“ซ่งฮูหยิน เซี่ยงเหิงสำนึกผิดแล้วจริงๆ เรื่องนี้พวกข้าเป็นฝ่ายผิดต่อพวกท่าน ขอเพียงสามารถชดใช้ความผิด ไม่ว่าพวกท่านจะให้พวกข้าทำอันใด พวกข้าล้วนยินดีทำ หวังเพียงพวกท่านคลายโทสะ” กู้อวิ๋นเวยขอร้อง
“อี้อัน เจ้ากับเซี่ยงเหิงรู้จักกันมาหลายปี เป็นสหายร่วมสำนักที่ดีต่อกันมาตลอด ที่เขาทำเรื่องเหลวไหลพรรค์นี้ออกมาล้วนเป็นเพราะถูกจ้าวซูหว่านล่อลวง”
“ยามนี้เขาสำนึกผิดแล้ว รู้สึกผิดต่อเจ้า เจ้าช่วยเห็นแก่มิตรภาพในอดีต ให้อภัยเขาสักครั้งได้หรือไม่?”
ซ่งอี้อันมีสีหน้าเย็นชา “มิตรภาพในฐานะสหายร่วมสำนักระหว่างข้ากับฉินเซี่ยงเหิง จบสิ้นไปตั้งแต่ตอนที่เขาลักลอบมีสัมพันธ์กับจ้าวซูหว่านลับหลังข้าแล้ว ไม่ต้องพูดถึงเรื่องให้อภัยหรือไม่ให้อภัย ต่อไปก็คงไม่มีความเกี่ยวข้องอันใดต่อกันอีก”
ฉินเจิงยังคงหวดแส้ไม่หยุด
รอยเลือดบนแผ่นหลังฉินเซี่ยงเหิงมีมากขึ้นทุกที กระทั่งเสียงร้องก็เปลี่ยนจากเสียงโหยหวนในตอนแรกมาเป็นอ่อนแรงลงทีละนิด ราวกับกำลังจะถูกโบยจนตายกระนั้น
“ในเมื่อซ่งฮูหยินกับคุณชายซ่งไม่ยินดีให้อภัย ข้าก็จะตีเจ้าลูกทรพีนี่ให้ตายเสีย!” ฉินเจิงไม่ยั้งมือเลยสักนิด แต่ดวงตาทั้งคู่กลับแดงก่ำ
ผู้คนรอบข้างเห็นภาพเปื้อนเลือดตรงหน้าก็รู้สึกเห็นใจอย่างไม่อาจเลี่ยง
“เรื่องที่ฉินเซี่ยงเหิงทำน่าละอายจริงๆ แต่คิดว่าคงเป็นเพราะจ้าวซูหว่านยั่วยวนเขาก่อน ถ้าจะตีเขาจนถึงที่ตายเพราะเรื่องนี้จะเกินกว่าเหตุไปหน่อยหรือไม่?”
“คุณชายรองซ่งตาบอดสองข้างก็น่าสงสารจริงๆ แต่ก็ไม่ถึงขั้นต้องเอาชีวิตคุณชายฉินเลยนี่?”
“หากไม่ใช่เพราะคุณชายรองซ่งไม่รอบคอบเอง ปล่อยให้ทั้งคู่ได้พบกันบ่อยๆ เรื่องราวก็คงไม่บานปลายมาจนถึงขั้นนี้”
เห็นว่าเสียงวิจารณ์รอบข้างเริ่มเปลี่ยนไป กู้อวิ๋นเวยตระหนักว่าโอกาสมาถึงแล้ว ถ้ายังไม่เอ่ยปากอีก เซี่ยงเหิงจะรับไม่ไหวแล้วนะ!
สกุลซ่งช่างใจดำโดยแท้ พวกนางทำถึงขั้นนี้แล้ว แต่กลับไม่ยอมเอ่ยปากให้อภัยอีก?

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง
ทำไมใไม่สามารถอ่านต่อได้ ทั้งที่เพพงเติมเหรียญ :(...
ทำไมยังไม่สามารถอ่านได้ ใช้ดหรียญไม่ได้...
ระบบเป็นแบบนี้มาหลายวันแล้ว ทำไมไม่มีการติดจ่อกลับมา...
ทำไมอ่านต่อไม่ได้ เติมเงินแล้วก็ไม่ได้...
ทำไมใช้เหรียญไม่ได้...
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ แต่การเติมเงินใช้เป็นเพียงบัตรเติมเงินเอไอเอสเท่านั้น...