“ได้ ข้าเองก็คิดเช่นนี้”
จ้าวซื่อพยักหน้า สิ่งของเหล่านี้ หากเอามาเฉยๆ นางก็ไม่สบายใจ ต่อให้หมออู๋วาดภาพเอาไว้แจ้งพวกนาง พวกนางก็เอามาเปล่าๆ ไม่ได้ จึงถือว่าดูแลชั่วคราว รอให้เขากลับมาค่อยคืนกลับไป เช่นนี้จึงจะสบายใจ
ซูซานหลางกะเกณฑ์น้ำหนักของอาหารแห้ง จากนั้นนับจำนวนหมูน้ำค้าง
อาหารแห้งห้าสิบชั่ง หมูน้ำค้างเจ็ดเส้น ไก่หกตัว เป็ดสามตัว
หลังจดจำเสร็จแล้ว จึงเก็บข้าวสารไว้อย่างดี นำหมูน้ำค้างไปแขวนไว้ด้านบนเตา เช่นนี้จะได้รมควันตลอด เพื่อไม่ให้หมูน้ำค้างเสีย
หลังจากจัดการทุกอย่างเรียบร้อย จ้าวซื่อและซูซานหลางเริ่มทำอาหารเย็น
ซูซานเม่ยแบกซูเสี่ยวลู่ พาพี่ชายทั้งสองคนไปจับหนอนมาป้อนไก่
เพียงครู่เดียว ซูหวาจับไส้เดือนตัวอ้วนได้แล้วให้น้องสาวดูเหมือนอวดผลงาน
“น้องสาว ข้าจับได้หนึ่งตัว”
ซูซานเม่ยยิ้มพร้อมกล่าว
“พี่รองเก่งมาก”
ซูหวาดีใจมาก ใบหน้าแดงระเรื่อเต็มไปด้วยความสดใส
ซูฉงเองก็หาอย่างขมักเขม้น เพียงครู่เดียวเขาเอ่ยอย่างดีใจ
“น้องสาว ข้าก็จับได้แล้ว”
ซูซานเม่ยยิ้มเหมือนเดิม
“พี่ใหญ่ก็เก่งมาก ยอดเยี่ยม”
ซูซานเม่ยยิ้มไปด้วยกล่าวชมไปด้วย พลางนำไส้เดือนตัวหนึ่งใส่ลงถุงกระดาษไปเงียบๆ ที่แห่งนี้ เป็นจุดที่มาเทน้ำล้างหน้าบ่อยๆ ตั้งแต่น้องเล็กไม่ใช้ผ้าอ้อม หนอนในดินเหมือนน้อยลงไปกว่าเมื่อก่อนมาก
ทว่าสวนผักที่รดด้วยน้ำปุ๋ยคอก กลับเขียวขจีดูดีเหลือเกิน
ซูซานเม่ยแอบคิด ต้องเป็นเพราะบนตัวซื่อเม่ยมีกลิ่นหอม ดังนั้นพวกหนอนจึงชอบน้ำทิ้งของนาง
ซื่อเม่ยบ้านนางต้องเป็นนางฟ้าแน่นอน ระหว่างที่พ่อแม่เข้าไปในป่า นางมักอธิษฐาน หากซื่อเม่ยเป็นนางฟ้าจริง ขอให้ปกป้องพ่อกับแม่กลับมาอย่างปลอดภัย แม้พ่อกับแม่จะได้รับบาดเจ็บ แต่ซูซานเม่ยเชื่อว่า ซื่อเม่ยของนางได้ทำสุดความสามารถแล้ว
ดังนั้น นางเป็นคนพูดจริงทำจริง จากนี้จึงดีกับซูเสี่ยวลู่มากขึ้น
เมื่อจับหนอนป้อนให้เป็ดไก่กินอิ่มแล้ว จ้าวซื่อมาเรียกพวกนางไปกินอาหารเย็น
มื้อเย็นยังคงมีเนื้อสัตว์ให้กิน
หลังกินข้าวเสร็จ จ้าวซื่อล้างหน้าให้พวกลูกอย่างอ่อนโยน นำเสื้อผ้าใหม่ให้ซูฉงซูหวาพร้อมสั่งการ
“เจ้าฉง เจ้าหวา พรุ่งนี้ก็ใส่ชุดใหม่ได้แล้ว”
ซูฉงซูหวาดีใจมาก ยิ้มจนตาหยี ดวงตาเป็นประกาย
ด้านขวาของซูเสี่ยวลู่คือซูซานเม่ย ด้านซ้ายคือจ้าวซื่อ จ้าวซื่อตบนางอย่างอ่อนโยนและแผ่วเบา ในไม่ช้าซูเสี่ยวลู่ก็นอนหลับไป
เช้าวันรุ่งขึ้น
คนทั้งครอบครัวตื่นขึ้นมาพร้อมชุดใหม่ จ้าวซื่อและซูซานหลางเริ่มยุ่ง ทั้งตุ๋นกระดูก ผัดเนื้อ นึ่งซาลาเปาหมั่นโถวและหุงข้าว
ส่วนซูซานเม่ยพาพี่ชายทั้งสองคน และซูเสี่ยวลู่ที่แบกอยู่บนหลังไปจับหนอนมาป้อนไก่เป็ด
เมื่อข้าวสุกแล้ว คนทั้งครอบครัวนั่งพร้อมหน้า กินอาหารปีใหม่อย่างอบอุ่น
ปีใหม่ปีนี้ จึงผ่านไปอย่างสงบเช่นนี้
หลังปีใหม่ วันเวลาแห่งความหนาวเหน็บผ่านไปอย่างรวดเร็ว
หลังจากใช้ชีวิตอย่างสงบสุขมาหนึ่งเดือน เมื่อเข้าสู่เดือนที่สอง ทุกสรรพสิ่งฟื้นคืน ดอกไม้ป่านานาชนิดเริ่มเบ่งบาน ต้นไม้ก็แตกยอดอ่อน
อากาศเริ่มอบอุ่นขึ้น สิ้นเดือนสอง ครอบครัวซูซานหลางมัวแต่ยุ่งอยู่กับการหว่านเมล็ดข้าว ที่นาหลายไร่นั้น ย่อมต้องเพาะปลูก
ซูซานหลางกับจ้าวซื่อพาซูฉงและซูหวาลงไปในนา ส่วนซูซานเม่ยเริ่มจับหนอนตรงคันนา ไปจับปูหรือหนอนในน้ำ
คนในหมู่บ้านก็เริ่มสนิทสนมกับครอบครัวซูซานหลาง
วันนี้มีคนพาลูกผ่านทางแล้วแวะทักทายซูซานหลางไม่น้อย พูดไปพูดมาก็ไม่พ้นเรื่องเข้าเรียน ซูฉงกับซูหวาสงสัยอย่างมาก อดทนอยู่สักครู่จึงเอ่ยถาม “ท่านพ่อ เข้าเรียนคืออะไรหรือ”
ซูซานหลางหลุบตาลง ตอบกลับด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง “ก็คือเข้าเรียนศึกษาหาความรู้”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยนำโชคของครอบครัวชาวนา