“ถ้าเจ้าปฏิเสธ ข้าเอาพยานกับหลักฐานมาสอบถามกันต่อหน้าเลยก็ได้ ข้าอยากรู้นักว่าเจ้าจะสามารถปกปิดต่อไปได้หรือไม่”
“กล้ารังแกน้องสาวของข้าซ่งเยี่ยนโจว เจ้าคิดว่าข้าตายไปแล้วรึ?”
“เยี่ยนโจว ข้าไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น...”
หลินจือเยว่มีสีหน้าปั้นยาก เขารู้จักซ่งเยี่ยนโจวมาหลายปีจึงรู้จักนิสัยใจคอและฝีมือของอีกฝ่ายเป็นอย่างดี
ในเมื่อเขาเอ่ยปากแล้วก็แสดงว่าเขาตรวจสอบเรื่องนี้อย่างละเอียดถี่ถ้วนมาแต่แรก
เขาจะโต้แย้งไปก็ไร้ประโยชน์ คนที่รู้เรื่องนี้มีจำนวนไม่น้อย มีแต่จะทำให้พวกตนดูน่าเกลียดกว่าเดิม
ฉินซวงซวงกัดฟันกรอดด้วยความโมโห ซ่งเยี่ยนโจวก็แค่คนพิการที่ใกล้ตายคนหนึ่ง แต่กลับกล้ามาเหยียดหยามนาง!
“ไม่ต้องรีบ หนี้แค้นนี้พวกเราค่อยๆ ชำระไปก็ได้”
ซ่งเยี่ยนโจวหรี่ตาลงเล็กน้อย รอจนขาสองข้างของเขารักษาหายดีแล้ว จะต้องคิดบัญชีกับหลินจือเยว่จนอีกฝ่ายลงจากเตียงไม่ได้อย่างแน่นอน!
หลินจือเยว่ใจสั่นสะท้าน นึกเสียใจที่เมื่อครู่มาดูเรื่องชาวบ้าน แต่มาคิดดูอีกที ตอนนี้ซ่งเยี่ยนโจวเป็นแค่คนพิการคนหนึ่ง ยังจะทำอันใดได้?
ยามนั้น เฉียนชิวเซียงเร่งรุดมาถึง นางรู้มาว่าลูกสาวของตนจับจุดอ่อนที่ซ่งเยี่ยนโจวนัดพบกับลั่วชิงอินได้ก็รู้สึกยินดีแทบคลั่ง วันนี้จะต้องทำให้ตระกูลซ่งเห็นดีกันให้จงได้!
“ลูกสาวที่น่าสงสารของข้า ซ่งเยี่ยนโจวสารเลวจริงๆ มาทำกับเจ้าเช่นนี้เพื่อหญิงอื่น จะให้เจ้ามีชีวิตต่อไปอย่างไร!”
เฉียนชิวเซียงเบียดฝูงชนเข้ามาสวมกอดฝานซืออิ๋งร้องห่มร้องไห้
เดิมทีนึกว่าทุกคนจะสงสารเห็นใจพวกตน คิดไม่ถึงว่าจะได้รับสายตาแปลกๆ มองมาแทน
นี่มันสถานการณ์อะไรกัน?
“ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นจริงๆ ข้าก็นึกอยู่ว่าเหตุใดฝานซืออิ๋งจึงไร้ยางอายเช่นนี้ ที่แท้ก็มีแม่ที่ไร้ยางอายยิ่งกว่านี่เอง”
“คงเป็นเพราะไปจากตระกูลซ่งแล้วไม่ได้มีชีวิตดีๆ จึงหันมาใส่ร้ายคนเขาอย่างไม่คิดชีวิตละสิ!”
เฉียนชิวเซียงตกใจ รีบหันไปมองฝานซืออิ๋งก็เห็นนางมีสีหน้าซีดเผือด “ทุกคนรู้เรื่องหมดแล้วเจ้าค่ะ”
ซ่งรั่วเจินสองตาแดงก่ำประหนึ่งข่มกลั้นความรังเกียจและความไม่ยินยอมพร้อมใจ บอกเล่าออกมาด้วยความเจ็บปวดสุดแสน
“เมื่อครู่ตอนอยู่ข้างนอก ข้ายังเห็นนางแสดงท่าทางสนิทสนมกับจ้าวหง ทั้งยังมอบผ้าเช็ดหน้าให้จ้าวหง นัดพบกันคืนนี้อีกด้วย!”
เมื่อวาจานั้นดังขึ้น ทุกคนล้วนตะลึงกันหมด!
คนที่ปันใจเป็นอื่นคือฝานซืออิ๋งหรือนี่!
ฝานซืออิ๋งดวงตาเบิกกว้าง แววตาแตกตื่น “เหลวไหล! เจ้าพูดเหลวไหล!”
“ข้าพูดเหลวไหลหรือไม่ ขอเพียงพาจ้าวหงมาที่นี่ ค้นว่าบนตัวเขามีผ้าเช็ดหน้าสีชมพูหรือไม่ก็สามารถรู้ได้แล้ว!”
ถึงตอนนี้ซ่งจืออวี้ที่อยู่ข้างๆ ค่อยเข้าใจว่าเหตุใดน้องหญิงห้าจึงพกผ้าเช็ดหน้าของฝานซืออิ๋งติดตัวมาด้วยตอนออกจากเรือน ทั้งยังกำชับให้เขาหาโอกาสแอบยัดผ้าเช็ดหน้าไว้บนตัวจ้าวหง
ไม่มีหลักฐานก็สร้างหลักฐานขึ้นมางั้นหรือ?
ได้ความรู้ใหม่อีกแล้ว!

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง
ทำไมยังไม่สามารถอ่านได้ ใช้ดหรียญไม่ได้...
ระบบเป็นแบบนี้มาหลายวันแล้ว ทำไมไม่มีการติดจ่อกลับมา...
ทำไมอ่านต่อไม่ได้ เติมเงินแล้วก็ไม่ได้...
ทำไมใช้เหรียญไม่ได้...
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ แต่การเติมเงินใช้เป็นเพียงบัตรเติมเงินเอไอเอสเท่านั้น...