เข้าสู่ระบบผ่าน

ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยนำโชคของครอบครัวชาวนา นิยาย บท 55

ดวงตาซูซานหลางสลดลง เสือมีมูลค่ามาก แต่ต่อให้เขาสละชีวิตก็ใช่ว่าจะทำสำเร็จ

ช่วงเวลาก่อน เขาเข้าป่าไม่เคยกลับมามือเปล่า เหมือนดวงดีไม่น้อย แต่พวกเขาทั้งครอบครัวยังไม่ทันผ่านฤดูหนาว โชคร้ายก็มาเยือนแล้ว

ซูซานหลางเดินจากไปพร้อมใจที่ท้อแท้สิ้นหวัง

ตาเฒ่าอู๋มองดูแผ่นหลังของเขา พร้อมส่ายหน้าเบาๆ

เรื่องเสือทำร้ายคนแพร่กระจายในหมู่บ้านอย่างรวดเร็ว ทุกคนไปเยี่ยมพ่อลูกโจวอันติ้งที่บ้านโจวฉวน ที่สำคัญคืออยากสืบข่าว ว่าเสืออยู่ไกลจากหมู่บ้านหรือไม่ เกิดอากาศหนาว แล้วหิวโซลงเขามาทำร้ายคนจะทำอย่างไร?

ยังดีที่พ่อลูกโจวอันติ้งบอกว่า เสืออยู่ห่างจากหมู่บ้านหนานซานเป็นระยะทางภูเขาหลายลูก อยู่ไกลโข บนป่าลึกแห่งนั้น หมูป่าก็มีมาก ขอเพียงคนไม่เข้าไปตอแยก่อน เสือคงไม่ลงจากเขา

เมื่อเป็นเช่นนี้ พวกชาวบ้านถึงได้วางใจ

ซูซานหลางมีความในใจ จ้าวซื่อสังเกตเห็นตั้งแต่ทีแรก เมื่อนึกถึงคนทั้งสองที่ตาเฒ่าอู๋ไปรักษา จ้าวซื่อรู้ทันทีว่าซูซานหลางคิดจะทำสิ่งใด

ตอนค่ำขณะกำลังทำอาหาร จ้าวซื่อน้ำตาไหลริน นางหันไปเอ่ยกับซูซานหลาง

“พ่อ ข้าไม่ให้เจ้าไป”

เมื่อเห็นจ้าวซื่อน้ำตาไหล ซูซานหลางหัวเราะแล้วบอกนาง

“แม่ หากข้าดวงดี พวกเราจะไม่ต้องจากไป พวกเราสามารถสร้างบ้าน พวกเราสามารถซื้อที่ดิน”

เมื่อได้ยินซูซานหลางพูดอย่างนี้ จ้าวซื่อไม่เพียงไม่หยุดร้องไห้ น้ำตาไหลยิ่งกว่าเดิม นางกล่าว

“พ่อ แต่นั่นมันเสือเชียวนะ ไม่ใช่ไก่หรือกระต่าย”

ต้องดวงดีขนาดไหน ถึงจะแลกมาด้วยความสงบของคนทั้งครอบครัว

แม้แต่เรื่องที่นายพรานยังทำไม่ได้ พวกเขาจะทำได้อย่างไร เป็นไปได้สูงที่จะเสียชีวิต

ซูซานหลางมองจ้าวซื่อแล้วกล่าวขึ้น

“แม่ เจ้าให้ข้าไปเถอะ ข้ารับรอง ข้าต้องกลับมาแน่นอน”

จ้าวซื่อยืนยันไม่รับปาก เมื่อเห็นซูซานหลางตั้งใจแน่วแน่ จ้าวซื่อกัดฟันเอ่ยขึ้น

“ได้ งั้นข้าจะไปพร้อมเจ้า”

หากจะรอด พวกนางสองผัวเมียจะรอดมาด้วยกัน หากจะตาย พวกนางจะตายไปด้วยกัน

จ้าวซื่อตั้งใจแน่วแน่ ทำให้หัวใจซูซานหลางปวดหนึบ เขาพูดเสียงสะอื้น

“แม่ของลูก ข้าจะให้เจ้าไปได้อย่างไร”

น้ำตาจ้าวซื่อร่วงลงมาไม่หยุด นางเอ่ยเสียงสะอื้นเช่นกัน

“พ่อของลูก แล้วข้าจะให้เจ้าไปได้อย่างไร พวกเราไปจากที่นี่ ต่อให้ต้องขอทานก็ไม่เป็นไร ขอแค่ได้อยู่กับเจ้า แต่หากปล่อยให้เจ้าไปเพียงลำพัง ข้าทำไม่ได้”

ถึงอย่างไรก็ไม่มีทางรอดแล้ว ต่อให้ต้องไปตาย นางก็ต้องไปพร้อมกับซูซานหลาง

ส่วนจ้าวซื่อ แค่ได้ซบซูซานหลางก็เบาใจ นางกลัวซูซานหลางจะแอบขึ้นไปบนเขา ดังนั้นนางไม่กล้าปล่อยเขา

กลางคืนหิมะตกแล้ว เช้าวันรุ่งขึ้น บนพื้นจึงมีหิมะชั้นหนา

เด็กหลายคนถูมือพร้อมพ่นลมหายใจ อากาศหนาวแล้ว แต่ยังขยันทำงาน

หลังจากให้อาหารไก่กับเป็ดซูซานเม่ยกลับมาเลี้ยงซูเสี่ยวลู่ นางอุ้มซูเสี่ยวลู่นั่งอยู่ในบ้าน พร้อมเช็ดน้ำตาพูดกับซูเสี่ยวลู่

“ซื่อเม่ย ข้ากลัวจะไม่มีพ่อกับแม่ พวกเราควรทำอย่างไรดี”

ซูเสี่ยวลู่ยังพูดไม่ได้ นางช่วยอะไรไม่ได้เลย เพียงแต่ชอบร้องไห้ให้ซูซานเม่ยพาไปเล่นข้างโอ่งน้ำบ่อยๆ แล้วฉวยโอกาสเติมน้ำพุวิญญาณเข้าไปในโอ่งน้ำ

ตอนนี้ครอบครัวไม่เหมือนครอบครัว นางเองก็ไม่รู้ว่าควรทำอย่างไร

นางรู้ความคิดของซูซานหลางและความคิดของจ้าวซื่อ แต่นางไม่มีแรงห้าม นางจึงจำทุกอย่างไว้ในใจ แล้วอธิฐานขอพรไม่ว่าซูซานหลางจะทำเรื่องใดขอให้เขาปลอดภัย

ซูซานเม่ยอุ้มซูเสี่ยวลู่ แล้วพูดอยู่สักครู่ จากนั้นเช็ดน้ำตาแล้วทำเหมือนไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น

ซูฉงและซูหวายังคงช่วยตาเฒ่าอู๋ทำงาน บางครั้งจะวิ่งมาหาซูซานเม่ยเพื่อหอมซูเสี่ยวลู่

อาจเพราะรับรู้ถึงเรื่องราวที่หนักหน่วง ทำให้พี่ชายทั้งสองค่อนข้างจะเงียบขรึม แววตาของพวกเขายังคงไร้เดียงสา แต่ยิ้มน้อยลง

วันที่สิบแปดเดือนสิบเอ็ด พ่อลูกโจวอันติ้งถูกคนที่บ้านรับกลับไปแล้ว ส่วนเรื่องของเสือก็เริ่มไม่มีคนพูดถึงแล้ว

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยนำโชคของครอบครัวชาวนา