พี่ชายทั้งสองของนางฉลาดขนาดนั้น ตอนนี้เมื่อมีโอกาส ต้องสำเร็จแน่นอน
แค่คิดซูเสี่ยวลู่ก็ดีใจแล้ว
นางดีใจมาก จึงยิ้มแย้มอยู่ตลอด ทำให้ซุนเป่าซ่านกับซุนเป่าเชี่ยนเองก็ยิ้มโดยไม่รู้ตัว
ซุนเป่าซ่านเอ่ยถามเสียงค่อย
“เสี่ยวลู่ เจ้ามีเรื่องที่น่าดีใจมากใช่หรือไม่?”
ซุนเป่าเชี่ยนเองก็อยากถาม แต่นางอดทนเอาไว้ ตอนนี้เมื่อน้องชายถาม นางรีบมองซูเสี่ยวลู่อย่างคาดหวังทันที
ซูเสี่ยวลู่ยิ้มจนตาหยีแล้วเอ่ยขึ้น
“ถูกต้อง พี่ใหญ่กับพี่รองของข้าได้เข้าเรียนแล้ว ข้าดีใจแทนพวกเขามาก เพราะเรื่องนี้ข้ายังกินข้าวเพิ่มตั้งหนึ่งถ้วย”
ตอนที่นางได้รับข่าวนี้ ดีใจจนกระโดดโลดเต้น อีกทั้งยังกอดตาเฒ่าอู๋ร้องดีใจไปหลายครั้ง
ซุนเป่าซ่านกับซุนเป่าเชี่ยนเองก็หัวเราะ ซุนเป่าซ่านกล่าว
“ช่างเป็นข่าวดีเสียจริง”
เมื่อเขาได้ยินเขาก็อารมณ์ดีมากจริงๆ
ซุนเป่าเชี่ยนเองก็ดีใจแทนซูเสี่ยวลู่
เหลียนซื่อเห็นทุกอย่างในสายตา นางรู้ดีว่าลูกทั้งสองของนางโดดเดี่ยวเกินไป ไม่มีสหายมาตลอด ตอนนี้จึงถือว่าซูเสี่ยวลู่เป็นสหาย ดังนั้นเมื่อซูเสี่ยวลู่มีเรื่องน่ายินดี พวกเขาเองก็ยินดีกับซูเสี่ยวลู่ด้วย
ล้วนแต่บอกว่าจิตใจสำคัญที่สุด เมื่อจิตใจดีแล้ว เรื่องอะไรก็คลี่คลายได้ทั้งนั้น
เมื่อซุนเป่าซ่านและซุนเป่าเชี่ยนดีใจ ภายใต้การรักษาของอาจารย์และศิษย์หมอเทวดาร่างกายจึงดีขึ้นเรื่อยๆ
หลังซูเสี่ยวลู่ฝังเข็มให้พวกนางเสร็จ ก็รีบไปเรียนรู้วิธีฝังเข็มใหม่ต่อทันที
เมื่อถึงเวลา นางก็กลับมาดึงเข็มของพวกเหลียนซื่อสามคนออก จากนั้นกลับไปกินมื้อดึกที่เรือน แล้วเก็บเข็มเงินเสร็จก็เข้านอน
พรุ่งนี้นางยังต้องไปดูพี่ใหญ่และพี่รองที่โรงเรียนอีก
วันที่สิบสองเดือนสิบสอง ซูฉงกับซูหวาเข้าเรียนเป็นวันแรก
ซูซานหลางให้เงินค่าเข้าเมืองทั้งสองคนเป็นเงินสองอีแปะ จากนั้นให้เงินอีกหกอีแปะสำหรับกินบะหมี่สองชาม จ้าวซื่อทำผักนึ่งแป้งข้าวโพดให้พวกเขาพกไปกินเวลาหิว
ซูฉงและซูหวาออกจากบ้านมุ่งหน้าไปโรงเรียน
พวกเขาคิดไม่ถึงว่าซูเสี่ยวลู่จะไปรอพวกเขาอยู่หน้าโรงเรียน
เมื่อเห็นซูเสี่ยวลู่ ทั้งสองคนวิ่งเข้าไปพร้อมรอยยิ้ม
“เสี่ยวลู่ ทำไมเจ้ามาอยู่ที่นี่”
ซูฉงซูหวาแปลกใจมาก ทันใดนั้นเตรียมจะเอาของกินออกมาให้ซูเสี่ยวลู่กินทันที
ซูเสี่ยวลู่รีบโบกมือ
“ข้าไม่หิว ข้ามาส่งพวกพี่เข้าเรียน เข้าเรียนวันแรก ข้ามาส่งพวกพี่เข้าไป”
ระหว่างที่พูด ซูเสี่ยวลู่จูงมือพี่ชายคนละข้าง แล้วเดินเข้าโรงเรียนอย่างดีใจ
เมื่อซูฉงกับซูหวาเข้าเรียน ทำให้นักเรียนที่อยู่มาก่อนสำรวจพวกเขาอย่างใคร่รู้
“พี่ใหญ่ เจ้านั่งอยู่นี่นะ ข้าจะออกไปดู”
เมื่อคิดว่ามีคนเลวมาก เขากลัวมีคนคิดไม่ดีจริงๆ
ซูเสี่ยวลู่วิ่งออกมาจากโรงเรียน เมื่อเห็นตาเฒ่าอู๋ยืนมือไพล่หลัง นางวิ่งไปหาอย่างดีใจ
“เสร็จแล้ว อาจารย์”
ตอนขามานางบอกว่าจะไปดูพี่ชายทั้งสอง ตาเฒ๋าอู๋พูดอย่างรำคาญ ยุ่งยากจะตาย ห้ามไป
ซูเสี่ยวลู่แอบออกมา ตาเฒ่าอู๋จึงเป็นห่วง แต่ก็ไม่อยากตามมาอย่างเปิดเผย จึงแอบตามมา เมื่อเห็นซูเสี่ยวลู่เดินเข้าไปในโรงเรียน เขาขมวดคิ้ว เขามองแล้วมองอีก ในที่สุดยัยเด็กคนนี้ก็ออกมาสักที
ทำให้เขาไม่มีเวลาหาที่ซ่อน
ตาเฒ่าอู๋ดึงมือซูเสี่ยวลู่
“ไปได้แล้ว ไปได้แล้ว”
ซูหวาตามออกมา เมื่อเห็นแผ่นหลังของตาเฒ่าอู๋ที่จูงมือซูเสี่ยวลู่ ซูหวาจึงวางใจ แล้วหันหลังกลับเข้าห้องเรียน
พบกับหลินผิงเซิงที่ออกจากบ้านเตรียมเข้าสอนพอดี
ซูหวาเตรียมจะอธิบาย หลินผิงเซิงไม่แม้แต่จะมองเขาสักครั้ง แล้วพูดเสียงเย็น
“ไม่รู้จักกฏระเบียบ กลับไปนั่งที่”
เมื่อซูหวานั่งที่แล้ว หลินผิงเซิงเดินมาหาแล้วสั่งให้ซูหวายื่นมือออกมาหนึ่งข้าง เขากล่าวขึ้น
“ต่อไปเมื่อเข้ามาในโรงเรียนแล้ว นอกจากไปสุขา ห้ามเข้าออกโดยพลการ จำไว้หรือยัง”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยนำโชคของครอบครัวชาวนา