ณ พระราชวัง ห้องทรงพระอักษร
“การสอบประจำฤดูใบไม้ผลิใกล้เข้ามาแล้ว เราได้ยินว่ามีผู้สอบจำนวนมากมายังเมืองหลวง ทำให้บรรยากาศคึกคักขึ้นมาก ท่านอัครเสนาบดีกับท่านอาจารย์พอจะมีผู้ใดที่เห็นว่ามีพรสวรรค์บ้างหรือไม่?” ฮ่องเต้ตรัสถามด้วยรอยยิ้ม
“ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา กระหม่อมได้อ่านเรียงความที่ยอดเยี่ยมหลายบท เรียงความเหล่านี้เขียนโดยผู้มีพรสวรรค์ กระหม่อมจึงให้คนคัดลอกไว้ ฝ่าบาทโปรดทอดพระเนตร”
อัครเสนาบดีส่งเรียงความที่เตรียมไว้ล่วงหน้าให้กับขันทีใหญ่ และขันทีใหญ่ก็นำไปถวายฮ่องเต้
“เป็นเรียงความที่ดีจริง ๆ เต็มไปด้วยพรสวรรค์ ควรมีชื่อของเขาในการสอบประจำฤดูใบไม้ผลิครั้งนี้”
ฮ่องเต้ตรัสถามด้วยความพอพระทัยว่า “ผู้สอบผู้นี้มีนามว่าอะไร?”
“ทูลฝ่าบาท เขาคือฉินเซี่ยงเหิงจากสำนักศึกษาหลวง กระหม่อมเชื่อว่าท่านอาจารย์เว่ยก็น่าจะรู้จักดี” เสนาบดีถังตอบด้วยรอยยิ้ม
อาจารย์เว่ยขมวดคิ้วเมื่อได้ยินชื่อของฉินเซี่ยงเหิง เขารู้ว่าฉินเซี่ยงเหิงมีความสามารถ แต่หากถึงขั้นที่คนทั้งเมืองหลวงพูดถึง แม้แต่อัครเสนาบดีและฮ่องเต้ก็ยังชมเชย เขาไม่เชื่อว่าจะเป็นเช่นนั้น
“ฝ่าบาท กระหม่อมขอดูเรียงความนั้นได้หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?” อาจารย์เว่ยถาม
เมื่ออาจารย์เว่ยได้เห็นเนื้อหาที่คุ้นเคยในเรียงความนั้น สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปทันที “นี่... นี่มัน... ดูถูกบัณฑิตเกินไปแล้ว!”
“ท่านอาจารย์เว่ย ท่านหมายความว่าอย่างไร?” อัครเสนาบดีถังถามด้วยความประหลาดใจ
“เรียงความนี้มิได้เป็นผลงานของฉินเซี่ยงเหิง แต่มาจากฝีมือของซ่งอี้อันต่างหาก!”
อาจารย์เว่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงร้อนรนใจ ดวงตาเบิกกว้าง หนวดเครากระตุก เห็นได้ชัดว่าโกรธเคืองมิใช่น้อย
ฮ่องเต้เคยได้ยินชื่อของซ่งอี้อันมาก่อนและรู้ถึงความสามารถของเขา แม้ว่าเขาจะมีชื่อเสียงตั้งแต่อายุยังน้อย และเรียงความที่เขาเขียนเมื่อสองปีก่อนก็ได้รับการชื่นชมอย่างมาก แม้แต่อาจารย์เว่ยยังเคยชมเขาหลายครั้ง
ฮ่องเต้ทรงคิดว่าครั้งนี้ซ่งอี้อันจะต้องสอบผ่านการสอบใหญ่ได้อย่างแน่นอน แต่ใครจะคาดคิดว่าเขาจะสูญเสียการมองเห็นอย่างกะทันหัน จนทำให้เส้นทางสู่ตำแหน่งขุนนางของเขาเป็นอันต้องขาดสะบั้น...
สำหรับผู้ที่ศึกษาเล่าเรียน การขโมยเช่นนี้เป็นพฤติกรรมที่น่ารังเกียจที่สุด
เรียงความเป็นผลงานที่เกิดจากความเพียรพยายามและความทุ่มเท การขโมยนั้นน่ารังเกียจอยู่แล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าเป็นการขโมยเรียงความของสหาย ซ้ำยังเป็นซ่งอี้อันที่เพิ่งเผชิญกับความลำบากมาอีกด้วย
นี่เป็นการซ้ำเติมคนที่ตกทุกข์ได้ยาก!
“เสียชาติเกิดเป็นบัณฑิตโดยแท้ คนในเมืองหลวงมิรู้ความจริง กลับยกย่องเรียงความของเขาไปทั่วทุกหนแห่ง? รีบลงโทษเขาบัดเดี๋ยวนี้!” ฮ่องเต้ทรงพิโรธอย่างยิ่ง
ฮ่องเต้ทรงกริ้วมาก การสอบใหญ่กำลังจะเริ่มขึ้น หากเกิดเรื่องเช่นนี้ การจัดการฉินเซี่ยงเหิงคนเดียวนั้นเป็นเรื่องเล็ก แต่การทำลายบรรยากาศที่ดีทั้งหมดเป็นเรื่องใหญ่!
“ฝ่าบาท ฉินเซี่ยงเหิงเป็นบุตรชายของแม่ทัพฉิน ตอนนี้เมืองหลวงกำลังเต็มไปด้วยผู้สอบที่มาแสดงความสามารถกันอย่างคึกคัก”
“หากเราจัดการฉินเซี่ยงเหิงเพลานี้ การสอบสวนและการประกาศต้องผ่านหลายกระบวนการ ซึ่งจะต้องใช้เวลา และอาจเปิดโอกาสให้มีการปล่อยข่าวลือได้ ทำให้ผู้คนหวาดกลัว ซึ่งอาจไม่เป็นประโยชน์พ่ะย่ะค่ะ” อัครเสนาบดีกล่าว

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง
ทำไมใไม่สามารถอ่านต่อได้ ทั้งที่เพพงเติมเหรียญ :(...
ทำไมยังไม่สามารถอ่านได้ ใช้ดหรียญไม่ได้...
ระบบเป็นแบบนี้มาหลายวันแล้ว ทำไมไม่มีการติดจ่อกลับมา...
ทำไมอ่านต่อไม่ได้ เติมเงินแล้วก็ไม่ได้...
ทำไมใช้เหรียญไม่ได้...
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ แต่การเติมเงินใช้เป็นเพียงบัตรเติมเงินเอไอเอสเท่านั้น...