หลิ่วหรูเยียนขมวดคิ้วเล็กน้อย นางอยากจะโต้กลับอยู่บ้าง แต่ด้วยความที่เป็นห่วงชื่อเสียงของลั่วชิงอิง นางจึงเลือกที่จะไม่พูดออกมา
เมื่อตอนพบกันครั้งก่อนก็ได้พูดชัดเจนแล้ว แม้ว่าสองตระกูลจะมีความคิดเรื่องการหมั้นหมายกันจริง แต่จะต้องจัดการเรื่องของตระกูลเหยาให้เรียบร้อยเสียก่อน
รอจนคำครหาเงียบลง แล้วค่อยคบหากันก็ยังไม่สาย
หากในเวลานี้ข่าวลือจากตระกูลซ่งแพร่กระจายออกไป จะยิ่งทำให้ตระกูลลั่วมีความรู้สึกไม่ดี และอาจทำลายโอกาสระหว่างเยี่ยนโจวกับลั่วชิงอิงได้
ซ่งรั่วเจินหันไปมองพี่ชายสามของตนเอง ผู้อื่นอาจมีความกังวล แต่พี่ชายสามกลับไม่กังวลสิ่งใด
“ในเมื่อเหยาจิ่นเฉิงได้ดูตัวกับแม่นางลั่วแล้ว พี่ใหญ่ของข้าก็แค่ไปร่วมงานเลี้ยง ไม่ได้พูดอะไรเป็นพิเศษ ถ้าหากแค่นี้ทำให้การหมั้นหมายพังทลายได้ เช่นนั้นการหมั้นหมายก็ช่างเปราะบางเกินไปแล้วกระมัง?”
“ท่านน้า เหตุใดท่านถึงได้นำเรื่องไม่เป็นเรื่องมาพูดจนเป็นเรื่องใหญ่เสมอ ท่านแม่ของข้าร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงอยู่แล้ว ท่านยังจะให้ท่านแม่ต้องมาหนักใจเพราะข่าวลือเหล่านี้อีก”
“หากจะว่ากันไป ข้าเองก็เพิ่งได้ยินว่าช่วงนี้ญาติผู้น้องเยียนหรานของเรากับหลินจือเยว่ดูใกล้ชิดกันมาก หรือว่าญาติผู้น้องเยียนหรานจะอยากไปเป็นอนุของเขาจริง ๆ ขอรับ?”
เมื่อคำพูดนี้หลุดออกมา สีหน้าของหลิ่วเฟยเยี่ยนก็แข็งทื่อ กล่าวออกมาอย่างไม่พอใจ “เจ้าพูดเหลวไหลอันใด? ไหนเลยจะมีเรื่องเช่นนี้ได้?”
“ข้าก็แค่เล่าตามที่ได้ยินมา มีรายละเอียดชัดเจนไม่น้อย ดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องแต่งขึ้น แต่ข้าคิดว่าญาติผู้น้องเยียนหรานคงไม่ทำเรื่องเช่นนั้นหรอก จึงมิได้บอกท่าน”
นายหญิงหลิ่วก็ถูกข่าวนี้ดึงความสนใจไป นางหันไปมองหลิ่วเฟยเยี่ยนด้วยความร้อนรน “เรื่องนี้เจ้ารู้หรือไม่?”
“ข้าไม่รู้จริง ๆ เจ้าค่ะ” หลิ่วเฟยเยี่ยนหลบตาเล็กน้อย พลางแก้ตัวว่า “หลินจือเยว่ตอนนี้ไม่มีอะไรแล้ว เยียนหรานจะสนใจเขาได้อย่างไร?”
นายหญิงหลิ่วจึงถอนหายใจอย่างโล่งอก “เช่นนั้นก็ดี หลินจือเยว่ก่อนหน้านี้ก็ไม่เลว แต่ตอนนี้เขาถูกถอดยศถอดตำแหน่งแล้ว แถมฉินซวงซวงเองก็ไม่ใช่คนที่จะยุ่งด้วยง่าย ๆ หากเยียนหรานสนใจเขาจริงจะไม่แย่เอาหรือ!”
“ท่านแม่วางใจเถิดเจ้าค่ะ ไม่มีทางเป็นเช่นนั้นแน่”
ด้านหลิ่วเฟยเยี่ยนยืนยันด้วยความมั่นใจว่าเรื่องนี้ไม่มีทางเกิดขึ้น แต่กลับไม่รู้ว่าฝั่งของซุนเยียนหรานกำลังทุกข์ใจกับเรื่องนี้อยู่
ทันใดนั้น ก็มีคนจากภายนอกมาเรียก อิ๋นซิ่งออกไปครู่หนึ่งก่อนจะนำจดหมายฉบับหนึ่งมาส่งให้ซุนเยียนหราน
“คุณหนู จดหมายจากคุณชายหลินเจ้าค่ะ”
......
ภายใต้ความร่วมมือของซ่งรั่วเจินและซ่งจืออวี้ หลิ่วเฟยเยี่ยนกับมารดาหลิ่วก็ต้องหน้าเขียวกลับไป แม้แต่มื้อกลางวันก็ไม่ได้อยู่ทาน จากไปด้วยความไม่พอใจที่อัดแน่นในอก
ซ่งรั่วเจินทำท่าทางเชิญชวนให้อยู่ต่ออย่างเสแสร้ง แต่เมื่อเห็นทั้งสองเดินจากไปจนไม่เห็นแม้เงา นางจึงเผยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความสนุกสนาน
คิดจะใช้กลยุทธ์ปั้นเรื่องไม่มีมูลหรือ?
คิดหรือว่าพวกเขาสองพี่น้องจะทำไม่เป็นหรืออย่างไร?

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง
ทำไมยังไม่สามารถอ่านได้ ใช้ดหรียญไม่ได้...
ระบบเป็นแบบนี้มาหลายวันแล้ว ทำไมไม่มีการติดจ่อกลับมา...
ทำไมอ่านต่อไม่ได้ เติมเงินแล้วก็ไม่ได้...
ทำไมใช้เหรียญไม่ได้...
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ แต่การเติมเงินใช้เป็นเพียงบัตรเติมเงินเอไอเอสเท่านั้น...