ครอบครัวนั้น นางไม่มีวันให้อภัย เพราะเหตุนี้เอง เมื่อซูเสี่ยวจือไปมาหาสู่กับพวกเขา จึงได้รู้สึกไม่สบายใจ
ถูกตีถูกด่าผ่านแล้วก็ผ่านไป ความทุกข์ผ่านแล้วก็ผ่านไป
แต่ดวงตาของท่านพ่อจะกลับมาดีได้ไหม? มือของท่านแม่จะกลับมาเป็นปกติได้หรือ?
ซูฉงมีสีหน้าเคร่งขรึม เขาพูดว่า "ถ้านางคิดจะทำเรื่องไม่ดี พวกเราก็กลับไปบอกท่านพ่อท่านแม่ก่อน"
การที่เขากับซูเสี่ยวลู่ตามมา ก็เพราะคิดเช่นนี้
ถ้าซูเสี่ยวจือจริงใจกับฝ่ายนั้น ครอบครัวของพวกเขาก็จะได้เตรียมตัว รู้ล่วงหน้าไว้ จะได้ค่อยๆ ยอมรับความผิดหวังและความเสียใจได้ เพื่อจะได้ไม่ต้องถูกทำร้ายจิตใจอย่างกะทันหันในวันใดวันหนึ่ง
เหมือนอย่างวันนี้ ที่หวังซื่อมาหาซูเสี่ยวจือกะทันหัน ท่าทางตื่นตระหนกและรู้สึกผิดของซูเสี่ยวจือ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่านางแอบไปมาหาสู่กับฝ่ายนั้น
รู้เรื่องแบบกะทันหันเช่นนี้ ยิ่งทำให้รู้สึกเจ็บปวด
ซูเสี่ยวลู่พยักหน้า
ฟ้ามืดแล้ว ซูฉงกลัวว่าซูเสี่ยวลู่จะมองไม่เห็น เขาจึงพูดกับซูเสี่ยวลู่ว่า "เสี่ยวลู่ ให้พี่ใหญ่แบกเจ้าเอง"
ซูเสี่ยวลู่ลังเลอยู่บ้าง นางอายุเจ็ดขวบแล้ว ไม่เหมือนตอนสามสี่ขวบที่จะกอดรัดพี่ชายได้
ซูฉงไม่ได้คิดมากขนาดนั้น เห็นซูเสี่ยวลู่ไม่ขยับตัว จึงพูดอีกว่า "เจ้าไม่อยากรู้หรือว่าวิชาตัวเบาของพี่ใหญ่พัฒนาไปถึงไหนแล้ว? ขึ้นมาสิ ให้เจ้าลองดู"
พอได้ยินเช่นนั้น ซูเสี่ยวลู่ก็ปีนขึ้นหลังซูฉง
ซูฉงรีบเร่งพลัง แล้วเหินร่างไป
ไม่นานก็ถึงบ้านตระกูลซู
ตอนนี้ ทุกคนอยู่ที่ห้องโถงหลัก
ซูฉงกับซูเสี่ยวลู่ยืนพิงกำแพง ตั้งใจฟังการสนทนาในห้อง
ซูเสี่ยวจือก็เพิ่งมาถึงเช่นกัน
เมื่อนางเข้าห้องมา หลี่ซื่อก็ยิ้มแย้มเข้าไปหา พลางกระตือรือร้นจับแขนซูเสี่ยวจือพลางเอ่ยชม "ท่านพ่อ ท่านแม่ เสี่ยวจือช่างกตัญญูต่อพวกท่านจริงๆ ท่านแม่เพิ่งกลับมา นางก็ตามมาแล้ว ท่านแม่มีบุตรสาวที่ดีเช่นนี้ ทำให้ลูกสะใภ้อิจฉาแทบตายเลยนะเจ้าคะ"
หวังซื่อก็เพิ่งกลับมาได้ไม่นาน พอกลับมาก็ตบอกบอกพวกเขา
เรื่องราวเรียบร้อยดี เป็นที่แน่นอนแล้ว แม้จะควบคุมซูซานหลางไม่ได้ แต่การควบคุมซูเสี่ยวจือไม่มีปัญหา
ต่อไปคงต้องพึ่งซูเสี่ยวจือในการมีชีวิตที่ดีเสียแล้ว
ซูเสี่ยวจือช่างร่ำรวยจริงๆ ไม่ถึงปีก็สามารถให้เงินแม่สามีได้ถึงสิบกว่าตำลึง
ซูซานหลางคงใจกว้างกับนางมากแน่ๆ ซูเสี่ยวจือเป็นเหมือนต้นไม้เงินต้นไม้ทอง ต้นไม้ต้นนี้ พวกเขาต้องยึดไว้ให้มั่น
ในเมื่อกินซูซานหลางไม่ได้ ก็มาแทะซูเสี่ยวจือแทน แม้จะได้แค่น้ำซุปก็ยังดี
ซูซานหลางนั้นใจแข็งเป็นเหล็กแล้ว แต่ซูเสี่ยวจือใจอ่อน ซูซานหลางให้ซูเสี่ยวจือ แล้วซูเสี่ยวจือก็ให้พวกเขา ก็เหมือนกันนั่นแหละ
หลี่ซื่อเข้าใจดี โจวซื่อก็รู้ดี จึงให้ลูกๆ สนิทสนมกับซูเสี่ยวจือเข้าไว้
ซูเชา ซูไฉ และเด็กๆ คนอื่นต่างฝืนยิ้มให้ซูเสี่ยวจือ พูดออกมาคำหนึ่งว่า 'คารวะอาหญิง'
แม้แต่ซูอวี้ฟาง ก็เดินเข้ามาเรียกเสียงหวานว่า 'คารวะอาหญิงเจ้าค่ะ'
นางอายุสิบสี่แล้ว ก็ใกล้จะถึงเวลาออกเรือนแล้ว พอรู้ว่าอาหญิงคนนี้มีเงิน ถ้าสนิทสนมกับอีกฝ่าย บางทีตอนนางออกเรือน ซูเสี่ยวจืออาจจะเพิ่มสินเดิมให้นางก็ได้
ซูต้าหลางก็ยิ้มพลางกล่าวว่า "น้องเล็ก เจ้านี่แหละมีน้ำใจ ไม่เหมือนซูซานหลางไอ้คนไร้น้ำใจนั่น พอมีชีวิตที่ดีก็ลืมบิดามารดาลืมพี่น้อง"

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยนำโชคของครอบครัวชาวนา