บทที่ 305 ติดตาม
ใครบ้างที่ไม่กลัวถูกธนูจ้งหนู่เล็งใส่?
จ้าวเสี้ยนเว่ยตกใจเสียจนแทบจะกระโดดลงจากหลังม้า
เหล่าทหารต่างก็ชักดาบยาวออกมาทันที
ทันใดนั้นเหตุการณ์ก็เริ่มตึงเครียด
จินเฟิงที่นั่งอยู่ในป่าอยู่ไกล ๆ และกำลังดื่มโจ๊ก จู่ ๆ ก็เด้งตัวขึ้น จากนั้นก็ตะโกนห้าม “หยุดเดี๋ยวนี้!”
ว่าจบเขาก็โยนถ้วยโจ๊กทิ้งทันที ก่อนที่จะพุ่งตัวออกไป
เขาส่งสัญญาณให้พวกหลิวเถี่ยเก็บอาวุธ ชายหนุ่มไม่ได้สั่งให้พวกเขายกธนูจ้งหนู่ขึ้น เพียงแค่บอกให้พวกเขานำธนูจ้งหนู่ออกมาข่มขู่เล็กน้อยเท่านั้น
“ท่านหนาน นี่มันหมายความว่าอย่างไร?”
จ้าวเสี้ยนเว่ยเอ่ยถามด้วยสีหน้าที่แสดงความไม่พอใจเป็นอย่างมาก
“ไม่มีอะไรหรอก เมื่อคืนนี้ข้าถูกพวกโจรบุกโจมตี พวกพี่เถี่ยจือจึงค่อนข้างกังวลมากเป็นพิเศษก็เท่านั้น”
จินเฟิงพูดออกมาอย่างสบาย ๆ ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น “แล้วเช้าขนาดนี้ จ้าวเสี้ยนเว่ยจะไปไหนหรือ? ข้ายังคิดว่าจะไปรายงานว่ามีอาชญากรรมเกิดขึ้นอยู่เลย”
“ช่วงนี้ข้าได้ยินมาว่ามีพวกโจรออกอาละวาด เลยจะนำทหารออกจากเมืองไปปราบปรามพวกโจรเหล่านั้น”
จ้าวเสี้ยนเว่ยถาม “เนื่องจากเป็นความเข้าใจผิด ขอความกรุณาท่านหนานสั่งให้คนของท่านนำธนูจ้งหนู่ออกไปด้วยเถิด มันน่ากลัวจริง ๆ”
จินเฟิงขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อได้ยินดังนี้
ในตอนเช้าเขารู้มาว่าจ้าวเสี้ยนเว่ยได้สั่งให้คนของตนปิดประตูเมือง ตอนนั้นเขาแอบรู้สึกขอบคุณอยู่ในใจและคิดว่าสามารถจัดการทุกอย่างได้โดยง่ายแล้ว
แต่ใครจะรู้ว่าหลังเวลารุ่งสาง จ้าวเสี้ยนเว่ยจะกลับมาสร้างความยุ่งยากอีกครั้ง
ทว่าการปราบปรามโจรเป็นหนึ่งในความรับผิดชอบของเสี้ยนเว่ย และจินเฟิงก็ไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จะรั้งพวกเขาเอาไว้ บัณฑิตหนุ่มจึงทำได้เพียงสั่งให้พวกหลิวเถี่ยหลีกทาง
“ท่านอาจารย์ เราจะปล่อยพวกเขาไปไม่ได้นะ!”
เถี่ยฉุยที่มาถึงในภายหลังรีบกระซิบบอก “สหายเพิ่งบอกข้าว่า เขาเห็นเผิงเหล่าเหยียและจูเหล่าเหยียซ่อนตัวอยู่ในกลุ่มทหารพวกนี้ เห็นได้ชัดว่าพวกเขาต้องการหลบหนี!”
“พวกเรามีเหตุผลอะไรที่จะห้ามไม่ให้ทหารท้องถิ่นออกไปปราบโจรเล่า?”
จินเฟิงส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้ “หากเราทำอะไรบุ่มบ่าม จ้าวเสี้ยนเว่ยอาจสั่งให้ทหารท้องถิ่นฆ่าเรา”
“แล้วเราจะมองดูพวกเขาหลบหนีไปเฉย ๆ หรือ?”
เถี่ยฉุยเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ
“แน่นอนว่าเราจะไม่ทำเช่นนั้น”
จินเฟิงพูดต่อ “ไปเรียกสหายที่กระจายอยู่ตามประตูเมืองมาแล้วติดตามจ้าวถิงจือไป ไม่ว่าเขาจะไปที่ไหน เราก็จะตามไปด้วย!”
“ท่านอาจารย์มีแผนการที่ดีมาโดยตลอด ตราบใดที่เราตามเขาไป เขาก็จะหนีไม่พ้น เมื่อเหล่าเซียวมา เราก็จะมีโอกาสกระชากหน้ากากของเขาออก ถึงตอนนั้นเราอยากจะบีบคั้นเขาอย่างไรก็สามารถทำได้!”
เถี่ยฉุยกล่าวว่า “แต่ให้ข้าพาคนติดตามไปก็เพียงพอแล้ว ท่านอาจารย์ไม่จำเป็นต้องไปด้วย ท่านอยู่ที่นี่แล้วรอเหล่าเซียวเถิด เพราะหากว่าท่านไป พวกเราก็จะมุ่งความสนใจไปที่การคุ้มกันท่านมากกว่าติดตามพวกเขา”
“หากข้าไม่ไปแล้วเจ้าสามารถจัดการได้หรือ?” จินเฟิงถาม
“ก็แค่ติดตามไปเท่านั้น มีอะไรที่ข้าจัดการไม่ได้เล่า?”
เถี่ยฉุยโบกมือและเรียกคนมาช่วยนำม้าศึกของเขามา
“เช่นนั้นข้าไม่ไปก็แล้วกัน ข้าว่าจะเข้าไปที่จวนว่าการสักหน่อยพอดี”
จินเฟิงรู้ว่าการไปของตนเองมีแต่จะสร้างปัญหา ดังนั้นเขาจึงพยักหน้าและพูดว่า “พวกเจ้าตามไปห่าง ๆ ก็พอ อย่าตามติดจนเกินไปนัก เข้าใจหรือไม่?”
“ข้าเข้าใจแล้ว”
เถี่ยฉุยทำความเคารพจินเฟิงก่อนจะขึ้นหลังม้าแล้วจากไป
บนถนนหลวง จ้าวเสี้ยนเว่ยได้นำกองทหารของเขาเดินทัพไปยังแม่น้ำเจียหลิงอย่างยิ่งใหญ่
แต่ไม่นานหลังจากที่พวกเขาจากไป เถี่ยฉุยกับพวกก็ตามมาติด ๆ
“เจ้าไปดูสิว่ามีเรื่องอะไรกัน?”
จ้าวเสี้ยนเว่ยขมวดคิ้วพร้อมออกคำสั่ง
“รับทราบ!”
หัวหน้ากองทหารท้องถิ่นที่อยู่ข้าง ๆ รับคำสั่งและวิ่งไปหาเถี่ยฉุยพร้อมตะโกนถาม “เหตุใดเจ้าถึงตามพวกข้ามา”
เถี่ยฉุยพาคนไปแค่ 20 คนเท่านั้น หากชิ่งมู่หลานใจร้อนจะเป็นอันตราย หากเกิดขัดแย้งกับจ้าวเสี้ยนเว่ย
เดิมทีจินเฟิงคิดว่าอย่างเร็วที่สุด เซียวตูเว่ยน่าจะเดินทางมาถึงจินชวนได้ในยามอู่ของวันถัดไป แต่ใครจะรู้ว่าในเช้าตรู่ของวันรุ่งขึ้น เขาจะนำคนของเขาเดินทางมาถึงเฮยสุ่ยโกวแล้ว
และผู้ที่เดินทางมาพร้อมกับเซียวตูเว่ยก็คือผู้คุ้มกันมากกว่า 100 ชีวิตจากสำนักคุ้มภัยเจิ้นเหยวี่ยน
ในขณะนี้ที่สำนักงานคุ้มภัยเจิ้นเหยวี่ยนมีทาสหญิงที่รับหน้าทำอาหารอยู่เพียงไม่กี่คน กับเจ้าหน้าที่ที่รับหน้าที่เฝ้าประตูอีกสองคน
ผู้คุ้มกันทั้งหมดได้ติดตามเซียวตูเว่ยมาเพื่อเป็นกำลังเสริมทันที
“เหล่าเซียว เหตุใดเจ้ามาถึงเร็วเช่นนี้เล่า?”
จินเฟิงขอให้จางเหลียงไปต้อนรับผู้คุ้มกันทั้งหลาย
ในขณะที่พาเซียวตูเว่ยไปยังห้องพักใต้หอสังเหตการณ์ เขาก็เอ่ยถาม
“ท่านอาจารย์เผชิญเรื่องใหญ่เช่นนี้ ข้าจะรอช้าได้อย่างไร ข้าได้รายงานเรื่องนี้ต่อใต้เท้าจวิ้นโส่วทันที ใต้เท้าเองก็ตกใจและรีบออกหนังสือให้ข้ามาที่จินชวนทันที”
เซียวตูเว่ยกล่าวว่า “เราได้หยุดพักไม่กี่ครั้งเท่านั้น เพื่อให้ม้าได้พักระหว่างเดินทาง”
“ข้าขอบคุณมาก พวกเจ้าลำบากแล้ว เมื่อเรื่องนี้จบลง ข้าจะตอบแทนตูเว่ยอย่างงาม”
จินเฟิงรู้ว่าเซียวตูเว่ยชอบการประจบเอาใจ เขาจึงหันไปมองถังเสียวเป่ยแล้วบอกว่า “เจ้าให้คนกลับไปที่ซีเหอวานและนำแท่งเงินมาห้าร้อยตำลึงเงิน!”
อีกฝ่ายใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งวันในการเดินทางจากตัวเมืองมาถึงที่นี่ และคงจะเป็นการเดินทางที่แสนยาวนานในตอนกลางคืน ครั้งนี้เซียวตูเว่ยได้พยายามอย่างเต็มที่ ดังนั้นจินเฟิงก็จะไม่ตระหนี่
เพราะสุดท้ายแล้ว ในอนาคตเขาอาจต้องพึงพาเซียวตูเว่ยอีก
“ตกลง ไว้ฟ้าสว่างข้าจะจัดการทันที”
ถังเสียวเป่ยตอบรับ
“ท่านอาจารย์ ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น…”
เซียวตูเว่ยรีบโบกมืออย่างรวดเร็ว
“ข้ารู้ว่าตูเว่ยไม่ได้หมายความเช่นนั้น แต่นี่คือสิ่งที่ข้าอยากตอบแทน”
จินเฟิงเน้นย้ำ “ทว่าตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือจับจ้าวถิงจือให้ได้โดยเร็ว!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติ เปลี่ยนชะตา ชีวิตนี้ของข้าต้องรุ่งโรจน์