ซูเสี่ยวลู่ “...”
ตาเฒ่าอู๋มีสีหน้าเคร่งขรึม “รู้จักหยิบขึ้นมา ก็ต้องรู้จักวางลง จะมามัวคร่ำครวญฟูมฟายเพราะผู้ชายคนเดียวไม่ได้ ได้ยินหรือไม่”
ซูเสี่ยวลู่ “...”
อาจารย์ ข้ายังไม่ถึงเก้าขวบเลยนะ ท่านจะพูดอะไรที่ฟังดูน่ากลัวเช่นนี้ทำไม?
ตาเฒ่าอู๋ยิ่งคิดก็ยิ่งหดหู่ เขามองไปที่ซูเสี่ยวลู่ “ไม่ได้ เจ้าต้องรีบรับปากอาจารย์เดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้น การฝึกฝนครั้งนี้ถือว่าเจ้าสอบไม่ผ่าน”
เมื่อคิดว่าศิษย์รักอันเป็นดั่งแก้วตาดวงใจของเขาอาจจะต้องมาเจ็บช้ำระกำใจเพราะเรื่องความรักในภายภาคหน้า หัวใจของตาเฒ่าอู๋ก็เจ็บปวดรวดร้าว ผู้ชายเฮงซวยคนไหน กล้ามาทำร้ายศิษย์ของเขา มาหนึ่งคน ฆ่าหนึ่งคน
จิตใจผู้หญิงนั้นลึกล้ำราวกับเข็มในมหาสมุทร ทั้งยุ่งยากและยากจะหยั่งถึง เมื่อคิดว่าซูเสี่ยวลู่อาจจะมามัวรีรออึกอักเพราะผู้ชายเพียงคนเดียว ตาเฒ่าอู๋ก็รู้สึกไม่สบายใจไปทั้งตัว
เขารู้สึกโกรธยิ่งนัก!
ด้วยความโกรธที่ราวกับปกป้องลูกสัตว์ตัวน้อยเช่นนี้ แน่นอนว่าซูเสี่ยวลู่ทำได้เพียงรับปากเขา นางรับรองกับตาเฒ่าอู๋ว่า นางจะไม่มีวันเป็นคนหัวดื้ออย่างแน่นอน ผู้ชายนั้นมีค่า แต่เสรีภาพมีค่ายิ่งกว่า หากเป็นไปเพื่ออิสรภาพแล้ว ผู้ชายก็สามารถสละทิ้งได้ นางจะไม่เลือกคบกับผู้ชายหลายใจอย่างแน่นอน หากเขาคิดนอกใจ นางจะลงมืออย่างไม่ลังเล!
ตาเฒ่าอู๋กำกับดูแลให้ซูเสี่ยวลู่เขียนสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร จากนั้นจึงรู้สึกสบายใจขึ้น เขาลูบผมของซูเสี่ยวลู่อย่างอ่อนโยนพลางกล่าวว่า “เช่นนี้ อาจารย์ก็วางใจแล้ว พวกเราจะอยู่ที่นี่ต่ออีกสักสองสามวันแล้วค่อยกลับ”
ศิลาทารกในท้องของอิ่นฮูหยินได้รับการแก้ไขแล้ว ต่อไปอีกสองสามวันจะคอยสังเกตอาการของอิ่นฮูหยิน รอจนกว่านางจะฟื้นตัวดี กินอิ่ม นอนหลับ เดินเหินได้คล่องแคล่ว จึงจะสามารถเดินทางกลับได้
ซูเสี่ยวลู่พยักหน้า “ได้ ท่านอาจารย์ เช่นนั้นข้าขอตัวกลับไปนอนพักสักครู่”
การจดจ่ออยู่กับการผ่าท้องของอิ่นฮูหยินนั้นทำให้นางรู้สึกเหนื่อยล้า
ตาเฒ่าอู๋โบกมือ “ไปเถิด ไปเถิด นอนพักให้นานๆ ก็ไม่เป็นไร ทางโน้นตอนนี้ยังไม่ต้องการเจ้า”
ซูเสี่ยวลู่คิดว่าอิ่นฉางซุ่นคงจะอยู่เป็นเพื่อนอิ่นฮูหยิน ไม่ว่าจะเป็นเพราะความรู้สึกผิดหรืออะไรก็ตาม ตอนนี้เขาคงจะอยู่เคียงข้างอิ่นฮูหยิน คอยเฝ้าดูแลนาง
ซูเสี่ยวลู่กลับห้องไปนอนพักผ่อน
ตาเฒ่าอู๋ยิ้มแย้มเก็บกระดาษสัญญาอย่างดี
ณ เรือนหลัก
อิ่นฉางซุ่นนั่งอยู่ข้างๆ อิ่นฮูหยินและเฝ้าดูนางอยู่ตลอด
เมื่อมองไปยังใบหน้าซีดเซียวและอ่อนแอของอิ่นฮูหยิน ในใจอิ่นฉางซุ่นรู้สึกผิดอย่างมาก
อิ่นฮูหยินนอนหลับไปได้ไม่นานก็ตื่นขึ้น เมื่อเห็นแววตาสำนึกผิดของอิ่นฉางซุ่น นางก็เอ่ยปากอย่างอ่อนแรง “นายท่านเฝ้าข้าอยู่ตลอดเลยหรือ?”
“ฮูหยิน ลูก เจ้าอยากดูสักหน่อยหรือไม่?”
ในที่สุดเด็กที่ตั้งครรภ์มาสี่ปีก็คลอดออกมาแล้ว เป็นเด็กผู้ชาย แต่เขาจากไปแล้ว ทั้งตัวเป็นสีดำคล้ำ แขนขาแข็งทื่อ เขาตัวใหญ่กว่าทารกปกติมาก
จะรับอนุภรรยา สตรีในโลกนี้มีตั้งมากมาย ไม่จำเป็นต้องเป็นถังซื่อเท่านั้น
ทุกสิ่งที่ถังซื่อเคยกระทำ จะต้องชดใช้ด้วยราคาที่สาสม
วันรุ่งขึ้น ซูเสี่ยวลู่มาหาอิ่นฮูหยิน ทำการฝังเข็มเงินให้อิ่นฮูหยิน และให้สาวใช้พยุงนางลุกจากเตียงเดินออกกำลัง
ช่วงกลางวัน อิ่นฮูหยินเริ่มผายลม และเริ่มรับประทานอาหารสมุนไพรที่ซูเสี่ยวลู่ปรุงให้
ในอีกไม่กี่วันถัดมา อิ่นฮูหยินก็พักฟื้นร่างกายต่อไป บาดแผลเริ่มตกสะเก็ดและสมานตัวดีขึ้น เพียงแค่พักผ่อนให้เพียงพอก็ไม่มีปัญหาใดแล้ว
ในวันที่ยี่สิบสองเดือนอ้าย อิ่นฮูหยินไม่มีอาการผิดปกติใดๆ อีก ซูเสี่ยวลู่ตรวจชีพจรและฝังเข็มให้นางตามปกติ หลังจากถอนเข็ม ซูเสี่ยวลู่กล่าวกับอิ่นฮูหยินว่า “ฮูหยิน ร่างกายของท่านดีขึ้นมากแล้ว ข้ากับอาจารย์ประเดี๋ยวจะออกเดินทางแล้ว ใบสั่งยาที่ข้าให้ไว้ ฮูหยินสามารถรับประทานต่ออีกหนึ่งเดือนเพื่อเสริมรากฐานร่างกายให้แข็งแรงขึ้น”
อิ่นฮูหยินมีสีหน้ากังวลใจ นางขมวดคิ้วกล่าวว่า “แม่นางซู ข้ารู้สึกว่าแผลของข้ายังเจ็บอยู่เล็กน้อย พวกเจ้าอยู่ต่ออีกวันได้หรือไม่”
อิ่นอวี้เหยาหันมาพูดเสริมว่า “แม่นางซู ท่านแม่ของข้าบาดเจ็บสาหัสจากการผ่าท้อง เจ้าอยู่ต่ออีกวันเถิด”
ซูเสี่ยวลู่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวว่า “เช่นนั้น ข้าจะไปปรึกษาอาจารย์ก่อน”
การผ่าท้องถือเป็นบาดแผลใหญ่ การที่อิ่นฮูหยินมีความกังวลก็เป็นเรื่องปกติ
เมื่ออิ่นฮูหยินและอิ่นอวี้เหยาเห็นซูเสี่ยวลู่ยอมผ่อนปรน ทั้งสองแม่ลูกสบตากันและต่างก็ถอนหายใจโล่งอก

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยนำโชคของครอบครัวชาวนา