“ข้าได้ยินมานานแล้วว่าหลังจากที่เจ้าหย่ากับข้า เจ้าโยนความผิดทุกอย่างมาให้ข้า แต่ข้าก็คร้านจะโต้เถียงกับเจ้าอยู่ดี”
“อย่างไรเสีย เจ้าถนัดที่สุดในการโยนความผิดให้ผู้อื่น ข้าไม่อาจอธิบายกับทุกคนได้ทุกครั้งที่เจอ แต่บัดนี้เจ้ากระทำเกินไปแล้ว!”
“ไม่เพียงแต่กล่าวหาพวกเรา ยังลากคนบริสุทธิ์มาเกี่ยวด้วย ช่างเป็นจิตใจที่โหดเหี้ยมดุจอสรพิษ!”
ฝานซืออิ๋งปวดจนไม่สามารถพูดอะไรได้ นางมองซ่งรั่วเจินที่ทำท่าทางราวกับเป็นฝ่ายถูกกระทำ ซ้ำยังโยนความผิดทั้งหมดมาให้นางอีก ดวงตาของฝานซืออิ๋งเบิกกว้างขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยความเหลือเชื่อ
ซ่งรั่วเจินได้กลายเป็นคนไร้ยางอายเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อใด?
ซ่งรั่วเจินผู้เป็นต้นเหตุที่แท้จริงตีหน้าเศร้าพลางกล่าวโทษ มันก็แค่การแสดงละครใส่ร้ายป้ายสีมิใช่หรือ?
ใครเล่าจะทำไม่เป็น?
ว่ากันตามจริงแล้ว ตระกูลซ่งที่ผ่านมาต้องตกเป็นรองและถูกตระกูลฝานมองเป็นลูกไก่ในกำมือนั้น เป็นเพราะพวกเขาพยายามรักษาหน้าตาของตระกูล และไม่ต้องการพัวพันกับพวกเขาให้มากความ
แต่สำหรับนาง นางไม่ชอบปล่อยให้คนไร้ยางอายเหล่านี้ลอยนวล
พี่ชายทั้งหลายของนางเป็นสุภาพบุรุษ ไม่เหมาะที่จะลดตัวลงมาตอบโต้ แต่นางซึ่งเป็นสตรีเช่นเดียวกัน ประกอบกับยามนี้ชื่อเสียงในเมืองหลวงของนางก็ไม่ค่อยดีอยู่แล้ว จะกลัวอะไรอีกเล่า?
ในเมื่อเป็นเรื่องของการสาดโคลน เช่นนั้นก็ลองดูกันว่าใครจะสาดได้ทั่วถึงกว่ากัน!
ซ่งเยี่ยนโจวหันมามองน้องสาวด้วยความประหลาดใจ ตอนที่เขาหย่าร้าง เขาเริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงในนิสัยของน้องหญิงห้า และสิ่งที่นางทำในวันนี้เพื่อต่อสู้ปกป้องเขายิ่งทำให้เขารู้สึกซาบซึ้งใจ
ในฐานะพี่ชายใหญ่ เขาไม่สามารถดูแลน้องสาวได้ดีพอ กลับต้องให้นางยอมเสี่ยงทุกอย่างเพื่อปกป้องเขาเช่นนี้
รอให้เขารักษาขาทั้งสองกลับมาได้ เขาจะไม่มีวันยอมให้ใครรังแกน้องหญิงห้าอีกต่อไป!
“พี่หญิงรอง ท่านไม่เป็นไรใช่หรือไม่?”
ลั่วหวยหลี่รีบเข้ามาด้วยความร้อนใจ “ฝานซืออิ๋งหญิงบ้าผู้นั้น นางกล้าใส่ร้ายท่าน ข้าจะไปสั่งสอนนางให้สาสม!”

VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ แต่การเติมเงินใช้เป็นเพียงบัตรเติมเงินเอไอเอสเท่านั้น...