เข้าสู่ระบบผ่าน

ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยนำโชคของครอบครัวชาวนา นิยาย บท 47

เด็กๆ หลายคนหยุดร้องไห้แล้ว แต่ยังคงยืนอยู่ข้างๆ ด้วยดวงตาที่คลอไปด้วยน้ำตา

ซูซานเม่ยมองดูหมออู๋ แล้วก็ทรุดตัวลงคุกเข่าลงอย่างกะทันหัน วางซูเสี่ยวลู่ไว้ข้างๆ จากนั้นก็โขกศีรษะให้หมออู๋ พร้อมกับพูดเสียงสั่นเครืออย่างไร้เดียงสาว่า “ท่านหมออู๋ ขอร้องท่านช่วยชีวิตท่านพ่อของข้าด้วยเถิด ข้าซูซานเม่ยยอมขายตัวเป็นบ่าวรับใช้ท่าน ขอเพียงท่านช่วยบิดาของข้าเท่านั้น!”

ซูซานเม่ยรู้ดีว่าหมอรักษาคนต้องใช้เงิน แต่ครอบครัวของพวกนางไม่มีแม้แต่เงินสักอีแปะ คราวที่แล้วตอนที่บิดาพยายามช่วยมารดา ครอบครัวของพวกเขาก็ถูกไล่ออกจากบ้านไปแล้ว

ตอนนี้นางอยากช่วยชีวิตบิดาของนาง แต่นางไม่มีเงิน นอกจากจะขายตัวเป็นบ่าว นางก็ไม่มีทางเลือกอื่นเลย

เด็กหญิงตัวน้อยอายุหกขวบคนหนึ่ง แววตากลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและแน่วแน่

หมออู๋เหลือบมองแวบหนึ่ง แต่ก็ไม่พูดอะไร

เฉินหู่รีบพูดขึ้นว่า “ไม่ๆๆ ข้ายังมีเงินอยู่สิบตำลึง ซานเม่ย เจ้าลุกขึ้นเถอะ นะ นี่คงจะพอกระมัง”

เฉินหู่หยิบเงินออกมายื่นให้ตาเฒ่าอู๋ นี่เป็นเงินที่เช้านี้เฉียนซื่อพบตอนที่จัดการข้าวสาร เฉียนซื่อจึงมอบให้เฉินหู่ แต่วันนี้เฉินหู่กลับใจลอยระหว่างทำงาน พอมีโอกาสกลับมาบ้าน หลังจากไถ่ถามเรื่องราวต่างๆ ดูแล้ว เมื่อได้ข่าวว่าครอบครัวของซูซานหลางถูกขับออกจากทำเนียบตระกูล เขายังไม่ทันหายตกใจก็รีบตามมา

ยังดีที่พวกเขายังไม่ทันออกจากหมู่บ้าน แต่เขาก็มาเห็นเข้ากับตาว่าซูซานหลางล้มลงกับพื้นทันที

ทุกอย่างเกิดขึ้นกะทันหันเกินไป เมื่อได้ยินซูซานเม่ยพูดว่าจะขายตัวเป็นบ่าวเพื่อช่วยชีวิตบิดา เฉินหู่ตกตะลึงอย่างมาก ในใจรู้สึกสงสารเหลือเกิน เพราะบุตรสาวของเขาก็อายุไล่เลี่ยกับซูซานเม่ย ทั้งยังเป็นเด็กดีและว่านอนสอนง่ายอีกด้วย

เฉินหู่ได้สติ จึงรีบหยิบเงินออกมา ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม เขาก็ไม่อาจทนดูเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้

ตาเฒ่าอู๋หยิบเงินขึ้นมาใส่ไว้ในอกเสื้อ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า “บาดเจ็บสาหัสจนถึงขั้นกระอักโลหิต ก่อนอื่นหามคนเข้ามาก่อนเถอะ ในเมื่อรับเงินมาแล้ว เช่นนั้นตาเฒ่าก็จะใช้ยาดีๆ ดึงชีวิตเขากลับมา”

เฉินหู่โล่งใจไปมาก พลางพยักหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า “ดีๆๆ”

ตาเฒ่าอู๋หันหลังเดินเข้าไป

เฉินหู่รู้สึกลำบากใจอยู่ไม่น้อย ตอนแรกเขาก็หวังว่าตาเฒ่าอู๋จะช่วยหามซูซานหลางเข้าไป แต่ตอนนี้เขาก็ไม่กล้าพูดออกมาในคราวเดียว

เขาหันไปมองซูฉงกับซูหวา แล้วตัดสินใจพูดขึ้นอย่างรวดเร็วว่า “เจ้าฉง เจ้าหวา มาช่วยข้าหามบิดาของพวกเจ้าหน่อย”

พูดจบ เฉินหู่ก็หันไปบอกจ้าวซื่อว่า “พี่สะใภ้ ท่านต้องเข้มแข็งไว้นะ เด็กๆ ยังต้องพึ่งท่านอยู่ หมออู๋มีฝีมือการรักษายอดเยี่ยม พี่ซานจะต้องไม่เป็นอะไร ทุกอย่างจะผ่านพ้นไปได้ด้วยดี”

“ได้ ขอบใจน้องหูจื่อ”

จ้าวซื่อพยักหน้า นางฉุดซูซานเม่ยขึ้นมา พลางอุ้มซูเสี่ยวลู่ แล้วเดินตามรอยเท้าของเฉินหู่ไป

ในใจของนางเริ่มมีความหวังขึ้นมาอีกครั้ง เพราะซูซานหลางยังพอมีทางรอด นางคิดว่าต่อให้ต้องไป ก็ต้องให้ซูซานหลางพยักหน้าเห็นด้วยก่อนถึงจะได้

ตาเฒ่าอู๋ชำเลืองมองซูซานหลาง พลางถามขึ้นอย่างไม่ใส่ใจนักว่า “เล่าให้ข้าฟังหน่อย เกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมถึงได้เสียใจมากเสียจนเกือบจะตายเพราะความช้ำใจเลยทีเดียว?”

ซูซานหลางไม่พูดอะไรสักคำ

เฉินหู่เม้มริมฝีปากแน่น ก่อนกัดฟันพูดขึ้นว่า “ท่านหมออู๋ มันเป็นแบบนี้ขอรับ ผู้เฒ่าซูรับไม่ได้ที่เห็นครอบครัวของพี่ซานแยกออกไปแล้วกลับอยู่ดีกินดี จึงได้ขีดชื่อครอบครัวพวกเขาออกจากทำเนียบตระกูล ส่วนสิ่งที่พวกเขาอุตส่าห์หามาได้ในช่วงหลายเดือนนี้ ก็ถูกยึดเป็นของตระกูลซูไปหมด”

เฉินหู่รู้สึกเจ็บปวดในใจ เขาเสียใจกับความอยุติธรรมที่ซูซานหลางได้รับ แต่โลกนี้ก็เป็นเช่นนี้ พระคุณของบิดามารดายิ่งใหญ่เหนือสิ่งอื่นใด

ตาเฒ่าอู๋เหลือบมองจ้าวซื่อและเด็กๆ ที่ยืนอยู่ข้างนาง เขาก็พอจะเข้าใจเรื่องทั้งหมดแล้ว “เช่นนั้นตอนนี้ครอบครัวของพวกเจ้าก็ไม่มีบ้านจะอยู่แล้วสินะ”

จ้าวซื่อก้มหน้าลง

ซูซานหลางที่นอนอยู่บนเตียงพูดขึ้นอย่างอ่อนแรงว่า “ท่านหมออู๋ อีกสักพักพวกเราจะออกไปแล้วขอรับ”

เฉินหู่มองเขาด้วยท่าทีร้อนใจ “พี่ซาน สภาพเจ้าตอนนี้จะออกไปได้อย่างไรกัน ขืนออกไปแบบนี้...…”

ขืนออกไปแบบนี้ จะมีทางรอดที่ไหนกัน แต่เขาพูดต่อไม่ออก ได้แต่กัดฟันแน่น กำหมัดไว้ด้วยความเจ็บใจ แต่เขาเองก็จนปัญญา เขาพาครอบครัวของซูซานหลางกลับไปไม่ได้ เพราะบิดามารดาของเขาไม่มีวันยอมแน่

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยนำโชคของครอบครัวชาวนา