“ข้าย่อมดีใจแทนพวกเจ้า แต่ไหนแต่ไรมาอี้อันเด็กคนนี้มีความสามารถ น่าเสียดายถูกคนทำร้ายเสียได้”
“บัดนี้สามารถเข้าร่วมการสอบฤดูใบไม้ผลิได้ใหม่อีกครั้ง ขอเพียงสามารถสอบได้คะแนนดี ภายภาคหน้าสกุลซ่งเองก็มีความหวังแล้ว แม่กังวลเพียงเจ้าจะห่างเหินกับพวกเราเพราะเรื่องที่ผ่านมา”
นายหญิงหลิ่วพูดอย่างปวดใจ “พวกเราเป็นครอบครัวเดียวกัน ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่มีวันทำร้ายเจ้า เจ้าว่าใช่หรือไม่?”
หลิ่วหรูเยียนเห็นนายหญิงหลิ่วอยู่ต่อหน้า เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นหลายปีมานี้ล้วนปรากฏในสมองของนาง
ตั้งแต่เด็กนางก็คือคนเชื่อฟังมากที่สุดในบรรดาพี่น้อง กลับไม่ใช่เพราะอุปนิสัยเป็นเช่นนี้ตั้งแต่แรก แต่เพราะบิดามารดารักพี่น้องคนอื่นมากกว่านาง
นางไม่แก่งแย่งไม่ช่วงชิง เพราะตอนเด็กเคยแย่งมา สุดท้ายที่ได้รับคือเสียงดุด่าไปจนถึงลงโทษ นานวันเข้าก็ไม่มีความคิดแย่งชิงแล้ว
ไม่ว่าสิ่งใด หลีกทางให้คนอื่นนั้นสมควรแล้ว
เดิมทีนางคิดว่าขอเพียงตนเองทำตามคำสั่งของบิดามารดา พวกเขาจะรักนางมากสักหน่อย ทว่าตอนนี้นางก็อายุปูนนี้แล้ว มองทุกอย่างออกอย่างกระจ่างชัดเจน
“ท่านแม่ เดิมทีข้าก็เป็นลูกสาวของท่าน ยังพูดว่าห่างเหินไม่ห่างเหินอะไรกัน?” หลิ่วหรูเยียนพูดยิ้มๆ
นายหญิงหลิ่วเห็นท่าทางอ่อนโยนของหลิ่วหรูเยียน ยังพูดง่ายเชื่อฟังเพียงนั้นเหมือนที่ผ่านมา ทันใดนั้นวางใจลงแล้ว ไฉนเลยจะร้ายแรงเหมือนที่เฟยเยี่ยนพูด?
“เช่นนั้นก็ดีแล้ว”
นายหญิงหลิ่วผลิยิ้ม เห็นหลิ่วเฟยเยี่ยนขยิบตาให้นาง นี่ถึงพูดว่า
“บัดนี้ดวงตาอี้อันรักษาหายแล้ว คาดว่าการสอบฤดูใบไม้ผลิครั้งนี้ต้องได้คะแนนไม่เลว ข้าได้ยินว่าเซียงอ๋องเองก็เห็นคุณค่าของผู้มีพรสวรรค์ จะต้องพอใจอี้อันอย่างแน่นอน”
“เจ้าเองก็รู้ปัญหาของฮั่นเฟย น้องเขยของเจ้าร้อนใจเพราะเรื่องนี้ พ่อเจ้าเองก็เสียแรงคิดไม่น้อย น่าเสียดายยังอับจนหนทาง”
“บังเอิญเซียงอ๋องจัดงานเลี้ยงพอดี เชิญรั่วเจินและพวกเจ้า ถึงตอนนั้นเจ้าเป็นคนกลางช่วยพูดไกล่เกลี่ย ช่วยเหลือน้องสาวของเจ้าดีๆ”
หลิ่วหรูเยียนได้ยินถ้อยคำนี้ กลับไม่รู้สึกแปลกใจ แต่ไหนแต่ไรมามารดาก็เป็นเช่นนี้ เรื่องดีล้วนมอบให้น้องสาวไปจนหมด
“หากเขารู้ว่าท่านยายและท่านน้านึกถึงเขาเพียงนี้ ภายในใจจะต้องดีใจอย่างมาก ไม่แน่ว่าอาจสอบออกมาได้คะแนนยอดเยี่ยมยิ่งขึ้นไปอีก”
ดวงตาทอประกายของซ่งจืออวี้กวาดมองอย่างแปลกใจ “ของบำรุงเก็บไปหมดแล้วหรือ? ข้าไม่คิดแย่งพี่รองเสียหน่อย เพียงอยากเห็นก็เท่านั้น”
ถ้อยคำนี้พูดออกมา สีหน้านายหญิงหลิ่วและหลิ่วเฟยเยี่ยนก็เปลี่ยนเป็นเก้อกระดาก
พวกเขายังคิดนำของจากสกุลซ่งกลับไปอีกด้วย ไฉนเลยจะนำของมา?
กระนั้น ซ่งอี้อันเพิ่งอาการดีขึ้นจากป่วยหนัก ทั้งสองคนเองก็อ้างว่ามาเยี่ยม หากมีข่าวแพร่งพรายออกไปว่ามามือเปล่าก็ไม่เหมาะสมเท่าใดนัก...
“เจ้าเด็กคนนี้พูดอะไรกัน? ท่านยายและท่านน้าของเจ้ามาเยี่ยมก็ดีมากแล้ว” หลิ่วหรูเยียนตวาดทีหนึ่ง
สีหน้านายหญิงหลิ่วยิ่งไม่สบอารมณ์ มาเยี่ยมมือเปล่านี่ดีมากแล้วกระนั้นรึ?

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง
ทำไมยังไม่สามารถอ่านได้ ใช้ดหรียญไม่ได้...
ระบบเป็นแบบนี้มาหลายวันแล้ว ทำไมไม่มีการติดจ่อกลับมา...
ทำไมอ่านต่อไม่ได้ เติมเงินแล้วก็ไม่ได้...
ทำไมใช้เหรียญไม่ได้...
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ แต่การเติมเงินใช้เป็นเพียงบัตรเติมเงินเอไอเอสเท่านั้น...