เข้าสู่ระบบผ่าน

ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยนำโชคของครอบครัวชาวนา นิยาย บท 102

นางรู้สึกว่าเฉินหู่เปลี่ยนไป เฉียนซื่อหลุบตาลง ลูกสาวคนรองบอกนางว่าซูซานหลางมาที่นี่ ตอนนี้เฉินหู่เปลี่ยนไป บางทีซูซานหลางอาจพูดบางอย่างกับเขา

เฉินหู่กล้าทำร้ายแม้แต่พ่อแม่พี่น้อง เมื่อครู่ท่าทางตอนเขาโมโหช่างน่ากลัวเหลือเกิน เฉียนซื่อรู้สึกไม่มั่นใจ ไม่รู้ว่าเรื่องนี้ดีหรือไม่ดีกันแน่

เฉินหู่คล้ายเข้าใจความกังวลของเฉียนซื่อ เขาจึงจูงมือเฉียนซื่อเดินเข้าไปในห้องครัว พร้อมกดเสียงต่ำ

“แม่ ไม่ต้องกังวล อีกเดี๋ยวข้าจะเล่าให้เจ้าฟังทุกอย่าง ข้าทำกับข้าวเสร็จแล้ว พวกเรากินข้าวกันก่อน”

เมื่อเดินเข้าไปในห้องครัว เฉินหู่เดินไปตักข้าวให้เฉียนซื่อ นึกถึงเมื่อก่อนที่พวกนางแม่ลูกได้กินข้าวเพียงครึ่งถ้วย เรื่องกินเนื้อแทบจะไม่ต้องคิด ส่วนน้ำแกงผักแม่เฉินให้ตักเพียงหนึ่งช้อน เมื่อนึกถึงอดีตเหล่านี้ ในใจเฉินหู่ขมขื่น

เขากดจนข้าวแน่น จากนั้นใช้ตะหลิวตักเนื้อและน้ำแกงใส่ถ้วยยกไปให้เฉียนซื่อ

“แม่ รีบกินเถอะ”

เฉียนซื่อรู้สึกหวาดกลัวเล็กน้อย

“พ่อ”

นางคล้ายเดาเรื่องบางอย่างได้ แต่นางไม่กล้าพูดออกไป

เฉียนซื่อจ้องมองเฉินหู่เงียบๆ ในที่สุดนางพูดออกไปทั้งน้ำเสียงสะอื้น

“พ่อ ตอนนี้ไปยอมรับผิดกับท่านพ่อท่านแม่ก็ไม่เป็นไรแล้ว”

เฉียนซื่อไม่กลัวลำบากไม่กลัวเหนื่อย สิ่งที่น่ากลัวคือเมื่อก้าวออกไปแล้วจะไม่มีทางให้ถอยหลัง กลัวฟ้าดินกว้างใหญ่ไม่มีที่อยู่ กลัวลูกของนางจะไม่มีบ้าน

แม้ตอนนี้จะไม่ดี แต่อย่างไรก็คือที่หลบแดดกันฝน

เฉินหู่มองเฉียนซื่อด้วยแววตาเรียบเฉย เขาเอ่ยอย่างราบเรียบ

“แม่ของลูก ข้าอยากพาพวกเจ้าออกไปหาหนทางใหม่ เจ้ายินดีไปกับข้าหรือไม่?”

สำหรับครอบครัวนี้ เขาไม่มีความหวังใดอีกต่อไปแล้ว ทุกครั้งที่นึกถึง มีแต่ความเจ็บปวดไม่สิ้นสุด

เฉียนซื่อมองดวงตาของเฉินหู่ นางรู้ว่าเขาตัดสินใจแน่วแน่แล้ว น้ำตาเฉียนซื่อไหลพราก นางเผยรอยยิ้มที่น่าเกลียดยิ่งกว่าร้องไห้ให้เฉินหู่

“พ่อของลูก ข้าจะไม่ยินดีได้อย่างไร ข้าเป็นคนของเจ้าแล้ว เจ้าไปไหนข้าไปด้วย เจ้าอยู่ไหนที่นั่นก็คือบ้าน”

ของตาเฉินหู่แดงก่ำ เขาเอ่ยขึ้น

“มา กินข้าวเถอะ”

เฉียนซื่อรับถ้วยกับตะเกียบแล้วพยักหน้า

“ได้ กินด้วยกัน”

เฉินหู่ตักข้าวและเนื้อเต็มถ้วยให้เฉินต้านิวกับเฉินเอ้อนิวกิน

เฉินต้านิวกับเฉินเอ้อนิวนั่งกินอย่างเป็นระเบียบ พวกนางกินจนข้าวในถ้วยไม่เหลือสักเม็ด

เฉินหู่เห็นกับข้าวในหม้อยังเหลือ จึงถามเมียและลูกอย่างอ่อนโยน

“กินอิ่มหรือยัง?”

ดังนั้นเขาจึงทำตัวเป็นลูกอกตัญญู นับจากนี้ในสายตาไม่มีพ่อแม่พี่น้อง ไม่ทำงาน กินเหมือนเดิม ขอเพียงเขาแสดงให้เห็นว่าจะไม่กลับตัว พ่อกับแม่ไม่เก็บเขาไว้แน่นอน

เฉินหู่จับไม้กระบองข้างกายไว้แน่น ดวงตาเย็นชาและโหดเหี้ยม หากเฉินเฉียงและเฉินหลงคิดทำร้ายเขา เขาต้องตอบโต้แน่นอน

เรือนใหญ่ในขณะนี้ แม่เฉินสีหน้ากลัดกลุ้ม

“ตาแก่ เจ้าพูดสักคำสิ นี่จะทำอย่างไรกันต่อไป?”

ไฟโกรธยังสุมทรวงแม่เฉิน ลูกที่คิดว่าไม่มีปัญหาที่สุดจะก่อกบฏแล้ว แค่คิดก็โมโหจนปวดหัวใจ แต่ท่าทางโหดเหี้ยมของเฉินหู่ยังติดตานาง คนบ้าที่ไม่คิดชีวิตนางไม่กล้าหาเรื่องเขาจริงๆ

พ่อเฉินสีหน้าหนักหน่วง พูดอย่างโมโห

“เรื่องนี้ต้องโทษเจ้า ใครใช้ให้เจ้าบีบเขาให้จนตรอก เฉียนซื่อจะอยู่เดือนก็ให้นางอยู่ไปสิ ใช่ว่าต้านิวกับเอ้อนิวจะทำงานไม่ได้ เจ้าสามเองก็ทำงานตั้งแต่เช้ายันค่ำไม่ใช่หรือ”

ในใจพ่อเฉินเองก็โกรธเคืองไม่น้อย ตอนนี้เขาไม่กล้าต่อว่าเฉินหู่ จึงไปลงกับแม่เฉิน โทษนางว่ารังแกลูกชายมากเกินไป

เมื่อพ่อเฉินพูดดังนั้น ในใจแม่เฉินทั้งโมโหทั้งน้อยใจ จึงน้ำตาไหลพราก พร้อมตัดพ้อ

“ทำไมต้องโทษข้าด้วย ตอนที่ข้าคลอดลูกก็ไม่เห็นสำออยขนาดนี้เลย ข้าว่าเฉียนซื่อก็คือนางจิ้งจอก ลุ่มหลงมัวเมาเจ้าสาม ยุยงให้เขาแตกหักกับพวกเรา หญิงผู้นี้ชั่วร้ายนัก”

แค่คิด ในใจแม่เฉินก็โมโห

พ่อเฉินหันมองนางครั้งหนึ่ง แล้วพูดเสียงเย็น

“เรื่องนี้ต้องโทษแม่สามีอย่างเจ้าที่ไม่เอาไหน แค่ลูกสะใภ้คนเดียวยังกำราบไม่ได้”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยนำโชคของครอบครัวชาวนา