“ห้ามแจ้งความนะ!”
ฉินซวงซวงได้ยินว่าจะแจ้งความก็ร้อนรนขึ้นมา จับมือหลินจือเยว่ไว้แน่น “ท่านโหว ช่วยข้าด้วยเจ้าค่ะ จะแจ้งความไม่ได้เด็ดขาดนะเจ้าคะ!”
หลินจือเยว่กำลังจะเอ่ยปาก แต่ถูกซ่งอี้อันตัดบทเสียก่อน “หลินโหว ข้าแนะนำว่าท่านอย่าพูดอะไรจะดีกว่า กระทำความผิดก็ต้องรับโทษ เว้นเสียแต่ว่าท่านจะใช้อำนาจมาข่มพวกข้า”
แม้สองตาของซ่งอี้อันจะมองไม่เห็น เวลาพูดจากลับแฝงความกดดันเต็มเปี่ยม แสดงความหยิ่งทะนงออกมาเต็มที่ ทำให้คนไม่กล้าดูแคลน
หลินจือเยว่ไม่อาจใช้อำนาจมากดดันได้อยู่แล้ว ยังไม่ต้องพูดถึงว่าตระกูลซ่งเดิมก็มีฐานะไม่ต่ำต้อย ยามนี้ยังมีฉู่อ๋องอยู่ด้วย หากเขากล้าทำเช่นนั้น คนเคราะห์ร้ายคงเป็นเขาแน่นอน
จ้าวจือเต๋อ เจ้าเมืองประจำศาลาว่าการซุ่นเทียนเดิมนั้นกำลังดื่มชาอยู่ ครั้นได้ยินว่าเรื่องนี้ไม่เพียงพัวพันถึงหลินโหวและตระกูลซ่ง แม้แต่ฉู่อ๋องก็ยังอยู่ที่นั่นด้วย ฉับพลันนั้นก็รีบนำกำลังคนห้อม้าออกไปโดยไม่มีแก่ใจไปสนอะไรอีกแล้ว
จนเมื่อได้ฟังเรื่องราวตั้งแต่ต้นจนจบแล้วก็หันไปมองฉู่จวินถิงโดยไม่รู้ตัว
“ท่านมองข้าทำไม? เรื่องเกิดขึ้นแล้วก็จัดการอย่างยุติธรรมเถอะ” ฉู่จวินถิงเอ่ยเสียงเรียบ
เห็นฉู่อ๋องไร้ท่าทีปกป้อง จ้าวจือเต๋อก็เข้าใจแจ่มแจ้ง โบกมือให้คนคุมตัวฉินซวงซวงจากไปทันที
“ใต้เท้าจ้าว เรื่องนี้...”
“หลินโหวก็มากับข้าน้อยด้วยเถิด ท่านกับแม่นางฉินใกล้ชิดกันเพียงนี้ คงจะพอทราบเรื่องบ้าง”
หลินจือเยว่หน้าเปลี่ยนสี ขณะกำลังจะปฏิเสธ ซ่งรั่วเจินก็เอ่ยขึ้นมาว่า “ใต้เท้าจ้าวพูดมีเหตุผล เรื่องนี้เกรงว่าคงไม่ใช่ฝีมือของคนเพียงคนเดียว ใต้เท้าจ้าวโปรดตรวจสอบความจริงให้กระจ่าง คืนความยุติธรรมให้พวกข้าด้วยนะเจ้าคะ”

VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ แต่การเติมเงินใช้เป็นเพียงบัตรเติมเงินเอไอเอสเท่านั้น...