เมื่องานเลี้ยงราตรีถึงคราวเลิกรา ซ่งรั่วเจินกับเมิ่งชิ่นก็กลายเป็นเพื่อนสาวที่สนิทสนมกัน ถึงขั้นนึกแค้นใจที่เจอกันช้าไปเลยทีเดียว
“รั่วเจิน พรุ่งนี้ข้าต้องไปไหว้พระกับท่านแม่ อีกสองวันข้าค่อยไปหาเจ้าที่บ้านเจ้าก็แล้วกัน” เมิ่งชิ่นกล่าว
“ตกลง ข้าจะรอเจ้า” ซ่งรั่วเจินพยักหน้าแล้วว่า “ยันต์คุ้มภัยที่ข้าให้เจ้าไปจะต้องพกติดตัวไว้ให้ดี ห้ามยกให้ใครทั้งนั้น”
เวลานั้นเอง เสียงหลิ่วหรูเยียนก็ดังขึ้นมา “เจินเอ๋อร์ เตรียมตัวกลับจวนได้แล้ว”
หลิ่วหรูเยียนเดินเข้ามาหาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม เห็นได้ชัดว่าคืนนี้พูดคุยกับพระชายาเซียงอ๋องและต่งฮูหยินอย่างเพลิดเพลิน ส่วนเรื่องช่วยขอร้องแทนสกุลซุน นางก็ไม่เอ่ยถึงอย่างรู้กาลเทศะยิ่งนัก
ในงานเลี้ยง สวี่ชิงเหมยทราบความสัมพันธ์ระหว่างหลิ่วหรูเยียนกับสกุลซุน เข้าใจว่าหลิ่วหรูเยียนไม่สะดวกจะเอ่ยปาก นางจึงเลียบเคียงถามให้อย่างอ้อมๆ
เห็นว่าเพียงเอ่ยถึงสกุลซุน พระชายาเซียงอ๋องก็มีสีหน้าบึ้งตึง คนทั้งสองก็เข้าใจแจ่มแจ้งว่าเรื่องนี้ไม่มีโอกาสแก้ไขได้แล้ว ต่อให้พูดขึ้นมาก็มีแต่จะทำให้หมางใจกันเปล่าๆ
แม้ว่าหลิ่วเฟยเยี่ยนจะเป็นน้องสาวของนาง แต่นางยังเป็นมารดาคนหนึ่ง ต้องใคร่ครวญเพื่อลูกของตัวเอง ไม่อาจทำเพื่อลูกคนอื่นจนส่งผลกระทบต่ออนาคตของลูกตัวเอง ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าวาสนาอันดีงามนี้ยังเกิดขึ้นเพราะเจินเอ๋อร์อีกด้วย
ซ่งอี้อันและซ่งจืออวี้ก็ไม่เอ่ยถึงเรื่องนี้ในจวนอ๋องอย่างใจตรงกัน ทราบว่ามารดาก็ไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้ คนทั้งสองค่อยวางใจได้เสียที
นอกจวนเซียงอ๋อง
เคอหยวนจื่อกำลังฟ้องทุกข์กับชวีคั่ว ที่นางมาร่วมงานเลี้ยงราตรีในวันนี้ก็เพื่อจะได้มีโอกาสพบเจอคุณชายในเมืองหลวงมากขึ้นหน่อย ใครจะคาดว่าจะถูกซ่งรั่วเจินทำเสียเรื่องแบบนี้
ประจวบกับตอนออกมาเจอชวีคั่วเข้าพอดี เกรงว่าพอมีข่าวออกมาในวันรุ่งขึ้นแล้วจะทำให้ชื่อเสียงนางด่างพร้อยจึงชิงอธิบายให้ชวีคั่วฟังก่อนก้าวหนึ่ง
“ซ่งรั่วเจินผู้นั้นจะทำเกินไปแล้ว! ตัวนางไม่มีใครต้องการก็ทนเห็นเจ้าได้ดีไม่ได้!”
เคอหยวนจื่อสัมผัสได้ว่าข้างหลังมีคนมาก็หันกลับมาโดยไม่รู้ตัว ถึงตอนที่เห็นโฉมหน้าของคนด้านหลังชัดเจน ทันใดนั้นก็เบิกตาโพลง ผละห่างจากชวีคั่วโดยไม่รู้ตัว
ได้เห็นซ่งจิ่งเซินที่ไม่ได้เจอกันมานาน เพียงรู้สึกว่าเขาผอมลงมาก เครื่องหน้ายิ่งคมคายหล่อเหลากว่าเดิม
เทียบกับตอนนั้น หว่างคิ้วมีความหนักแน่นมากกว่าเดิม บุคลิกก็แลดูสุขุมคัมภีรภาพขึ้นมาก ราวกับต้นสนกลางป่าไผ่ เจิดจ้าจับตาคนกว่าเดิม ทำให้เบื้องหน้าสายตาสว่างวาบ
แต่อาภรณ์บนร่างแลดูเก่าซอมซ่อ ต่างจากการแต่งกายในอดีตของเขา ทั้งยังแลดูอิดโรยจากการเดินทางไกล
“จิ่งเซิน ท่านมาได้พอดีนัก ก่อนหน้านี้ข้าบอกท่านไว้ชัดเจนมากแล้วนะ พวกเราเป็นเพียงสหายกันเท่านั้น ไม่มีความสัมพันธ์อย่างอื่น หวังว่าท่านจะอธิบายกับน้องสาวของท่านให้ชัดเจน!”
“วันนี้นางค่อนขอดข้าต่อหน้าคนมากมาย หลังจากนี้ท่านไม่ต้องมาพูดกับข้าแล้ว ข้าไม่อยากถูกคนเข้าใจผิด ยิ่งไม่อยากได้รับความอัปยศแบบในวันนี้อีก!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง
ทำไมยังไม่สามารถอ่านได้ ใช้ดหรียญไม่ได้...
ระบบเป็นแบบนี้มาหลายวันแล้ว ทำไมไม่มีการติดจ่อกลับมา...
ทำไมอ่านต่อไม่ได้ เติมเงินแล้วก็ไม่ได้...
ทำไมใช้เหรียญไม่ได้...
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ แต่การเติมเงินใช้เป็นเพียงบัตรเติมเงินเอไอเอสเท่านั้น...