ในดวงตาของหลินจือเยว่ปรากฏแววแห่งความกังวล ตั้งแต่เขาประสบเคราะห์ สหายเก่าแต่ละคนก็เหมือนจะหายหน้ากันไปหมด ต่างหลีกเลี่ยงที่จะพบปะเขา
การออกไปในช่วงเวลาเช่นนี้ มีแต่จะกลายเป็นตัวตลกให้คนหัวเราะเยาะ
“ไม่หรอก ข้าเคยช่วยชีวิตเซียวไท่เฟยไว้ ตระกูลเซียวต่างยังจดจำบุญคุณข้อนี้ได้ คุณชายเซียวเองก็ต้องมีท่าทีที่ดีต่อท่านเป็นแน่”
ฉินซวงซวงจับมือหลินจือเยว่ไว้พลางพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “หากท่านไม่ออกไป คนอื่นจะยิ่งมองว่าท่านไม่มีทางฟื้นตัวกลับมาได้อีก แต่หากพวกเขารู้ว่าท่านมีความสัมพันธ์ที่ดีกับคุณชายเซียว พวกเขายังจะกล้าดูแคลนท่านอีกหรือ?”
“อีกทั้งตระกูลซ่งยังตกต่ำถึงเพียงนี้ ซ่งรั่วเจินยังกล้าออกไปข้างนอก ท่านจะกลัวอะไรอีกเล่า?”
เมื่อหลินจือเยว่ได้ยินเช่นนั้น ความมั่นใจก็กลับคืนมา “เจ้าพูดถูก พรุ่งนี้เราจะไปด้วยกัน!”
ไม่นานก็มาถึงวันที่จัดงานเลี้ยงชมดอกท้อ
ซ่งรั่วเจินและซ่งจืออวี้เปลี่ยนชุดใหม่เรียบร้อยแล้ว สายตาของพวกเขาคอยหันมองไปในเรือนโดยไม่รู้ตัว
พวกเขาได้เตรียมชุดใหม่ให้พี่ใหญ่ ทั้งเกี้ยวครอบผมและเข็มขัดก็ล้วนเป็นของใหม่ ทั้งคู่เชื่อมั่นว่าเมื่อพี่ใหญ่สวมใส่แล้วจะต้องดูสง่างามจนทำให้ผู้คนตกตะลึงเป็นแน่
น่าเสียดายที่ขาของพี่ใหญ่ยังคงต้องใช้เวลาในการรักษาอีกสักพัก วันนี้จึงทำได้เพียงนั่งรถเข็นไป
“เวลานี้แล้วพี่ใหญ่ยังไม่ออกมาอีก คงไม่ใช่ว่าคิดล้มเลิกแล้วกระมัง?”
ซ่งจืออวี้อดไม่ได้ที่จะเป็นกังวล หากพลาดโอกาสในวันนี้ เกรงว่าแม่นางลั่วคงต้องไปแต่งงานกับเหยาจิ่นเฉิงเป็นแน่แล้ว!
ซ่งรั่วเจินยิ้มเล็กน้อยอย่างสงบ นางยกคิ้วเรียวขึ้นเล็กน้อย “รออีกหน่อยเถิด พี่ใหญ่ต้องไปแน่เจ้าค่ะ”
หากลั่วชิงอินกำลังจะแต่งงานกับผู้ที่ทั้งมีความสามารถและสง่างาม เป็นคนที่เหมาะสมจะฝากฝังชีวิตไว้ พี่ใหญ่ก็คงไม่ไป แต่เหยาจิ่นเฉิงนั้นเห็นชัดว่าไม่ใช่คนดีที่คู่ควร
การปล่อยให้ลั่วชิงอินตกไปอยู่กับคนเช่นนี้ พี่ใหญ่คงไม่มีทางสบายใจได้
ขณะที่กำลังสนทนาอยู่นั้น ก็เห็นกวนเหยียนกำลังเข็นรถพาซ่งเยี่ยนโจวออกมา
“ข้า…”

VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ แต่การเติมเงินใช้เป็นเพียงบัตรเติมเงินเอไอเอสเท่านั้น...