เขาไม่อาจทนมองดูญาติคนสุดท้ายจากไปต่อหน้าต่อตาเพราะเหตุผลนี้ได้จริง ๆ จึงจำต้องยอมตกลง และแล้วอาการของบุตรชายก็ค่อย ๆ ดีขึ้น
เขาจนปัญญาที่จะเปลี่ยนแปลงเรื่องทุกอย่าง แต่ก็ไม่เต็มใจที่จะสมคบคิดกับพวกคนชั่ว เพราะเหตุนี้จึงกลายเป็นดั่งเช่นในวันนี้ เขารู้สึกละอายต่อประชาชนทั้งเมือง
หลังจากนั้น เขาเองก็เคยลองพยายามอีกครั้ง แต่กลับพบว่าไม่มีประโยชน์แม้แต่นิดเดียว แม้จะส่งบุตรชายไปยังเมืองอื่น แต่ก็ยังคงป่วยหนักเช่นเดิม
เมื่อตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไร้หนทาง เขาจึงทำได้เพียงปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไป สิ่งเดียวที่เขาสามารถทำได้ก็คือนำทรัพย์สินที่สามารถบริจาคได้ทั้งหมดออกไปบริจาค…
ฉู่จวินถิงและราชครูกู้ต่างตกอยู่ในความเงียบหลังจากได้ฟังเรื่องทั้งหมด พวกเขาเดาไว้ว่าจ้าวชิงหยวนต้องมีเรื่องลำบากใจ แต่กลับไม่คิดเลยว่าเรื่องลำบากใจของเขาจะเจ็บปวดถึงเพียงนี้
เมื่อชะตาชีวิตของครอบครัวต้องถูกนำมาแขวนไว้กับชีวิตของผู้คนทั้งเมือง กลับกัน ไม่ว่าใครก็คงจะเลือกได้ยาก ยิ่งไปกว่านั้น บุตรสาวของเขายังต้องสังเวยชีวิตไปแล้วเพราะเรื่องนี้
ผู้ที่วางแผนเรื่องทั้งหมดนี้ ช่างโหดเหี้ยมอำมหิตเกินไปจริงๆ!
“นี่มันใช้วิธีการอะไรกันแน่? วางยาพิษหรือ?” กู้หวยซวี่ขมวดคิ้วแน่น เพียงแค่ฟังคำบอกเล่าของจ้าวชิงหยวน ก็รู้สึกได้เพียงว่าอาการป่วยนี้มีเงื่อนงำมากเกินไปจริง ๆ
หากเป็นการวางยาพิษ คนผู้นี้ย่อมต้องเป็นผู้ที่อยู่ใกล้ชิดอย่างยิ่ง มิเช่นนั้น ไฉนเลยเมื่อไปซ่อนตัวอยู่ไกลถึงเพียงนั้นกลับยังคงป่วยหนักเช่นเดิม?
หลังจากฉู่จวินถิงได้ฟังเรื่องทั้งหมด ความคิดหนึ่งก็พลันผุดขึ้นมาในสมอง
ศาสตร์ลี้ลับ
ก่อนหน้านี้ เขาเคยเห็นคาถาอาคมอันลี้ลับเช่นนี้จากไต้ซือเทียนจี โดยเฉพาะการเลี้ยงผีน้อย ที่สามารถคร่าชีวิตผู้คนได้อย่างเงียบงันโดยไม่มีผู้ใดล่วงรู้
นอกจากนี้ เดิมทีไต้ซือเทียนจีเองก็เดินทางจากทางใต้มุ่งหน้าขึ้นมายังเมืองหลวง จนถึงตอนนี้ยังไม่มีการสืบหาตัวผู้อยู่เบื้องหลังของไต้ซือเทียนจีเลย ไม่แน่ว่านี่อาจเป็นฝีมือของพวกเขา!
ขณะที่พวกเขากำลังสนทนากันอยู่นั้น บ่าวรับใช้ก็รีบรุดเข้ามาอย่างร้อนรน
“ใต้เท้า มีผู้บุกรุกเข้าไปในห้องของคุณชาย พวกเราห้ามไว้ไม่ได้ขอรับ!”
แววตาของจ้าวเฮ่าเจี๋ยฉายแววตื่นตระหนกแวบหนึ่ง พลางมองเหล่าผู้ที่ปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหันด้วยความระแวดระวังเป็นอย่างยิ่ง
เมื่อได้ยินคำพูดของซ่งจืออวี้ สีหน้าก็ยิ่งย่ำแย่ลงไปอีก เขาไม่ได้ส่องกระจกมาหลายวันแล้ว เพราะกลัวว่าจะตกใจตัวเองจนขวัญหนีดีฝ่อ
เขารู้สึกว่าตัวเองคงจะอยู่ได้อีกไม่นานก็ต้องไปพบกับมารดาและพี่สาวในเร็ววัน เขาไม่กลัวความตาย เพียงแต่เป็นห่วงว่าหากเขาตายไปแล้ว จะเหลือเพียงบิดาอยู่เพียงลำพังบนโลกนี้ แล้วบิดาของเขาจะเป็นเช่นไร?
“การได้พบข้า นับว่าเป็นวาสนาของเจ้า”
ซ่งรั่วเจินมองชายหนุ่มตรงหน้า แววตาฉายประกายรอยยิ้มเล็กน้อย
จ้าวเฮ่าเจี๋ยมีสีหน้าสงสัย พลางมองดูซ่งรั่วเจินที่หยิบยันต์สองแผ่นติดมือออกมาด้วย สองมือของนางร่ายอาคม ปากก็พลางพึมพำคาถาไป ไม่นานนัก ก็มีแสงสีทองสว่างเป็นประกายออกมาจากยันต์แสงหนึ่ง จากนั้นนางก็แปะมันลงบนประตูห้องทันที!
ทันใดนั้น ทุกคนก็พลันได้ยินเสียงกรีดร้องโหยหวนอย่างแผ่วเบาเสียงหนึ่ง!

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง
ทำไมยังไม่สามารถอ่านได้ ใช้ดหรียญไม่ได้...
ระบบเป็นแบบนี้มาหลายวันแล้ว ทำไมไม่มีการติดจ่อกลับมา...
ทำไมอ่านต่อไม่ได้ เติมเงินแล้วก็ไม่ได้...
ทำไมใช้เหรียญไม่ได้...
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ แต่การเติมเงินใช้เป็นเพียงบัตรเติมเงินเอไอเอสเท่านั้น...