“จับตาดูเอาไว้ให้ดี ว่าพวกเขาจะนำทรัพย์สินเหล่านั้นไปซ่อนไว้ที่ใด และวันพรุ่งนี้มีแผนการจะทำสิ่งใดต่อไป”
น้ำเสียงเยือกเย็นทว่าหนักแน่นของฉู่จวินถิงแฝงด้วยอำนาจทำให้คนเชื่อมั่น “หากพวกเขารายงานแก่ราชสำนัก ก็ถือว่าพวกเขาบริสุทธิ์ใจ หากนำไปซุกซ่อนไว้เอง ก็ถือเสียว่าสมคบคิดเป็นพวกเดียวกันกับพวกเลวทราม”
“พ่ะย่ะค่ะท่านอ๋อง”
จ้าวเหวินซูพลันเข้าใจขึ้นมา
หากก่อนหน้านี้ตรวจพบหลักฐานแล้วว่าหลินจือเยว่กับฉินซวงซวงมีส่วนเกี่ยวข้อง ย่อมเข้าจับเอาทั้งคนทั้งทรัพย์สินได้โดยตรง
ทว่าหลายสิ่งหลายอย่างที่เคยตรวจสอบ ต่างไม่พบสิ่งที่เกี่ยวโยงไปยังหลินจือเยว่ หากลงมือเสียตอนนี้กลับเป็นการเปิดโอกาสให้พวกเขาได้ตลบตะแลงพลิกลิ้น
เช่นนั้นรออีกสักคืนจะดีกว่า จะได้คาหนังคาเขากันไปเลย
“ฟ้ามืดแล้ว ข้าจะส่งเจ้ากลับจวนก่อน ทางครอบครัวเจ้าจะได้ไม่ต้องเป็นกังวล”
ฉู่จวินถิงหันมองไปยังซ่งรั่วเจิน ดวงตาราวหินอัคนีทมิฬจับจ้องอยู่ที่นาง “วันนี้ต้องขอบคุณเจ้า ถึงช่วยให้ข้าพ้นจากสถานการณ์ใหญ่ได้”
“ท่านอ๋องเกรงใจเกินไปแล้ว เรื่องพัดในวันนี้ ก็ทำให้หม่อมฉันสะใจมากเช่นเดียวกัน”
อานุภาพของพัดนั่นปรามาศไม่ได้เชียว มันพุ่งเข้าโจมตีใบหน้าของฉินเซี่ยงเหิงจนบวมฉึ่ง
คืนนี้บรรลุเป้าหมายแล้ว รอถึงวันพรุ่งนี้ก็จะมีละครดีให้ได้ชมอีก ยามนี้จึงไม่จำเป็นต้องรออยู่ต่อจนพวกเขาขุดสมบัติเสร็จ
จ้าวเหวินซูจำซ่งรั่วเจินได้ในทันที
คืนนี้เขาบังเอิญผ่านไปทางจวนสกุลซ่ง ได้ดูละครดีฉากหนึ่งแล้ว จากนั้นยังได้เห็นเจ้าเมืองศาลาว่าการซุ่นเทียนจับกุมตัวฉินเซี่ยงเหิงกลับออกมา
ไม่นึกว่าจะได้เห็นนางอีกครั้งข้างกายของท่านอ๋อง ฟังจากบทสนทนาแล้ว หรือเรื่องทรัพย์สินที่ถูกเอาไปจะเป็นแม่นางซ่งที่เป็นคนหาพบ?
ท่านอ๋องถึงกับส่งนางกลับจวนด้วยตนเองเช่นนี้ได้ มิใช่พิสูจน์แล้วหรือว่าความสัมพันธ์นี้ไม่ธรรมดา?
จวนสกุลซ่งเพิ่งถอนหมั้นกับจวนสกุลหลินไป หากซ่งรั่วเจินไขว่คว้าปีนป่ายขึ้นไปหาฉู่อ๋องได้ เช่นนั้นนางคงเป็นราวพญาหงส์บนยอดไม้สูงก็มิปาน!
“ได้ยินมาว่าฉินเซี่ยงเหิงถูกจับส่งทางการแล้วใช่หรือไม่?”
ยามนี้ฉู่จวินถิงเองก็รู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นหน้าประตูจวนสกุลซ่งแล้ว จวนสกุลฉินวางแผนจะใช้กลยุทธ์แบกหนามรับโทษ กลับนึกไม่ถึงว่าตนจะเสียทั้งฮูหยินและรี้พล[1]
ฉู่จวินถิงนิ่งไปครู่หนึ่ง นึกขึ้นได้ว่าชาติที่แล้วหลังจากคุณชายรองจวนตระกูลซ่งตายอย่างน่าสลดใจแล้ว ความจริงจึงเพิ่งถูกเปิดเผย บัดนี้ยังมีผู้คนอีกมากที่ยังไม่รู้เรื่อง เขาจึงอธิบายต่อ
“ก่อนหน้านี้ข้าเคยพบฉินเซี่ยงเหิงมาก่อน แล้วก็รู้ถึงความสามารถของเขา บทความระดับนี้ไม่ใช่สิ่งที่คนเช่นเขาจะเขียนออกมาได้”
“หากเขามีพรสวรรค์ระดับนี้จริง คงมีชื่อเป็นผู้มีพรสวรรค์ของเมืองหลวงไปนานแล้ว ทว่าแต่ก่อนชื่อเสียงของเขาก็ไม่โดดเด่น กระทั่งเกิดเรื่องกับพี่ชายรองของเจ้าแล้ว จู่ๆ ชื่อเสียงเขาก็เลื่องระบือขึ้นมา หากพิจารณาให้ดี ก็จะรู้ว่ามีลับลมคมในแฝงในเรื่องราว”
“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้ ท่านอ๋องสายตาเฉียบแหลมยิ่ง”
ซ่งรั่วเจินพลันคิดจินตนาการตามก็พบว่าไม่ยากเกินความเข้าใจ ฉู่อ๋องเดิมเป็นคนฉลาด อ่านหนังสือมากเจ้าก็มองออกทะลุปรุโปร่ง
เป็นถึงแสงพระจันทร์ขาว[2]ที่ฉินซวงซวงหมายปองแต่ไม่อาจเอื้อม ฉู่จวินถิงย่อมมีทักษะความสามารถไม่ธรรมดา ขนาดที่ว่าหลินจือเยว่ผู้มีรัศมีพระเอกจับก็ยังไม่อาจเทียบเทียม
----------------------------------------------
[1] เสียทั้งฮูหยินและรี้พล หมายถึง ไม่เพียงไม่ได้ผลประโยชน์ที่หมายมาด ทั้งยังเสียกำลังที่ตนมีไป
[2] แสงพระจันทร์ขาว หมายถึง คนในดวงใจที่ไม่อาจครอบครอง

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง
ทำไมใไม่สามารถอ่านต่อได้ ทั้งที่เพพงเติมเหรียญ :(...
ทำไมยังไม่สามารถอ่านได้ ใช้ดหรียญไม่ได้...
ระบบเป็นแบบนี้มาหลายวันแล้ว ทำไมไม่มีการติดจ่อกลับมา...
ทำไมอ่านต่อไม่ได้ เติมเงินแล้วก็ไม่ได้...
ทำไมใช้เหรียญไม่ได้...
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ แต่การเติมเงินใช้เป็นเพียงบัตรเติมเงินเอไอเอสเท่านั้น...