คิ้วเรียวยาวดุจกิ่งหลิวของซ่งรั่วเจินขมวดแน่น คนผู้นี้ลึกลับถึงเพียงนี้ จัดการทุกเรื่องอย่างระมัดระวัง ไม่สามารถหาสิ่งของที่สามารถบ่งบอกฐานะพบ
หากเอาแต่เฝ้ารออยู่ที่นี่ น่ากลัวว่าไม่รู้จะต้องรอจนถึงยามใด หากมีสิ่งที่คนผู้นี้ทิ้งไว้ นางกลับสามารถใช้สิ่งของตามหาคนได้
อย่างไรเสีย ไม่มีเวลาตกฟากทำนองนี้ก็ช่างเถอะ อีกทั้งยังไม่ใช่ญาติพี่น้องแท้ๆ แม้แต่ของใช้จำเป็นในชีวิตก็ไม่มี ยากจะทำนายออกมาโดยอาศัยเพียงความว่างเปล่าได้ว่าคนผู้นี้เป็นใคร
หัวหน้าตระกูลเจียงใคร่ครวญครู่หนึ่ง ทันใดนั้นพูดขึ้น “ครั้งก่อนเขาโยนผ้าเช็ดหน้าเปื้อนเลือดหนึ่งผืนทิ้ง บ่าวในเรือนข้าบังเอิญเก็บได้ ข้าไม่ได้ทิ้ง!”
ตอนนั้นเขาเองก็อยากหาเบาะแสบางอย่างจากผ้าเช็ดหน้านี้ ทว่าน่าเสียดายเป็นเพียงผ้าเช็ดหน้าธรรมดา ไม่มีอันใดพิเศษ แต่เขายังเก็บรักษาไว้
ดวงตาซ่งรั่วเจินทอประกาย “รีบไปหยิบมาเร็วเข้า”
จากนั้นผ้าเช็ดหน้าเปื้อนเลือดมาถึงมือ สีหน้าซ่งรั่วเจินมั่นใจอย่างมาก นางสบตาฉู่จวินถิงแวบหนึ่ง ฝ่ายหลังเข้าใจในทันใด “ไปเถอะ พวกเรากลับกัน”
ฉู่จวินถิงทิ้งคนไว้เฝ้าพวกหัวหน้าตระกูลเจียง สั่งให้พวกเขาแสร้งทำเป็นไม่มีอันใดเกิดขึ้น หากมีคนมาจะต้องรีบแจ้งพวกเขา
บัดนี้พวกหัวหน้าตระกูลเจียงทั้งสามคนตกตะลึงพรึงเพริดตั้งแต่แรกแล้ว ไฉนเลยจะกล้ามีความคิดอื่น รีบพยักหน้าลง
จนกระทั่งกลับมายังสกุลจ้าว ซ่งรั่วเจินจึงเริ่มทำนายหาตำแหน่งของอีกฝ่าย
เพราะมีรอยเลือดแล้ว นี่จึงทำนายง่าย เพียงแต่หลังได้พบตำแหน่งแล้ว สีหน้าซ่งรั่วเจินกลายเป็นแปลกประหลาดขึ้นมา
“เป็นอะไรหรือ?” ฉู่จวินถิงเอ่ยถาม
“ตำแหน่งของคนผู้นี้อยู่ทิศทางเดียวกันกับท่านพ่อของหม่อมฉัน ยิ่งไปกว่านั้นยังห่างกันไม่ไกลอีกด้วยเพคะ”
เอ่ยถ้อยคำนี้ออกมาแล้ว สีหน้าสองสามคนภายในห้องล้วนเปลี่ยนไป เรื่องจะบังเอิญถึงเพียงนี้เชียวหรือ?
สีหน้าหลิงเชี่ยนเอ๋อร์แข็งค้าง คิดไม่ถึงฉู่จวินถิงจะเย็นชาได้ถึงเพียงนี้ “ข้าร้อนใจไปชั่วขณะจึงเป็นเช่นนี้ เจ้าอย่าถือสาเลย”
สีหน้าฉู่จวินถิงไม่เปลี่ยน “ข้าจะส่งคนจำนวนหนึ่งไปหาพี่ใหญ่ของเจ้าเป็นเพื่อนเจ้า มีเสด็จพี่ร่วมเดินทางไปด้วยย่อมสามารถวางใจได้ บัดนี้เมืองไห่เทียนยังมีงานอีกไม่น้อย ข้าไม่สามารถปลีกตัวไปได้”
หลิงเชี่ยนเอ๋อร์กลับไม่ยอม “จวินถิง พี่ใหญ่ข้าอาจได้รับบาดเจ็บ ไม่รู้ใครกำลังไล่ฆ่าเขา”
“เจ้าวิชายุทธ์แข็งแกร่งเข้าขั้นสูง หากเจ้าสามารถช่วยได้ เชื่อว่าพี่ใหญ่จะต้องปลอดภัยอย่างแน่นอน เจ้าเห็นแก่พวกเราที่รู้จักกันตั้งแต่เด็ก ช่วยข้าด้วยเถอะ!”
ซ่งจืออวี้พูดออกมาอย่างอดไม่ได้ “ทุกคนล้วนชื่นชมว่าแม่นางหลิงเก่งกาจไม่น้อยหน้าบุรุษ หนำซ้ำยังพายอดฝีมือมาด้วยมากมาย น่าจะเพียงพอแล้วกระมัง?”
“ข้าได้ยินมาว่าแม้เช่ออ๋องไม่เคยออกรบ แต่ขี่ม้ายิงธนู วิชายุทธ์กลับยอดเยี่ยม ฉู่อ๋องมาบรรเทาภัยพิบัติ ย่อมไม่สามารถทิ้งงานสำคัญไปได้หรอกกระมัง?” ซ่งจิ่งเซินเอ่ยออกมา
สตรีคนนี้ปากพูดว่าต้องการตามหาพี่ใหญ่ หากร้อนใจจริงก็คงไปตั้งแต่แรกแล้ว ยังคิดมาออกอุบายอยู่ที่นี่อีกหรือ?

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง
ทำไมยังไม่สามารถอ่านได้ ใช้ดหรียญไม่ได้...
ระบบเป็นแบบนี้มาหลายวันแล้ว ทำไมไม่มีการติดจ่อกลับมา...
ทำไมอ่านต่อไม่ได้ เติมเงินแล้วก็ไม่ได้...
ทำไมใช้เหรียญไม่ได้...
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ แต่การเติมเงินใช้เป็นเพียงบัตรเติมเงินเอไอเอสเท่านั้น...