น่าเสียดายที่เจอนางเข้าให้
“หลินจือเยว่กับฉินซวงซวงมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยงั้นหรือ?”
ฉู่จวินถิงขมวดคิ้วมุ่น เบาะแสที่เคยสืบหามาได้ก่อนหน้านี้ไม่พบจริงๆ ว่าโยงใยไปถึงพวกเขาสองคน ดูท่า...จะยังสืบค้นได้ไม่ถึงที่สุด!
“หม่อมฉันก็ไม่คาดคิดเช่นกันว่าพวกเขาจะอยู่ที่นี่ ศาลาว่าการซุ่นเทียนบอกเองมิใช่หรือว่าฉินซวงซวงป่วยหนักจนเกือบสิ้นชีพ?”
ซ่งรั่วเจินพิเคราะห์แล้วเอ่ยขึ้น “เกรงว่าจะจงใจปั้นแต่งข้ออ้างขึ้นมา เป็นไปได้ไหมว่าเพื่อโยกย้ายทรัพย์สิน?”
ฉู่จวินถิงคิดอย่างถี่ถ้วน พบว่าทุกอย่างล้วนเข้าที่เข้าทางแล้ว!
ฉินซวงซวงจงใจอ้างว่าตนป่วย ยามที่เขาได้ยินข่าวก็สงสัยเช่นกัน เพียงแต่สองวันมานี้กลับยุ่งเกินกว่าจะตรวจสอบได้ นึกไม่ถึงว่าเรื่องทั้งหมดจะเชื่อมโยงกันเช่นนี้เอง
เห็นคนทั้งสองขุดค้นสมบัติขึ้นมาหีบแล้วหีบเล่า ก่อนออกแรงขนย้ายไปยังรถม้าด้านหลัง เพียงเห็นจำนวนเข้าก็ชวนตกใจมากทีเดียว
“ท่านอ๋อง ไม่จับหัวขโมยเอาทรัพย์สินที่ถูกเอาไปคืนมาหรือเพคะ?” ซ่งรั่วเจินเลิกคิ้วขึ้น
สีหน้าฉู่จวินถิงสงบดังเดิม “ไม่รีบ ดูไปก่อน”
ว่าพลางมองสบไปยังสายตาของนาง ก่อนจะอธิบาย “ในเมื่อเจอของแล้ว ก็ดูไปก่อนว่าพวกเขาคิดจะทำสิ่งใดต่อ ปล่อยให้พวกเขาได้ใจ ไม่แน่ว่าอาจจับตัวการอื่นมาได้อีก”
“ความคิดดียิ่ง”
ซ่งรั่วเจินยิ้มบาง นางก็คิดเช่นกันว่ายามนี้ยังไม่ใช่เวลาที่ดีสำหรับจับหัวขโมย เพียงแค่ลองเชิงถามดูเท่านั้น
หากพวกเขาพุ่งออกไปโดยตรงเช่นนี้ ด้วยความเจ้าเล่ห์เพทุบายของฉินซวงซวงกับหลินจือเยว่แล้ว จะต้องรีบอ้างเป็นอื่นแน่ เช่นร้องว่าพวกตนต่างหากเป็นผู้หาทรัพย์สินที่ถูกเอาไปจนพบและได้ความดีความชอบไป
ไม่สู้รออีกหน่อยจะดีกว่า รอจนหลักฐานมัดตัวแน่นหนาแล้วค่อยลงมือก็ยังไม่สาย
สมกับเป็นฉู่อ๋องผู้มีชื่อเสียงเลื่องลือไกล ฉลาดเฉลียวเกินผู้ใด ดูท่านางไม่จำเป็นต้องเปลืองแรงกับเรื่องนี้อีกต่อไป เพียงเป็นผู้คอยนำทางก็พอ
ด้านหลังค่อยๆ เกิดเสียงฝีเท้าก้าวเดินดังขึ้นน้อยๆ

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง
ทำไมใไม่สามารถอ่านต่อได้ ทั้งที่เพพงเติมเหรียญ :(...
ทำไมยังไม่สามารถอ่านได้ ใช้ดหรียญไม่ได้...
ระบบเป็นแบบนี้มาหลายวันแล้ว ทำไมไม่มีการติดจ่อกลับมา...
ทำไมอ่านต่อไม่ได้ เติมเงินแล้วก็ไม่ได้...
ทำไมใช้เหรียญไม่ได้...
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ แต่การเติมเงินใช้เป็นเพียงบัตรเติมเงินเอไอเอสเท่านั้น...