“คุณหนูลั่วที่ไม่ยอมออกเรือนเสียที คงไม่ใช่ว่ากำลังรอคุณชายใหญ่แห่งตระกูลซ่งหรอกกระมัง?”
“ก่อนหน้านี้สองคนนี้ก็ดูเหมือนคู่บุญฟ้าประทาน เป็นคู่ครองที่เหมาะสมกันยิ่ง แต่สุดท้ายคุณชายใหญ่ตระกูลซ่งก็เปลี่ยนใจไปแต่งงานกับฝานซืออิ๋งแทนมิใช่หรือ?”
“หากเป็นคุณหนูลั่วที่ยุยงให้ทั้งสองหย่ากันจริง ๆ เรื่องนี้ก็ช่างเกินจะให้อภัย!”
ซ่งรั่วเจินซึ่งเดิมทีเฝ้าระวังอยู่ไม่ไกลนัก เผอิญเจอคนแปลกหน้าที่พยายามเข้ามาก่อกวน จึงต้องใช้เวลาไม่น้อยในการเลี่ยงให้พ้นไป ไม่คิดเลยว่าพอผ่านไปแค่ครู่เดียวก็เกิดเรื่องขึ้นแล้ว
“ฝานซืออิ๋ง เรื่องระหว่างเราสองคนอย่าได้โยงไปถึงแม่นางลั่ว ข้ากับนางเพียงบังเอิญพบกัน เจ้าอย่าได้กล่าวคำเหลวไหลให้ผู้อื่นเสื่อมเสียชื่อเสียง”
ซ่งเยี่ยนโจวสีหน้ามืดมนราวกับเมฆฝน ดวงตาเย็นเยือกของเขาส่งประกายความเย็นชาราวกับจะจับตัวเป็นน้ำแข็งจริง ๆ
ฝานซืออิ๋งเมื่อเผชิญกับสายตาน่ากลัวนั้น ใจของนางสะดุดวูบด้วยความหวาดกลัวโดยไม่รู้ตัว แต่ครานี้ในเมื่อนางจับจุดอ่อนได้แล้ว เช่นนั้นก็ไม่มีทางปล่อยไปง่าย ๆ
ลั่วชิงอินกล้าหมายปองบุรุษของนาง เช่นนี้ก็เท่ากับหาทางตาย!
“ทำไม? กล้าทำแต่ไม่กล้ารับงั้นหรือ? ลั่วชิงอินกล้าทำเรื่องไร้ยางอายถึงเพียงนี้แล้ว ยังจะกลัวคำครหาอีกหรือ?”
“ฝานซืออิ๋ง เรื่องหย่าระหว่างเราสองคน ข้าได้ทำทุกอย่างอย่างเต็มที่แล้ว หากเจ้ามีความไม่พอใจใด ๆ ก็พุ่งมาที่ข้าเถิด อย่าได้โยงถึงผู้บริสุทธิ์”
“สิ่งที่ข้าพูดก็เป็นความจริง หรือว่าท่านจะตบข้าเล่า?”
ฝานซืออิ๋งแสยะยิ้ม ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ “มีปัญญาท่านก็ตบเสียสิ! หากท่านกล้าตบสตรี ท่านก็มิใช่ลูกผู้ชายแล้ว!”
เพียะ!
เสียงฝ่ามือที่ดังชัดเจนทำให้ฝานซืออิ๋งถึงกับตะลึงไปชั่วขณะ
นางเงยหน้าขึ้นมองก็พบกับซ่งรั่วเจินที่ยืนอยู่ตรงหน้าด้วยสีหน้าเย็นชา “พี่ใหญ่ของข้าไม่สะดวกจะตบสตรี แต่ข้าสะดวกยิ่งนัก หากเจ้าคิดว่ายังโดนไม่พอ ข้ายินดีจะตบให้เพิ่มอีกสักสองที!”
เมื่อพูดจบ ซ่งรั่วเจินก็ไม่เปิดโอกาสให้ฝานซืออิ๋งได้ปฏิเสธ ยกมือขึ้นตบเพิ่มไปอีกสองฉาด
“กรี๊ด!”
ฝานซืออิ๋งกรีดร้องเสียงดัง แล้วพุ่งเข้าใส่ซ่งรั่วเจินอย่างรุนแรง
ซ่งรั่วเจินไม่ได้คิดจะเล่นละครฉุดกระชากทึ้งผมกับฝานซืออิ๋งต่อหน้าผู้คนมากมายเช่นนี้
นางยกขาขึ้นอย่างไม่ลังเลแล้วเตะส่งฝานซืออิ๋งถอยกลับไป
“โอ๊ย!”
ความเจ็บปวดแผ่ซ่านที่หน้าท้อง ฝานซืออิ๋งรู้สึกปวดร้าวจนแทบน้ำตาจะไหลออกมา
แต่ก่อนที่นางจะได้เปิดปากเอ่ยออกมา ซ่งรั่วเจินก็ชิงพูดขึ้นก่อน
“ฝานซืออิ๋ง เจ้าไม่ต้องมาทำท่าทางเสแสร้ง ที่จวนเจ้าเคยเล่นละครแบบนี้อยู่บ่อย ๆ คิดว่ามาอยู่นอกจวนแล้วจะใช้วิธีเดิมได้อีกหรือ? หรือเจ้าคิดว่าทุกคนที่นี่โง่กันหมด?”
ผู้คนที่เดิมทีคิดว่าซ่งรั่วเจินเตะแรงเกินไปยังไม่ทันได้พูดอะไร ก็เปลี่ยนมาใช้สายตาพิจารณาเหตุการณ์อย่างถี่ถ้วน
ที่แท้ทั้งหมดนี้เป็นเพียงการแสดงหรือ?
ฝานซืออิ๋งเงยหน้าขึ้น ดวงตาแดงก่ำ นางกุมท้องสูดหายใจถี่ ๆ ดูเหมือนจะเจ็บปวดจนไม่อาจเอ่ยวาจาออกมาได้

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง
ทำไมยังไม่สามารถอ่านได้ ใช้ดหรียญไม่ได้...
ระบบเป็นแบบนี้มาหลายวันแล้ว ทำไมไม่มีการติดจ่อกลับมา...
ทำไมอ่านต่อไม่ได้ เติมเงินแล้วก็ไม่ได้...
ทำไมใช้เหรียญไม่ได้...
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ แต่การเติมเงินใช้เป็นเพียงบัตรเติมเงินเอไอเอสเท่านั้น...