บทที่ 89 เผายุ้งฉาง
“กองทัพเถี่ยหลินโจมตีขบวนขนส่งเสบียงอย่างนั้นหรือ?”
หลี่จี้ขุยนึกว่าเขาได้ยินผิด
หากชาวตั่งเซี่ยงต้องการมุ่งหน้าสู่ต้าคัง พวกเขาจะต้องผ่านชิงสุยกู่พื้นที่ที่เป็นหุบเขา
กลุ่มทหารตั่งเซี่ยงที่บุกเข้าโจมตีชิงสุยกู่คืนนั้น ส่วนใหญ่เป็นกองกำลังต่อสู้ ในช่วงสองสามวันที่ผ่านมาหลังจากยึดครองชิงสุยกู่ได้ ชาวตั่งเซี่ยงก็ขนเสบียงกลับไปที่ค่าย
เดิมทีกองทัพเถี่ยหลินหดหัวอยู่บนภูเขา ไม่กล้าโจมตีทั้งคนและม้าที่เดินผ่าน
ทหารตั่งเซี่ยงหลายคนเกือบลืมไปแล้วว่ามีกองทัพเถี่ยหลินอยู่บนภูเขาเหนือศีรษะ
แม้แต่หลี่จี้ขุยยังคิดว่ากองทัพของเถี่ยหลินยอมแพ้แล้ว
ใครจะรู้ว่าวันนี้จะมีบางสิ่งเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน
“ความเสียหายเป็นอย่างไรบ้าง?”
หลี่จี้ขุยถามด้วยใบหน้าตึงเครียด
“มีผู้เสียชีวิตมากกว่ายี่สิบคนและเสบียงยังอยู่ในหุบเขา”
ผู้ใต้บังคับบัญชาของเขารายงาน
“กองทัพเถี่ยหลินรนหาที่ตายสินะ!”
หลี่จี้ขุยตบโต๊ะแล้วเอ่ย “ไปเรียกจัวป่านมาที่นี่”
“รับทราบ!”
ผู้ใต้บังคับบัญชาหันหลังและออกไปเรียกจัวป่านทันที
“ท่านแม่ทัพ ท่านพร้อมที่จะโจมตีภูเขาชิงสุ่ยแล้วหรือ?”
กุนซือเอ่ยถาม
“ใช่ ข้าจะตัดหัวของชิ่งไหวและนำไปทำเป็นจอกเหล้าเสีย!”
จนถึงบัดนี้หลี่จี้ขุยยังคงเชื่อว่าชิ่งไหวเป็นผู้บังคับบัญชากองทัพเถี่ยหลิน
“แต่ภูเขาชิงสุ่ยนั้นง่ายต่อการป้องกันและโจมตีได้ยาก สิ่งที่ต้องจ่ายในการโจมตีครั้งนี้สูงเกินไป”
กุนซือกล่าวต่อ “กองทัพเถี่ยหลินเปิดการโจมตีวันนี้เพราะพวกเขาขาดแคลนอาหารและจำเป็นต้องต่อสู้ครั้งสุดท้าย ท่านแม่ทัพเพียงแค่ต้องรออีกสองสามวัน พวกเขาจะพ่ายแพ้โดยที่เราไม่จำเป็นต้องต่อสู้”
“ข้าวสาลีในจงหยวนน่าจะใกล้ถึงฤดูเก็บเกี่ยวแล้ว และการดึงเวลาเพื่ออยู่ที่นี่ตลอดก็ไม่ใช่หนทางที่ดี”
หลี่จี้ขุยกล่าว “กองทัพเถี่ยหลินหิวโหยมาหลายวันแล้วจึงไม่น่าจะเป็นเรื่องยากที่เราจะยึดภูเขาชิงสุ่ยได้”
“ท่านแม่ทัพใหญ่ เมื่อครู่มีกลุ่มควันสองกลุ่มลอยขึ้นไปบนท้องฟ้าจากทางใต้ จากนั้นกองทัพเถี่ยหลินก็ทำการโจมตีกองขนส่งเสบียงของเรา ข้ารู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล”
กุนซือขมวดคิ้ว
นับตั้งแต่เขาเห็นกลุ่มควัน เขาก็รู้สึกไม่สบายใจ
“เป็นสัญญาณควันหรือ?”
หลี่จี้ขุยถาม
นานมาแล้ว จงหยวนได้ใช้สัญญาณควันเพื่อถ่ายทอดข้อมูลทางทหารในกรณีฉุกเฉิน
“ดูจากสีของควันแล้ว ไม่น่าจะใช่สัญญาณควัน”
“แล้วท่านกุนซือกังวลสิ่งใด”
“ข้าได้ส่งคนไปตรวจสอบแล้ว ข้าว่าจะเป็นการดีกว่าหากท่านแม่ทัพใหญ่รอคนกลับมารายงานเสียก่อน”
“เอาเช่นนั้นก็ได้”
อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบสถานการณ์ใช้เวลาไม่นาน รออีกสักหน่อยก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร
กว่าจัวป่านจะมาถึงที่กระโจมของแม่ทัพใหญ่ หน่วยสอดแนมที่ออกไปสอบถามข่าวก็กลับมาแล้ว
“ได้ข่าวว่าอย่างไร กลุ่มควันทั้งสองคืออะไร?”
กุนซือเอ่ยถาม
“เรียนท่านอาจารย์ ควันทางตะวันออกเกิดจากการที่ผู้ลี้ภัยจากต้าคังเผาไฟเพื่อคั่วถั่วและจุดไฟเผาหญ้าแห้งเหี่ยวของปีที่แล้ว ส่วนควันทางตะวันตกเกิดจากชาวนาที่ซ่อนตัวอยู่ในภูเขา พวกเขาทำไฟไหม้กระท่อม”
หน่วยสอดแนมตอบ
“แน่ใจหรือ?”
กุนซือถามต่อ “เจ้าพบร่องรอยของกองทัพเถี่ยหลินหรือทหารต้าคังคนอื่น ๆ หรือไม่?”
“ในเบื้องต้นยังไม่พบ”
“ข้าบอกแล้วว่ามันไม่ใช้สัญญาณควัน ท่านอาจารย์ระแวงมากเกินไป”
หลี่จี้ขุยไล่หน่วยสอดแนมออกไปและพูดด้วยรอยยิ้ม “เมื่อมีการทำสงคราม ผู้คนจำนวนมากในต้าคังมักจะไปหลบภัยบนภูเขา การใช้ไฟถือเป็นเรื่องปกติมาก ไม่มีอะไรต้องกังวล”
นี่เป็นเหตุผลที่จินเฟิงและสวีเซียวตกลงที่จะจุดไฟขึ้นสองกลุ่ม
ทุกวันนี้มีคนต้าคังซ่อนตัวจากสงครามบนภูเขาค่อนข้างมาก เลยไม่สามารถยืนยันได้ว่าไฟนั้นมาจากที่ใดบ้าง
“ธนูจ้งหนู่ของเราสามารถยิงได้ไกลแค่ไหน?”
จินเฟิงรีบวิ่งไปยังตำแหน่งของธนูจ้งหนู่เพื่อพบมือยิงธนูที่มีประสบการณ์มากที่สุด เขาชี้ไปที่ยุ้งฉางของค่ายตั่งเซี่ยงแล้วถาม “ยิงไปถึงที่นั่นได้หรือไม่?”
มือยิงธนูมองไปที่กระโจมแล้วพูดด้วยความเกรงใจ
“ท่านอาจารย์ ที่แห่งนั้นอยู่ห่างออกไปถึงสองลี้ แม้ว่าลูกธนูจะบินข้ามไปได้ แต่พวกมันก็จะไม่ทำอันตรายถึงชีวิต”
“ไม่สำคัญว่าหรอกว่าธนูนั่นจะฆ่าคนได้หรือไม่ ตราบใดที่ลูกธนูสามารถบินข้ามไปได้ก็พอ”
“หากไม่สนใจเรื่องความแม่นยำและความตาย ธนูจ้งหนู่ที่ทรงพลังที่สุดสองคันก็น่าจะสามารถยิงไปได้ไกลถึงจุดนั้น”
มือยิงธนูคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วตอบ
“ข้าเข้าใจแล้ว” ความเย็นชาปรากฏขึ้นในดวงตาจินเฟิง “เราต้องเผาเสบียงของชาวตั่งเซี่ยง”
“จะเผาอย่างไรหรือ?”
มือยิงธนูถามด้วยความสงสัย
“จุดไฟที่ลูกธนูแล้วยิงออกไปก็พอแล้วมิใช่หรือ?”
จินเฟิงยิ้มเล็กน้อยแล้วเอ่ย “ไปหาไหน้ำมันตะเกียงกับเชือกป่านมาหนึ่งม้วน”
“ข้าเข้าใจแล้ว!”
ดวงตาของมือยิงธนูเป็นประกาย จากนั้นเขาก็รีบไปหยิบเชือกป่านและน้ำมันตะเกียง
จินเฟิงสั่งให้มือยิงธนูพันเชือกป่านไว้รอบส่วนบนของลูกธนู จากนั้นก็แช่ไว้ในขวดน้ำมันตะเกียง
ลูกธนูไฟนั้นสร้างได้ไม่ยาก ไม่ช้าก็ทำขึ้นมาได้เป็นกอง
อย่างไรก็ตาม จินเฟิงไม่ได้โจมตีทันทีแต่รอจนถึงค่ำ รอจนทหารตั่งเซี่ยงเข้าไปในกระโจมและผล็อยหลับไปก่อนถึงจะสั่งการโจมตี
ฟึ่บ! ฟึ่บ!
ลูกธนูสีแดงเพลิงสองลูกพุ่งขึ้นบนท้องฟ้ายามค่ำคืนและตกลงไปในยุ้งฉางของตั่งเซี่ยง
ทหารม้าในกองทัพตั่งเซี่ยงเป็นกำลังหลักในการรบ ม้าศึกจำนวนมากต้องการอาหารจำนวนไม่น้อย
ดังนั้นอาหารสัตว์ทุกชนิดจึงกองอยู่ในยุ้งฉางของค่ายตั่งเซี่ยง
อาหารสัตว์ทั้งหมดล้วนเป็นของแห้งพร้อมรับประทาน
ชาวตั่งเซี่ยงไม่คิดฝันมาก่อนว่าศัตรูจะสามารถโจมตียุ้งฉางที่อยู่ใจกลางค่ายหลักจากยอดเขาชิงสุ่ยได้ กว่าพวกเขาจะทันได้ตอบสนอง ยุ้งฉางก็ถูกไฟไหม้และไม่สามารถดับได้แล้ว

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติ เปลี่ยนชะตา ชีวิตนี้ของข้าต้องรุ่งโรจน์