อวิ๋นเนี่ยนชูยักไหล่ “สกุลซ่งเองก็มีรถม้า อีกทั้งแม้วันนี้ข้าจะพักอยู่ที่จวนสกุลซ่งมิได้กลับบ้าน ก็หาได้มีปัญหาใดไม่”
นางสนิทสนมกับซ่งรั่วเจินตั้งแต่เยาวว์วัย ก่อนนี้ก็เคยพักค้างคืนที่จวนสกุลส่งอยู่บ้าง เพียงแต่ครั้นมีญาติผู้พี่มา นางก็คิดแต่จะหาโอกาสได้พบเจอเขาให้มากหน่อย โอกาสได้พักค้างคืนที่จวนสกุลซ่งจึงน้อยตามลงไป
“เจ้าอยากให้คุณชายสามสกุลซ่งส่งเจ้ากลับไปอย่างนั้นหรือ?” อวิ๋นเฉิงเจ๋อเอ่ยถามเสียงเรียบ
สิ่งที่อวิ๋นเนี่ยนชูคิดอยู่ตอนนี้มีเพียงถ้อยคำของซ่งรั่วเจินที่บอกเมื่อนางกลับไปแล้วให้เปิดอกเผยความในใจของตนต่อญาติผู้พี่ ทว่าก่อนนี้นางก็เคยรวบรวมความกล้าพูดบอกญาติผู้พี่ออกไปแล้วเช่นกัน ทว่าผลลัพธ์ก็คือการถูกปฏิเสธ
ตอนนั้นเขาว่าอย่างไรแล้วนะ?
ญาติผู้พี่ว่านางยังเยาว์อยู่นัก ยังไม่เข้าใจความหมายที่แท้จริงของการชอบพอใครสักคน
บัดนี้นางมิใช่เด็กน้อยไร้เดียงสาอีกต่อไปแล้ว แม้นางจะพยายามติดสอยห้อยตาม ลองใจเขาไม่รู้กี่หลายต่อหลายครั้ง ทว่าสิ่งที่ได้รับก็มีแต่ท่าทีเย็นชาเป็นคำตอบ
กลัวก็แต่เพียงแม้คืนนี้จะพูดออกไปแล้ว ผลลัพธ์ก็ยังคงเหมือนเดิม
อวิ๋นเฉิงเจ๋อเห็นทีอวิ๋นเนี่ยนชูคล้ายจะเหม่อลอย ไม่ได้ยินแม้แต่สักนิดว่าเขากำลังพูดเอ่ยถึงสิ่งใด บรรยากาศรอบกายก็ยิ่งเย็นยะเยือกขึ้นทบทวี
คืนวันเก่าก่อนที่ได้ใช้เวลาด้วยกัน ไม่ว่าเขาจะพูดเอ่ยสิ่งใดนางก็จะรับฟังด้วยความตั้งใจเสมอ ไม่มีอย่างเช่นวันนี้ให้เห็นเลย
กระทั่งลงจากรถม้าแล้ว อวิ๋นเนี่ยนชูก็เดินไปตามแผ่นหลังของอวิ๋นเฉิงเจ๋อ รู้สึกแต่เพียงท่าทีนิ่งเงียบของเขาทำเอานางรู้สึกกดดันเป็นอย่างยิ่ง
ความกล้าที่เดิมทีกว่าจะปลุกให้ลุกโหมขึ้นมาได้ก็กลับถูกบรรยากาศน่ากดดันทำเอาสลายหายไปจนหมดสิ้น มีหรือที่นางจะกล้าพูดได้อีก?
ไม่นานอวิ๋นเฉิงเจ๋อก็เอ่ยขึ้น “วันนี้ข้าได้ยินมาว่าท่านอาเขยตั้งใจจะให้ข้าแต่งกับอวิ๋นซีหว่าน”
อวิ๋นเนี่ยนชูใจหล่นวูบ เอ่ยถามออกไป “เช่นนั้นท่านพี่จะแต่งกับนางอย่างนั้นหรือ?”
ซ่งรั่วเจินพูดถูก อย่างไรเรื่องนี้ก็ควรถามความคิดของญาติผู้พี่เอาไว้ หากเขาไม่ได้เต็มใจพวกนางจะได้ช่วยกันหาทางแก้
“จริงหรือ?” อวิ๋นเนี่ยนชูอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามขึ้น
มุมปากของอวิ๋นเฉิงเจอโค้งยกขึ้นเล็กน้อย “ข้าเคยโกหกเจ้าด้วยหรือ?”
“เช่นนั้นท่านมิแต่งกับอวิ๋นซีหว่านได้หรือไม่?” อวิ๋นซีหว่านมองเขาด้วยนัยคล้ายจะลองใจและคาดหวัง
และอวิ๋นเฉิงเจ่อก็พยักหน้า “ย่อมได้”
ภายในค่ำคืนเงียบงันเช่นนี้เสียงทุ้มต่ำของชายหนุ่มช่างไพเราะรื่นหูเป็นยิ่ง รอบกายที่มีเพียงเสียงฝนโปรยปราย แต่ถ้อยคำ ‘ย่อมได้’ นั้นกลับยังคงก้องดังอยู่ข้างใบหูนาง
อวิ๋นเนี่ยนชูชะงักงัน ตอบรับกันมาเช่นนี้เลยหรือ?
ความขุ่นหมองวุ่นวายในใจพลันหายไปราวฟ้าสว่างหลังฝนพรำ ใบหน้าเล็กๆ ผุดรอยยิ้มสดใสขึ้นมา ทว่าเพียงชั่วครู่ก็นึกถึงใบหน้าเคืองโกรธในวันนี้ของผู้เป็นบิดาขึ้นมา เกรงว่าหากอยากจะปฏิเสธก็คงไม่ง่ายดายเลย

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง
ทำไมยังไม่สามารถอ่านได้ ใช้ดหรียญไม่ได้...
ระบบเป็นแบบนี้มาหลายวันแล้ว ทำไมไม่มีการติดจ่อกลับมา...
ทำไมอ่านต่อไม่ได้ เติมเงินแล้วก็ไม่ได้...
ทำไมใช้เหรียญไม่ได้...
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ แต่การเติมเงินใช้เป็นเพียงบัตรเติมเงินเอไอเอสเท่านั้น...