เรื่องของซูฉงกับซูหวาเปลี่ยนแปลงไม่ได้ เขาแก้ไขอดีตไม่ได้ ทว่านับจากนี้ เขาจะทำเรื่องที่ตัวเองเสียใจไม่ได้อีกแล้ว
จ้าวซื่อเองก็นั่งลง
หลังจากหมอตรวจชีพจร จึงกล่าวเชื่องช้า
“ร่างกายยังอ่อนแอ เพราะหลังคลอดสูญเสียพลังชี่ ทำให้ร่างกายทรุดโทรม หากบำรุงให้ดีคงไม่เป็นไร แต่ว่าต่อไปคงมีลูกไม่ได้แล้ว”
หมอมองดูซูเสี่ยวลู่ที่จ้าวซื่อแบกไว้บนหลัง ทว่าไม่ได้พูดสิ่งใดอีก
ซูซานหลางเอ่ยขึ้น
“หมอช่วยจัดยาบำรุงร่างกายให้ข้าสักหน่อยเถอะ”
ร่างกายของจ้าวซื่อเหมือนที่ตาเฒ่าอู๋บอก จะมีลูกอีกหรือไม่เขาไม่สนใจ เขาไม่คิดจะให้จ้าวซื่อตั้งท้องอีก ขอเพียงอย่างอื่นไม่เป็นไรก็พอ
“เอาละ เอาตำรับยานี่ไปรับยาซะ แล้วก็ซื้อสมุนไพรบำรุงร่างกายกลับไปด้วย บางครั้งเอาไปตุ๋นน้ำแกงกิน”
หมอหยิบพู่กันขึ้นมาเขียนตำรับยา เขามองซูซานหลางหลายครั้ง
ซูซานหลางนำตำรับยาไปรับยา จากนั้นซื้อสมุนไพรบำรุงร่างกายกลับไป จากนั้นทั้งครอบครัวออกจากร้านขายยา
ขณะนี้มีศิษย์ข้างกายหมอเอ่ยถาม
“อาจารย์ คนบ้านนี้ประหลาดนัก ตอนนั้นลูกชายทั้งสองคนช่วยได้แต่ไม่ช่วย ตอนนี้เรื่องผ่านไปแล้วจะมีประโยชน์อะไร”
หมอถอนหายใจแล้วกล่าวขึ้น
“พวกเขามีความลำบากใจอย่างไร คนนอกใครจะไปรู้ อย่าพูดจาส่งเดช”
“ขอรับ ศิษย์ไม่ควรพูดมาก”
เมื่อลูกศิษย์รู้ตัวทีหลังว่าทำผิด จึงกล่าวขอโทษแล้วถอยออกไป
……
ซื้อยาเสียเงินไปหนึ่งตำลึงเงิน ต่อมาซูซานหลางพาจ้าวซื่อและลูกหลายคนไปซื้อผ้าใหม่สองทบ ซื้อเกลือสองชั่ง
แล้วไปซื้อจอบสองด้าม ที่คีบถ่านหนึ่งอัน มีดทำครัวหนึ่งเล่มและกรรไกรหนึ่งเล่มที่ร้านเครื่องใช้เกษตร และซื้อเคียวไปอีกหนึ่งเล่ม รวมถึงเมล็ดพันธุ์เพาะปลูก
สุดท้ายซื้อเนื้อไปบางส่วน เมื่อเห็นคนขายไก่เป็นเป็ดเป็น จ้าวซื่อพูดอย่างหวั่นไหว
“พ่อ พวกเราซื้อกลับไปสักสองสามตัวเถอะ ลองเลี้ยงดู หากออกไข่ก็ให้ฟักออกมาเป็นตัว”
ซูซานหลางพยักหน้า
“ได้ เอาตามเจ้าว่า”
พวกเขาซื้อไก่สองตัวและเป็ดสองตัว ตัวผู้หนึ่งและตัวเมียหนึ่ง
สุดท้าย ซูซานหลางไปซื้อน้ำตาลหนึ่งถุง เขาหัวเราะ
“ไว้ให้เจ้าฉง เจ้าหวาและซานเม่ยกินตอนปีใหม่”
จ้าวซื่อพยักหน้า
“ดี”
คนทั้งบ้านกลับไปพร้อมกัน ตอนกลับถึงบ้านเป็นเวลาเย็นแล้ว
ตอนเอาเป็ดกับไก่ไปปล่อยในเล้า จ้าวซื่ออุทาน
บนกระดาษมีภาพวาด ภาพที่วาดคือบ้านสองหลัง คนหนึ่งย้ายของเข้าไปบ้านหลังหนึ่ง จากนั้นด้านล่างคืออีกคนที่สะพายห่อผ้าจากไปไกล
ความหมายนี้ อย่างไรก็แปลว่ามอบให้บ้านเขา
“ถ้าหมออู๋มอบให้พวกเราแล้ว เขาจะกลับมาอีกหรือเปล่า?”
เมื่อจ้าวซื่อได้ยิน นางกังวลเล็กน้อย จากนั้นถามต่อไป
“หมออู๋บอกหรือไม่ว่าไปที่ใด?”
ซูซานหลางส่ายหน้า
“เรื่องนี้หมออู๋ไม่ได้วาด เขาอาจกลับไปบ้านเกิดแล้ว”
ตาเฒ่าอู๋ไม่ใช่คนหมู่บ้านหนานซาน ไม่มีใครรู้ว่าเขามาจากไหน ตาเฒ่าอู๋สันโดษมาก ทุกคนรู้แค่ว่าเขาคือหมอ
เขาจากไปกะทันหัน อาจกลับไปบ้านเกิดเมืองนอน หรืออาจไปสถานที่อื่น เรื่องนี้ไม่มีใครรู้
ก่อนหมออู๋จากไปยังดีกับครอบครัวพวกเขาขนาดนี้ ซูซานหลางตื้นตันอย่างบอกไม่ถูก เขาทำบุญด้วยอะไร จึงได้รับบุญคุณใหญ่หลวงจากหมออู๋เช่นนี้
บุญคุณเช่นนี้ ไม่รู้ว่าชาตินี้จะมีโอกาสตอบแทนหรือไม่
ในใจซูซานหลางรู้สึกเศร้า เขากำกระดาษแน่นพร้อมเอ่ยหนักแน่น
“แม่ของลูก สิ่งของของหมออู๋พวกนี้ พวกเราจะเอามาเฉยๆ ไม่ได้ ถือว่าพวกเราช่วยดูแลชั่วคราว นับดูว่ามีเนื้อและข้าวสารอาหารแห้งเท่าใด พวกเราเอาของใหม่มาเปลี่ยนไว้ตลอด รอวันไหนหมออู๋กลับมาแล้ว ของพวกนี้ต้องคืนกลับไปในจำนวนเท่าเดิม”
ไม่แน่หมออู๋อาจกลับมาในไม่กี่เดือน
เป็นคนจะแล้งน้ำใจไม่ได้ หมออู๋ช่วยพวกเขาขนาดนี้ บุญคุณนี้ต้องจำได้ไม่ลืม ตอนนี้หมออู๋ออกเดินทางไกล ของพวกนี้พวกเขาจะดูแลแทนชั่วคราว รอให้เขากลับมา ค่อยคืนให้เขา

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยนำโชคของครอบครัวชาวนา