“ข้ามิได้ใส่ใจเรื่องพวกนี้นักหรอก คนเหล่านั้นต่างพากันตัดสินข้าว่าไม่ดีเพียงเพราะเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้ หากแต่งเข้าไปแล้วก็คงมิวายมีแต่จะเจ็บช้ำน้ำใจ ทว่าระยะนี้มารดาของข้าเอาแต่ทุกข์ใจกับเรื่องนี้อยู่ไม่คลาย”
อวิ๋นเนี่ยนชูถอนหายใจ ใบหน้าเต็มด้วยความหมองหม่น “พวกเราก็ช่างโชคร้ายกันเสียจริงๆ เหตุใดอวิ๋นซีหว่านจึงต้องเป็นน้องสาวสายรองของข้าด้วย”
“วันนี้เมื่อยามที่ข้าออกมายังได้ยินสาวใช้ของนางบอกมาว่าคืนนี้จะตระเตรียมมื้อพิเศษเอาไว้มากหน่อย ด้วยจะเชิญชวนญาติผู้พี่ของข้าไปพูดคุย เจ้าคิดว่าข้าจะนิ่งดูดายอยู่เพียงในห้องโดยมิทำสิ่งใดได้หรือ?”
ซ่งรั่วเจินรู้ดีว่าเนี่ยนชูหาใช่ผู้ที่จะสะกดกลั้นระงับอารมณ์ของตนเอาไว้ได้ จึงกล่าว “เช่นนั้นมิสู้ไปถามญาติผู้พี่ของเจ้าโดยตรงเลยเล่า”
“ให้ข้าน่ะหรือไปถามเขาโดยตรง?” อวิ๋นเนี่ยนชูชะงักงัน “แล้วข้าควรจะพูดว่าอย่างไรเล่า?”
“เจ้าก็เพียงพูดออกไปอย่างที่ใจคิด บัดนี้สถานการณ์ก็มาถึงขั้นนี้เสียแล้ว หาได้มีสิ่งใดจำเป็นต้องปิดบังอีก”
ซ่งรั่วเจินยักไหล่ “อวิ๋นซีหว่านเป็นน้องสาวสายรองของเจ้า นางก็ยังมีทาบทามหมั้นหมายบ้างแล้ว ทางบ้านของเจ้าเองคงตระเตรียมคู่ครองไว้ให้เจ้าแล้วเช่นกัน หากยังยืดเยื้อต่อไปเช่นนี้เกรงว่าพวกเจ้าต่างฝ่ายต่างต้องแยกย้ายกันสมรสแล้ว”
“แต่ทุกครั้งที่ข้าแสดงท่าทีสนิทสนมกับญาติผู้พี่ เขาก็มักจะหลบเลี่ยงข้าอยู่เสมอ หากข้าพูดออกไปตามตรงจะมิเป็นการ…”
“เจ้าจะกลัวไปไย? หากเขาปฏิเสธเจ้าไป อย่างไรเสียเจ้าก็ต้องดูตัวกับชายอื่นอยู่วันยังค่ำ มิสู้เลือกเอาพี่ชายข้าไปสักคนแทนเสียยังจะดีกว่า”
แทนที่จะเป็นฝั่งเป็นฝากับใครอื่นมิสู้มาเป็นพี่สะใภ้ข้าเสีย ต้องดีกว่าแต่งออกไปเป็นภรรยาผู้อื่นเป็นไหนๆ!” ซ่งรั่วเจินหยอกล้อ
อวิ๋นเนี่ยนชูเบิกตากว้าง “!!!”
“หากเรื่องมาถึงขั้นนั้นจริงแล้วเล่าก็ เช่นที่เจ้าว่ามาก็มิเลวนัก แต่พี่ชายบ้านเจ้าต่างก็เก่งฉกาจกันมากเช่นนั้น เกรงว่าที่ข้าพอจะเคียงคู่ได้จะมีก็แต่พี่สามของเจ้ากระมัง?” อวิ๋นเนี่ยนชูว่าพลางครุ่นคิด
ซ่งรั่วเจินหัวเราะลั่นออกมาอย่างสุดกลั้น “เจ้าอย่าพูดเป็นเล่นไป มารดาข้าก็กลุ้มใจกับการคอยหาคู่ครองให้พี่สามอยู่พอดีเชียว”
เสียงหัวเราะสองเสียงสอดประสาน ค่อยๆ ปัดเป่าเขย่าคลายความทุกข์ในใจที่มีอยู่ก่อนหน้านี้ออกไป...
“แบบนั้นไม่ดีกระมัง?”
อวิ๋นเนี่ยนชูเองก็อดรู้สึกเก้อกระดากขึ้นมาไม่ได้ “พี่สามซ่ง ขอร้องเถิดเจ้าค่ะ ถือเสียว่าได้ช่วยข้าเล็กๆ น้อยๆ”
ซ่งรั่วเจินหัวเราะออกมาเบาๆ “หากเรื่องนี้สำเร็จด้วยดี เราย่อมต้องขอบคุณท่านแน่ๆ จะได้ช่วยให้เนี่ยนชูคอยเป็นหูเป็นตาดูด้วยอีกแรง ว่ามีแม่นางผู้ใดคู่ควรจะเป็นพี่สะใภ้ให้ข้าบ้าง!”
ซ่งจืออวี้ถูกถ้อยคำที่น้องสาวตนเอ่ยทำเอาหน้าแดงเถือก มือไม้จึงโบกปัดเป็นพัลวัน “ข้าจะช่วยก็ได้ แต่พวกเจ้าช่วยหยุดแซวข้าเสียทีเถิด”
สายฝนเม็ดน้อยเริ่มโปรยปรายอยู่ด้านนอก มือหนึ่งของอวิ๋นเฉิงเจ๋อกอบกำด้ามร่มกันฝนเอาไว้ กายสวมอาภรณ์ขาวพิสุทธิ์โดดเด่นเป็นสง่าเปี่ยมอายบุรุษเพศ
ทว่าวันนี้ขากลับมิได้มีท่าทีสงบนิ่งเรียบเฉยเฉกเช่นคืนวันเก่าก่อน อีกทั้งแววตายังดูหม่นหมองกว่าที่เคย…

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง
ทำไมยังไม่สามารถอ่านได้ ใช้ดหรียญไม่ได้...
ระบบเป็นแบบนี้มาหลายวันแล้ว ทำไมไม่มีการติดจ่อกลับมา...
ทำไมอ่านต่อไม่ได้ เติมเงินแล้วก็ไม่ได้...
ทำไมใช้เหรียญไม่ได้...
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ แต่การเติมเงินใช้เป็นเพียงบัตรเติมเงินเอไอเอสเท่านั้น...