เข้าสู่ระบบผ่าน

ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยนำโชคของครอบครัวชาวนา นิยาย บท 112

สำหรับเด็กคนหนึ่ง นางต้องแบกรับบางสิ่งที่นางไม่ควรต้องแบกรับ แต่นางก็แบกรับมัน และนางก็รู้สึกมีความสุขมาก เพราะนางรู้ว่าครอบครัวของนางก็รักนางเช่นกัน

แม้แต่ตอนที่ซูฉงกับซูหวามีอาการปัญญาอ่อน พวกเขาก็รู้จักรักและทะนุถนอมน้องสาวคนนี้ พวกเขามักจะไม่รู้ว่าควรทำอะไร แต่สิ่งที่นางให้พวกเขาทำ พวกเขาก็ทำได้ดีเสมอ

แม้แต่น้องสาวคนเล็ก ก็แสดงความรักต่อพี่สามผู้นี้ของนางในแบบของตัวนางเอง ทั้งที่จริงๆ แล้วนางก็เรียนรู้แล้ว แต่เพื่อเห็นแก่นาง จึงต้องแกล้งทำเป็นไม่รู้ จริงๆ นางรู้มานานแล้วต่างหากล่ะ

ดังนั้น ด้วยความรักมากมายขนาดนี้ นางจึงมีความสุขมาโดยตลอด

ซูเสี่ยวหลิงหลุบตาลง มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย

ซูซานหลางลูบผมของซูเสี่ยวลู่ มองดวงตาคู่งามและมีชีวิตชีวาของนาง แล้วพูดอย่างอ่อนโยนว่า "เสี่ยวลู่ ก็ต้องเติบโตอย่างมีความสุขนะ"

ซูเสี่ยวลู่ยิ้มหวาน นางดึงศีรษะของซูซานหลางให้ก้มลงมา แล้วจุมพิตที่แก้มของเขาพลางพูดว่า "ขอบคุณท่านพ่อเจ้าค่ะ ท่านพ่อกับแม่ก็ต้องมีความสุข อายุยืนถึงร้อยปีเช่นกัน"

ซูเสี่ยวลู่อยู่ติดกับจ้าวซื่อ ซูเสี่ยวลู่หันตัวแล้วซบอยู่ในอ้อมกอดของจ้าวซื่อ แสดงความรักใคร่อย่างออดอ้อน

จ้าวซื่อรู้สึกหัวใจอ่อนยวบ พลางลูบผมของซูเสี่ยวลู่ทั้งน้ำตาคลอเบ้า

ซูซานหลางก็กลับไปนั่งที่ของตน แล้วพูดกับตาเฒ่าอู๋อย่างนอบน้อมว่า "พี่ใหญ่ เริ่มกินข้าวกันเถอะขอรับ"

ตาเฒ่าอู๋รอจนเริ่มรู้สึกเบื่อแล้ว เขาจึงพยักหน้า "เช่นนั้นก็กินข้าวกันเถอะ"

กับข้าวจะเย็นหมดแล้ว เฮ้อ ช่างน่ารำคาญกับเรื่องพวกนี้จริงๆ

หลังจากตาเฒ่าอู๋เริ่มขยับตะเกียบ ทุกคนก็เริ่มกินกัน

สำหรับเรื่องการกินข้าว ตระกูลซูให้ความสำคัญเป็นอันมาก พอคีบอาหารใส่ถ้วยแล้วก็กินอย่างสบายใจ

ซูซานหลางดื่มสุราเป็นเพื่อนตาเฒ่าอู๋

อาหารมื้อนี้กินกันจนฟ้ามืด

ตาเฒ่าอู๋เมาแล้วกลับไปนอนที่เรือนหลังข้างๆ

ซูซานหลางก็เมาเช่นกัน เขาอยากนอนมาก แต่ยังเป็นห่วงเรื่องถ้วยกับตะเกียบ เขาพูดลิ้นพันกันกับจ้าวซื่อที่กำลังพยุงเขาอยู่ว่า "แม่ของลูก พะ พรุ่งนี้......เก็บกวาด......"

จ้าวซื่อยิ้มพลางพูดว่า "ได้ๆ ข้ารู้แล้ว ท่านนอนให้สบายใจเถอะ"

เมื่อเห็นซูซานหลางที่แม้จะเมาก็ยังเป็นห่วงนาง สายตาของจ้าวซื่อก็อ่อนโยนลงมาก

นางสัมผัสใบหน้าของซูซานหลางเบาๆ แล้วลุกขึ้นไปเก็บกวาด

ซูเสี่ยวหลิงมาช่วยแล้ว แม้แต่ซูเสี่ยวลู่ก็มาช่วยด้วย

ในใจของจ้าวซื่อรู้สึกอบอุ่นและหวานชื่น นางลูบผมของบุตรสาวทั้งสองคนอย่างอ่อนโยนแล้วพูดว่า "ไม่ต้องให้พวกเจ้าช่วยหรอก ไปล้างหน้าแล้วเข้านอนเถอะ"

ที่บ้านไม่มีธรรมเนียมการอยู่เฝ้าปีใหม่ ดังนั้นพอกินข้าวเย็นเสร็จก็เข้านอนได้เลย มีเพียงไฟในเตาที่อุ่นน้ำร้อนให้พร้อมใช้ตลอดโดยไม่ดับเท่านั้นเอง

นอกจากความอยากรู้อยากเห็นครั้งแรก หลังจากนั้นนางก็ไม่ได้สนใจมันอีก

สมุนไพรที่ปลูกไว้ นางก็ไม่ได้รีบเก็บเกี่ยว พวกสมุนไพรทั่วไปเหล่านี้ก็เป็นพวกยาห้ามเลือด แก้หวัด รักษาไข้สูง และอาการปวดท้อง

นางยังไม่มีโอกาสได้ใช้ จึงไม่รู้ว่าได้ผลสักแค่ไหน

นางเหมือนเจ้าของที่ดินที่เดินดูรอบๆ อาณาเขตของตัวเอง แล้วก็ออกจากพื้นที่พิเศษไปนอน

วันปีใหม่ตามปฏิทินจันทรคติ

หลังจากผ่านปีใหม่ไป ตอนเที่ยงของวันนี้ ซูเสี่ยวลู่ฝังเข็มให้โจวเหิงเสร็จ ทายาที่ขาของเขาแล้วก็พูดว่า "พี่ใหญ่พี่รอง พาพี่โจวเหิงออกไปข้างนอกด้วยนะเจ้าคะ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เขาต้องฝึกเดิน"

ซูฉงซูหวารีบทำตามทันที

นี่เป็นครั้งแรกที่โจวเหิงฝึกเดิน แม้แต่ตาเฒ่าอู๋ก็ตามมาดู

ซูซานหลางกับจ้าวซื่อก็ตามมาด้วย ไม่นานทุกคนในครอบครัวก็มารวมตัวกันที่ราวคู่ที่ซูซานหลางสร้างไว้แล้ว

ซูฉงวางโจวเหิงกลับลงบนรถเข็นไม้

โจวเหิงมองราวคู่ตรงหน้า เขารู้สึกตื่นเต้นอยู่บ้าง เขาไม่ได้เดินมาสามปีแล้ว จะสามารถลุกขึ้นยืนอีกครั้งได้จริงๆ หรือ?

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยนำโชคของครอบครัวชาวนา