แต่เด็กหญิงคนนั้นเหมือนจะตกใจจนเสียขวัญ เอาแต่ร้องไห้ร่ำร้องเสียงดังว่า “ข้าไม่ไปจากท่านแม่! ข้าไม่ไปจากท่านแม่!”
เมิ่งชิ่นสีหน้าเย็นชา คิดไม่ถึงว่าความหวังดีของนางกลับได้มาเจอกับคนไม่รู้คุณคนเช่นนี้!
ข้างล่างนั่นเต็มไปด้วยเศษหินและกิ่งไม้ ถ้าตกลงไปเกรงว่าคงไม่รอด
ต่อให้โชคดีรักษาครึ่งชีวิตไว้ได้ เกรงว่าก็คงจะเสียโฉมไปจนถึงขั้นพิการ แค่คิดนางก็ยังหวาดหวั่นไม่หาย
“สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองจริงๆ จะต้องเป็นเพราะปกติทำบุญสั่งสมกุศลไว้มากเป็นแน่ ไม่อย่างนั้นถ้าเป็นคนอื่นตกลงไป ผลลัพธ์คงเลวร้ายสุดคาดคิด”
เมิ่งฮูหยินดึงมือเมิ่งชิ่นมาตรวจดูอย่างละเอียดรอบหนึ่ง จิตใจสั่นสะท้าน แม้แต่ไหว้พระก็ไม่มีอารมณ์ไปแล้วจึงคิดจะลงจากเขา
เมิ่งชิ่นได้ยินอย่างนั้นก็ล้วงยันต์คุ้มกายในอกเสื้อของตัวเองออกมาโดยสัญชาตญาณ แล้วก็พบว่ายันต์คุ้มกายที่เดิมทียังสมบูรณ์ดี ยามนี้กลับเป็นสีดำเหมือนถูกเผามากระนั้น...
นางตกตะลึง เป็นรั่วเจินช่วยนางไว้!
มิน่าเล่าเมื่อวานนางถึงกำชับให้ตนเองพกยันต์คุ้มกายติดตัวเอาไว้ คงทำนายไว้แล้วว่าวันนี้ตนเองจะประสบอันตราย ยันต์นี้...จะร้ายกาจเกินไปแล้ว!
“ชิ่นเอ๋อร์ เจ้าเป็นอะไรไป?”
มารดาของเมิ่งชิ่นเห็นลูกสาวมองดูยันต์คุ้มกายที่ไหม้เกรียมในมืออย่างอึ้งๆ ดวงตาเต็มไปด้วยความเป็นห่วง ลูกสาวคงไม่ได้ตกใจจนขวัญหายแล้วกระมัง?
“ท่านแม่ เป็นรั่วเจินช่วยข้าไว้เจ้าค่ะ!”
เมิ่งชิ่นค่อยๆ เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อเย็นวานออกมาอย่างช้าๆ มารดาของเมิ่งชิ่นฟังแล้วก็อึ้งไป ปกตินางก็ชอบไหว้พระขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์อยู่แล้ว เชื่อว่าตราบใดที่จิตใจมุ่งทางกุศลจะต้องได้รับผลตอบแทนที่ดีแน่นอน
ยามนี้ได้รู้ว่ายันต์คุ้มกายนี้ตอนออกมายังดีๆ อยู่ ตอนนี้กลับตกอยู่ในสภาพนี้ก็ยิ่งเชื่อโดยสนิทใจ
“ชิ่นเอ๋อร์ นี่เป็นเพราะเจ้าโชควาสนาดี แม่นางซ่งดีกับเจ้าอย่างจริงใจ เจ้าต้องทะนุถนอมเอาไว้ จะต้องไปขอบคุณถึงเรือนจึงจะดี!”
“ไม่ว่าภัยน้ำท่วมหรือภัยแล้ง คนที่เดือดร้อนที่สุดล้วนเป็นชาวบ้าน” หลิ่วหรูเยียนถอนหายใจ “จิ่งเซิน เกรงว่าการค้าที่เมืองอื่นของเจ้าคงได้รับผลกระทบเหมือนกันสินะ?”
“ท่านแม่วางใจได้ขอรับ ก่อนหน้านี้ลูกกักตุนเสบียงไว้ไม่น้อย” ซ่งจิ่งเซินกล่าว
ตระกูลซ่งเป็นตระกูลใหญ่กิจการมาก การค้าขายครอบคลุมรอบด้าน ร้านขายข้าวสารกับร้านขายน้ำมันยิ่งไม่ต้องพูดถึง แต่ถ้าอยากช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติอาจต้องเปิดโรงทานแจกโจ๊ก
หลิ่วหรูเยียนเอ่ยชมอย่างอดไม่อยู่ “เรื่องที่เจ้าทำ แม่วางใจมาแต่ไหนแต่ไร”
“พวกเรารับช่วงต่อเรือนของตระกูลหลินมาแล้ว ข้าตั้งใจว่าอีกไม่กี่วันจะเริ่มปรับปรุงใหม่ เปิดร้านไวๆ จะได้หาเงินเร็วๆ”
พอซ่งจิ่งเซินพูดถึงเรื่องหาเงินก็คึกคักขึ้นมาทันที สิ่งที่เขาชอบที่สุดก็คือการหาเงินนี่แหละ
ซ่งรั่วเจินได้ยินอย่างนั้นก็คิดถึงร้านค้าบนถนนทั้งเส้นที่ได้มาจากฉินฮูหยินจึงกล่าวว่า “ร้านค้าบนถนนฝานหรงตอนนี้เป็นของครอบครัวพวกเราหมดแล้ว พี่สี่มีเวลาก็แวะไปดูได้”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง
ทำไมยังไม่สามารถอ่านได้ ใช้ดหรียญไม่ได้...
ระบบเป็นแบบนี้มาหลายวันแล้ว ทำไมไม่มีการติดจ่อกลับมา...
ทำไมอ่านต่อไม่ได้ เติมเงินแล้วก็ไม่ได้...
ทำไมใช้เหรียญไม่ได้...
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ แต่การเติมเงินใช้เป็นเพียงบัตรเติมเงินเอไอเอสเท่านั้น...