กู้อวิ๋นเวยมองฉินเจิงด้วยความไม่อยากจะเชื่อ สุดจะคาดคิดสายสัมพันธ์ฉันสามีภรรยาหลายปีจะถูกตัดขาดเพียงเพราะเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้!
ฉินจื้อหย่วนเมื่อเห็นบิดาตัดสินใจจะปลดกู้อวิ๋นเวย ในใจก็อดยินดีปรีดาขึ้นมาไม่ได้
ตั้งแต่กู้อวิ๋นเวยเข้ามาในครอบครัวก็ไม่เคยปฏิบัติดีต่อพวกเขาสองพี่น้องเลย หากมีสิ่งของดีใดล้วนตกถึงแต่มือของฉินเซี่ยงเหิงและฉินซวงซวง พวกเขาสองพี่น้องล้วนต้องจัดการดูแลตัวเองกันทุกอย่าง!
หากกู้อวิ๋นเวยถูกปลดออกไป พวกเขาสองพี่น้องร่วมมือกันได้ แม้ฉินเซี่ยงเหิงคิดอยากจะกดขี่พวกเขาอีกก็ไร้หนทางแล้ว!
“ฉินเจิง หากข้าออกจากตระกูลฉินไปแล้วเล่าก็ ท่านอย่ามาเสียใจทีหลังแล้วกัน!”
กู้อวิ๋นเวยกำหมัดแน่น ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันกล่าว “ข้ามีสกุลกู้คอยหนุนหลัง! ครานั้นพวกเขามิยินยอมให้ข้าแต่งกับท่านจึงได้ตัดสัมพันธ์ฉันญาติมิตรกับข้า!”
“ขอเพียงท่านปลดข้าแล้ว บิดามารดาและพี่ชายข้าพวกเขาไม่ปล่อยท่านไว้หรอก ท่านคิดว่าชีวิตท่านยังจะราบรื่นสงบสุขได้อยู่หรือ?”
“หยุดข่มขู่พ่อข้าได้แล้ว! มีคนเยี่ยงเจ้าเป็นนายหญิง ตระกูลฉินนับวันก็ยิ่งตกต่ำลงทุกวัน!”
“หลายปีมานี้ สกุลกู้มิเคยแม้แต่จะช่วยเหลือบิดาข้าเลย บัดนี้เจ้าทำพ่อข้าต้องถูกลดขั้นเป็นเพียงขุนนางระดับหก หรือสกุลกู้ยังคิดจะเอาชีวิตพ่อข้าเสียให้ได้?”
“หากมีเจ้าอยู่ พ่อข้าก็คงมิแคล้วต้องกลายเป็นเช่นหลินจือเยว่ไปอีกคนเป็นแน่!” ฉินจื้อหย่วนกล่าวด้วยกราดเกรี้ยว
แรกเริ่มเดิมทียามที่ฉินเจิงได้ยินชื่อสกุลกู้ก็ยังมีลังเลอยู่บ้าง สกุลกู้มีสถานะสูงส่งในท้องพระโรง หากกู้อวิ๋นเวยยังได้แรงสนับสนุนจากสกุลกู้ ไม่แน่ว่าเขาอาจยังมีโอกาสได้เลื่อนขั้นอีกครั้งก็เป็นได้
แต่ทว่าเมื่อได้ยินคำพูดของฉินจื้อหย่วนเข้า เขาก็รู้สึกว่ามีเหตุผลมากเช่นกัน
ตลอดมาเขาก็ไม่ได้ลงรอยกับสกุลกู้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทั้งที่ด้วยสถานะราชครูกู้แล้ว ขอเพียงยินดีช่วยเขา เขาก็คงราบรื่นรุ่งโรจน์ไปนานแล้ว ไม่ใช่หยุดย่ำอยู่กับที่มาหลายปีเช่นทุกวันนี้
บัดนี้เขากับกู้อวิ๋นเวยแยกทางแล้ว สกุลกู้จะใช้อำนาจบีบคั้นเขาให้ได้จริงเชียวหรือ?
ตาเฒ่าคร่ำครึเช่นนั้น เกรงว่าคงจะไม่ทำเรื่องทำนองนี้เป็นแน่
กู้อวิ๋นเวยที่ล้มลงบนพื้นมือกุมท้องของตนเอาไว้ ใบหน้าเต็มด้วยความเจ็บปวด
กระนั้นในสายตาของฉินเจิงกลับไม่มีแววสงสารเลยแม้แต่น้อย เพียงแต่ทิ้งคำพูดแสนเย็นชาเอาไว้เท่านั้น “อย่ามาแสดงละครต่อหน้าข้า!”
ว่าจบฉินเจิงก็สาวเท้าเดินไปเขียนหนังสือปลดโดยไม่แม้แต่จะเหลียวหลังหันมอง วิบัติร้ายเช่นนี้หากไม่รีบกำจัดให้ว่องแล้วเล่าก็ ตระกูลฉินก็มีแต่จะล่มจมเร็วขึ้นเท่านั้น!
ฉินจื้อหย่วนเห็นทีจึงรีบตามไปติดๆ พลางเอ่ย “ท่านพ่อ ฮูหยินผู้เฒ่าหลินเข้าวังไปแล้วจะต้องป้ายสีให้ร้าย โพนทะนาว่าเราจะฆ่านางเป็นแน่ขอรับ”
“เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวกับพวกเราแม้แต่สักนิด จะให้มาแบกรับทุกสิ่งอย่างได้อย่างไร ทุกปัญหาล้วนมีกู้อวิ๋นเวยและฉินซวงซวงเป็นผู้สร้าง เรื่องนี้ต้องให้พวกนางรับผิดชอบ!”
“ส่วนเรื่องที่ข้าพันพัวกับเหอเซียงหนิง ก็เพราะซวงซวงเป็นผู้บงการให้นางวางยาข้า มิเช่นนั้นแล้วข้าก็มิมีวันทำเรื่องเช่นนี้ลงได้หรอก!”
ฉินเจิงได้ฟังก็รู้สึกว่าสมเหตุสมผลไม่น้อย เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะสั่งการบ่าวรับใช้

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง
ทำไมยังไม่สามารถอ่านได้ ใช้ดหรียญไม่ได้...
ระบบเป็นแบบนี้มาหลายวันแล้ว ทำไมไม่มีการติดจ่อกลับมา...
ทำไมอ่านต่อไม่ได้ เติมเงินแล้วก็ไม่ได้...
ทำไมใช้เหรียญไม่ได้...
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ แต่การเติมเงินใช้เป็นเพียงบัตรเติมเงินเอไอเอสเท่านั้น...