เมื่อฮองเฮาได้ยินคำพูดของลู่หมิ่นฮุ่ย ก็ย่อมเข้าใจความนัยลึกซึ้งที่แฝงอยู่ในนั้น
สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นบุญคุณในการช่วยชีวิต เพียงแค่เอ่ยปาก ตราบใดที่อีกฝ่ายสามารถทำได้ ก็ย่อมไม่มีทางปฏิเสธ
เมื่อนึกถึงตอนที่ข่าวการตายของแม่ทัพซ่งถูกส่งกลับมา สถานการณ์ของสกุลซ่งก็ย่ำแย่ลงในทันที ทุกคนต่างคิดว่าไม่นานสกุลซ่งคงจะเลือนหายไปจากเมืองหลวง
เพราะอย่างไรเสีย ไร้ซึ่งอำนาจหนุนหลัง อีกทั้งพวกเขายังเป็นตระกูลใหญ่โตที่มีทรัพย์สมบัติมากมาย ย่อมต้องกลายเป็นเป้าหมายที่ทุกคนจ้องตาเป็นมันโดยไม่ต้องสงสัย
หากมิใช่เพราะซ่งหลินไม่อยู่ สกุลหลินก็คงไม่กล้าดูแคลนซ่งรั่วเจิน เกรงว่านางคงได้เป็นฮูหยินหลินโหวไปตั้งนานแล้ว และเรื่องราวในภายหลังก็คงไม่เกิดขึ้น
ขณะที่กำลังสนทนากันอยู่นั้น ฉู่มู่เหยาก็มาถึง
“เสด็จแม่ ข้าก็ว่าอยู่ ไฉนกลางวันแสก ๆ ถึงให้ทุกคนออกไปที่ด้านนอก ที่แท้เป็นเพราะท่านน้ามาเยือนนี่เอง”
เมื่อฉู่มู่เหยาก้าวเข้ามาก็ได้กลิ่นหอมฉุยระลอกหนึ่ง สายตาของนางจับจ้องไปที่ปิ้งย่างบนโต๊ะ กลิ่นหอมลอยออกมาจากสิ่งนี้ ทว่านางยังคงกล้าวทักทายอย่างสุภาพ
“ข้าเห็นว่าพอเจ้าเข้ามา สายตาก็จับจ้องอยู่ด้านบนนั้นทันที รีบลองชิมตอนที่ยังร้อนเถิด นี่เป็นอาหารที่เพิ่งได้รับความนิยมในเมืองหลวง กิจการนั้นเรียกได้ว่าดีมาก” ลู่หมิ่นฮุ่ยกล่าวพร้อมรอยยิ้ม
ฉู่มู่เหยาได้ยินเช่นนั้น ดวงตาก็ฉายแววตื่นเต้นขึ้นมา นางเอ่ยอย่างตื่นเต้นว่า “คงมิใช่ว่าพี่สะใภ้ของข้าคิดค้นขึ้นมาหรอกหรือ?”
ลู่หมิ่นฮุ่ยกลั้นหัวเราะไม่อยู่ “เจ้านี่ฉลาดจริง ๆ เดาถูกด้วย!”
“ไฉนพอเอ่ยปากก็พูดจาส่งเดช? อย่างไรเสียก็เป็นถึงองค์หญิง พูดจาต้องรอบคอบบ้าง หากเรื่องนี้แพร่ออกไป มิรู้ว่าจะถูกผู้คนพูดถึงเช่นไร” ฮองเฮาขมวดคิ้วกล่าว
ฉู่มู่เหยาแลบลิ้นออกมา นางมิได้ใส่ใจเลยสักนิด อย่างไรซ่งรั่วเจินก็ต้องกลายเป็นพี่สะใภ้ของนางอย่างแน่นอน ต่อให้เสด็จแม่ไม่พอใจก็ไม่มีประโยชน์
“ร้านค้าที่สกุลซ่งเปิดเมื่อไม่นานมานี้ รสชาติช่างยอดเยี่ยมจริง ๆ แต่ก่อนข้ามิเคยคิดว่าตัวเองจะตะกละถึงเพียงนี้ ตอนนี้ไม่ได้กินสองวันก็รู้สึกอยากกินอีกแล้ว”
ฉู่มู่เหยาพูดไปพลางลองชิมไปคำหนึ่ง ทันใดนั้นนางก็เบิกตากว้างด้วยความตื่นตะลึง “ก็เป็นเนื้อย่างเหมือน ๆ กัน เหตุใดเนื้อย่างที่สกุลซ่งทำออกมาถึงได้อร่อยเช่นนี้?”
จวนตระกูลซ่ง
ซ่งหลินและกู้หรูเยียนมองสามีภรรยาสกุลจ้าวที่มาเพื่อกล่าวขอบคุณ ด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความประหลาด
“จ้าวฮูหยิน เรื่องนี้มิสมควรเลย!”
กู้หรูเยียนรีบประคองจ้าวฮูหยินที่เตรียมจะคุกเข่าลง สายตาหันไปมองซ่งรั่วเจินที่อยู่ด้านข้างด้วยความสงสัย นางไม่เข้าใจว่านี่มันเกิดอะไรขึ้น?
ซ่งรั่วเจินยิ้มบาง ๆ การที่สกุลจ้าวมาขอบคุณนั้นอยู่ในความคาดหมายของนาง เพียงแต่ไม่คิดว่าพวกเขาจะมาถึงรวดเร็วเพียงนี้
“แม่ทัพซ่ง ท่านเลี้ยงบุตรสาวได้ดีจริง ๆ หากมิใช่เพราะแม่นางซ่งยื่นมือเข้าช่วย บุตรชายของพวกเราคงไม่มีชีวิตรอดแล้ว
บุญคุณอันยิ่งใหญ่นี้ พวกเรามิรู้จะตอบแทนเช่นไร จึงเตรียมของกำนัลเล็กน้อยมาให้ ต่อไปหากมีสิ่งใดที่ต้องการให้พวกเราสกุลจ้าวช่วย ท่านเพียงเอ่ยมา พวกเราไม่มีวันปฏิเสธ!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง
ทำไมยังไม่สามารถอ่านได้ ใช้ดหรียญไม่ได้...
ระบบเป็นแบบนี้มาหลายวันแล้ว ทำไมไม่มีการติดจ่อกลับมา...
ทำไมอ่านต่อไม่ได้ เติมเงินแล้วก็ไม่ได้...
ทำไมใช้เหรียญไม่ได้...
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ แต่การเติมเงินใช้เป็นเพียงบัตรเติมเงินเอไอเอสเท่านั้น...