เข้าสู่ระบบผ่าน

ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง นิยาย บท 376

เมื่องานเลี้ยงราตรีถึงคราวเลิกรา ซ่งรั่วเจินกับเมิ่งชิ่นก็กลายเป็นเพื่อนสาวที่สนิทสนมกัน ถึงขั้นนึกแค้นใจที่เจอกันช้าไปเลยทีเดียว

“รั่วเจิน พรุ่งนี้ข้าต้องไปไหว้พระกับท่านแม่ อีกสองวันข้าค่อยไปหาเจ้าที่บ้านเจ้าก็แล้วกัน” เมิ่งชิ่นกล่าว

“ตกลง ข้าจะรอเจ้า” ซ่งรั่วเจินพยักหน้าแล้วว่า “ยันต์คุ้มภัยที่ข้าให้เจ้าไปจะต้องพกติดตัวไว้ให้ดี ห้ามยกให้ใครทั้งนั้น”

เวลานั้นเอง เสียงหลิ่วหรูเยียนก็ดังขึ้นมา “เจินเอ๋อร์ เตรียมตัวกลับจวนได้แล้ว”

หลิ่วหรูเยียนเดินเข้ามาหาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม เห็นได้ชัดว่าคืนนี้พูดคุยกับพระชายาเซียงอ๋องและต่งฮูหยินอย่างเพลิดเพลิน ส่วนเรื่องช่วยขอร้องแทนสกุลซุน นางก็ไม่เอ่ยถึงอย่างรู้กาลเทศะยิ่งนัก

ในงานเลี้ยง สวี่ชิงเหมยทราบความสัมพันธ์ระหว่างหลิ่วหรูเยียนกับสกุลซุน เข้าใจว่าหลิ่วหรูเยียนไม่สะดวกจะเอ่ยปาก นางจึงเลียบเคียงถามให้อย่างอ้อมๆ

เห็นว่าเพียงเอ่ยถึงสกุลซุน พระชายาเซียงอ๋องก็มีสีหน้าบึ้งตึง คนทั้งสองก็เข้าใจแจ่มแจ้งว่าเรื่องนี้ไม่มีโอกาสแก้ไขได้แล้ว ต่อให้พูดขึ้นมาก็มีแต่จะทำให้หมางใจกันเปล่าๆ

แม้ว่าหลิ่วเฟยเยี่ยนจะเป็นน้องสาวของนาง แต่นางยังเป็นมารดาคนหนึ่ง ต้องใคร่ครวญเพื่อลูกของตัวเอง ไม่อาจทำเพื่อลูกคนอื่นจนส่งผลกระทบต่ออนาคตของลูกตัวเอง ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าวาสนาอันดีงามนี้ยังเกิดขึ้นเพราะเจินเอ๋อร์อีกด้วย

ซ่งอี้อันและซ่งจืออวี้ก็ไม่เอ่ยถึงเรื่องนี้ในจวนอ๋องอย่างใจตรงกัน ทราบว่ามารดาก็ไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้ คนทั้งสองค่อยวางใจได้เสียที

นอกจวนเซียงอ๋อง

เคอหยวนจื่อกำลังฟ้องทุกข์กับชวีคั่ว ที่นางมาร่วมงานเลี้ยงราตรีในวันนี้ก็เพื่อจะได้มีโอกาสพบเจอคุณชายในเมืองหลวงมากขึ้นหน่อย ใครจะคาดว่าจะถูกซ่งรั่วเจินทำเสียเรื่องแบบนี้

ประจวบกับตอนออกมาเจอชวีคั่วเข้าพอดี เกรงว่าพอมีข่าวออกมาในวันรุ่งขึ้นแล้วจะทำให้ชื่อเสียงนางด่างพร้อยจึงชิงอธิบายให้ชวีคั่วฟังก่อนก้าวหนึ่ง

“ซ่งรั่วเจินผู้นั้นจะทำเกินไปแล้ว! ตัวนางไม่มีใครต้องการก็ทนเห็นเจ้าได้ดีไม่ได้!”

เคอหยวนจื่อสัมผัสได้ว่าข้างหลังมีคนมาก็หันกลับมาโดยไม่รู้ตัว ถึงตอนที่เห็นโฉมหน้าของคนด้านหลังชัดเจน ทันใดนั้นก็เบิกตาโพลง ผละห่างจากชวีคั่วโดยไม่รู้ตัว

ได้เห็นซ่งจิ่งเซินที่ไม่ได้เจอกันมานาน เพียงรู้สึกว่าเขาผอมลงมาก เครื่องหน้ายิ่งคมคายหล่อเหลากว่าเดิม

เทียบกับตอนนั้น หว่างคิ้วมีความหนักแน่นมากกว่าเดิม บุคลิกก็แลดูสุขุมคัมภีรภาพขึ้นมาก ราวกับต้นสนกลางป่าไผ่ เจิดจ้าจับตาคนกว่าเดิม ทำให้เบื้องหน้าสายตาสว่างวาบ

แต่อาภรณ์บนร่างแลดูเก่าซอมซ่อ ต่างจากการแต่งกายในอดีตของเขา ทั้งยังแลดูอิดโรยจากการเดินทางไกล

“จิ่งเซิน ท่านมาได้พอดีนัก ก่อนหน้านี้ข้าบอกท่านไว้ชัดเจนมากแล้วนะ พวกเราเป็นเพียงสหายกันเท่านั้น ไม่มีความสัมพันธ์อย่างอื่น หวังว่าท่านจะอธิบายกับน้องสาวของท่านให้ชัดเจน!”

“วันนี้นางค่อนขอดข้าต่อหน้าคนมากมาย หลังจากนี้ท่านไม่ต้องมาพูดกับข้าแล้ว ข้าไม่อยากถูกคนเข้าใจผิด ยิ่งไม่อยากได้รับความอัปยศแบบในวันนี้อีก!”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง