานขึ้นไปบนท้องฟ้าพร้อมกับเสียงหวีดที่คมชัด

ในที่สุดพวกโจรที่เฝ้าอยู่ก็ถูกปลุกให้ตื่นด้วยเสียงนี้ พวกเขาที่งีบหลับอยู่ที่ประตูต่างก็มองออกไปตามทิศทางของเสียง

อย่างไรก็ตาม พริบตาต่อมา ลูกธนูหลายดอกก็พุ่งเข้าหาพวกเขา พวกเขาทั้งหมดถูกลูกธนูปักเข้าที่ใบหน้า

“ไม่ได้การแล้ว มีคนกำลังบุกเข้าไปในเขา!”

โจรที่รอดชีวิตหลายคนละทิ้งหอสังเหตการณ์และรีบวิ่งเข้าไปในหุบเขาพร้อมกับตะโกนเสียงดัง

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติ เปลี่ยนชะตา ชีวิตนี้ของข้าต้องรุ่งโรจน์