“ท่านพี่ เรื่องมิได้ง่ายดายเช่นนั้น วันนี้ข้าเพียงแค่พูดขึ้นมาก็ถูกท่านแม่บอกปัดเสียแล้ว ท่านพ่อเองก็โกรธมากยิ่งนัก”
“ท่านเองก็ใช่ว่าจะมิรู้ว่าอวิ๋นซีหว่านและมารดาของนางเจ้าแผนการมากเพียงใด บัดนี้นางยังมิอาจแต่งออกไปมิได้ ย่อมจะต้องทำทุกวิถีทางให้ได้พึ่งใบบุญจากท่าน หากถึงเวลานั้นแล้ว...”
สายตาของอวิ๋นเฉิงเจ๋อจรดลงบนใบหน้าของอวิ๋นเนี่ยนชู แม้เมื่อเวลาผ่านไปจะทำให้อาการบวมช้ำลดน้อยลงแล้ว ทว่าก็ยังคงปรากฏร่องรอยให้เห็นอยู่จางๆ
“ใบหน้าของเจ้ายังเจ็บอยู่หรือไม่?”
อวิ๋นเนี่ยนชูชะงักไปเล้กน้อย ก่อนมือจะเผลอยกขึ้นแตะจับใบหน้าของตนโดยไม่รู้ตัว ก่อนแววตาจะหมองหม่นลง
“ข้ามิเป็นไร รั่วเจินทายาให้ข้าแล้ว พรุ่งนี้คงจะหายดีแล้วเจ้าค่ะ”
ดวงตาของอวิ๋นเฉิงเจ๋อเข้มข้นด้วยอารมณ์ ทว่าน้ำเสียงกลับนุ่มนวลอ่อนโยนเป็นยิ่ง “ต่อไปเจ้ามิจำเป็นต้องออกหน้ารับแทน เจ็บตัวมามิคุ้มกันหรอก”
“ท่านพี่ ท่านไม่อยากให้ข้าไปยุ่งเรื่องของท่านหรือ?” อวิ๋นเนี่ยนชูโพล่งถาม
อวิ๋นเฉิงเจ๋อหัวเราะเบาๆ “แม่นางเช่นเจ้าบาดเจ็บบนใบหน้ามิใช่นับเป็นเรื่องใหญ่หลวงหรอกหรือ? เรื่องเช่นนี้หากจะต้องพูดก็ต้องให้ข้าเป็นฝ่ายไปพูด บุรุษเช่นข้าผิวหนังหนาหยาบ ถูกตบตีบ้างก็มินับเป็นปัญหาใหญ่ใด”
“จะให้เป็นเช่นนั้นได้อย่างไรเล่า?”
อวิ๋นเนี่ยนชูหวนนึกถึงยามที่ตนพูดออกไปได้เพียงไม่กี่คำก็ถูกตบเข้าเสียแล้ว หากเป็นญาติผู้พี่แล้วเล่าก็ ไม่ใช่ว่าท่านพ่อจะลงไม้ลงมือหนักเสียยิ่งกว่านี้อีกหรือ?
นึกถึงตรงนี้แล้วนางก็ห้ามใจไม่เอ่ยออกมาไม่ได้ “ท่านพี่ มิเช่นนั้นช่วงนี้ท่านหลบไปพักอยู่กับสหายสักระยะดีหรือไม่?”
“จะหลบจะเลี่ยงอย่างไรก็หนีไม่พ้นอยู่วันยังค่ำ เจ้ามิต้องเป็นกังวลแทนข้านักหรอก ข้าจะจัดการเรื่องนี้เอง ข้าจะมิแต่งกับอวิ๋นซีหว่านและจะมิทำให้เจ้าและท่านน้าต้องมาลำบากใจอีก ข้าขอสัญญา”
ดวงตาของอวิ๋นเฉิงเจ๋อฉายแววตั้งมั่นจริงใจ ชั่วขณะหนึ่งเมื่อนึกถึงอนุอวิ๋นขึ้นมาแล้วดวงตาก็ฉายแววเย็นชาขึ้นมาทันควัน
หลายปีมานี้ท่านอาเขยเอาใจอนุละเลยภรรยาเอกก็นับว่าทำเกินไปแล้ว บัดนี้ยิ่งกล้ารังแกท่านน้าและญาติผู้น้องได้ลงเพียงเพราะอนุภรรยาและบุตรีสายรอง
ในคราวแรกท่านอาเขยได้ทอดทิ้งท่านน้าไปขลุกอยู่แต่ในห้องของอนุอวิ๋นในคืนปีใหม่ เขาเห็นเพียงท่านน้าดื่นเสียจนมายเมาเคล้าน้ำตา ก่อนนางจะกล่าวกับเขาอย่างหนักแน่น
“ท่านพี่ ระหว่างที่ข้าไม่อยู่ ท่านมิได้พาแม่นางใดเข้ามากกกอดใช่หรือไม่?”
ฉินจื้อหย่วนหน้าถอดสีลงเล็กน้อย ก่อนรีบผลีผลามตอบ “จะเป็นไปได้อย่างไรเล่า? ช่วงที่เจ้าหายออกไปมิยอมกลับมา ข้าก็ร้อนรนในใจแทบแย่อยู่แล้ว”
กัวเยว่หลินหวนนึกถึงตลอดหลายปีมานี้หลังเป็นฝั่งเป็นฝา ฉินจื้อหย่วนก็ถูกนางอบรบเสียจนว่านอนสอนง่ายแล้ว กระทั่งอนุสักคนก็ไม่เคยรับ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงหออโคจรซ่องโลกีย์ที่ไม่เคยอนุญาตให้เขาได้เข้าเหยียบย่าง
คิดดูแล้ว ช่วงที่ตนจากไปมิได้อยู่ดู เขาคงไม่มีความกล้าทำเรื่องเช่นนั้นได้หรอก
พลันนั้น กัวเยว่หลินก็สังเกตเห็นตลับชาดทาแก้มแปลกๆ อยู่ข้างเคียง เรือนคิ้วจึงขมวดขึ้นมุ่น “นี่มิใช่ชาดทาแก้มของข้า!”
“ก็มิใช่ว่าอยากให้เจ้ากลับมาไวๆ หรอกหรือ ข้าถึงได้ตั้งใจซื้อเครื่องประทินโฉมมา?”
ฉินจื้อหย่วนใจหายวาบ นึกถึงเมื่อคืนวานที่ตนเพิ่งจะเตือนเหอเซียงหนิงให้นางเก็บข้าวของของให้เรียบร้อย อย่าให้มีสิ่งใดหลงเหลือจนถูกจับได้ นึกไม่ถึงว่าจะมีตกหล่นจึงรีบแก้ต่าง

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง
ทำไมยังไม่สามารถอ่านได้ ใช้ดหรียญไม่ได้...
ระบบเป็นแบบนี้มาหลายวันแล้ว ทำไมไม่มีการติดจ่อกลับมา...
ทำไมอ่านต่อไม่ได้ เติมเงินแล้วก็ไม่ได้...
ทำไมใช้เหรียญไม่ได้...
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ แต่การเติมเงินใช้เป็นเพียงบัตรเติมเงินเอไอเอสเท่านั้น...