เข้าสู่ระบบผ่าน

ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง นิยาย บท 97

อาจารย์เว่ยย่อมทราบดีว่าหากเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นในช่วงเวลานี้ จะต้องส่งผลกระทบอย่างแน่นอน จึงกราบทูลว่า

“ฝ่าบาท กระหม่อมเห็นว่าเวลานี้มิใช่ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดพ่ะย่ะค่ะ”

ฮ่องเต้ทรงนิ่งพลางตรึกตรองครู่หนึ่ง “เช่นนั้นก็รอจนการสอบประจำฤดูใบไม้ผลิผ่านพ้นไปก่อน แล้วค่อยจัดการเรื่องนี้ พวกท่านทั้งสองอย่าได้แพร่งพรายเรื่องนี้ออกไปเป็นอันขาด เราจะดูว่าเขาจะก่อความวุ่นวายอะไรขึ้นมาอีก”

อัครเสนาบดีและอาจารย์เว่ยมองตากัน พลางรู้สึกกังวลแทนท่านแม่ทัพฉินในใจลึก ๆ

การมีบุตรชายเช่นนี้ ช่างเป็นเวรกรรมโดยแท้

ท้องฟ้าสดใสอากาศบริสุทธิ์ แสงแดดส่องสว่างเจิดจ้า

เมื่อซ่งรั่วเจินและซ่งอี้อันมาถึง สวีเฮ่ออันและคนอื่น ๆ ก็มาถึงก่อนแล้ว เพียงแต่ว่ากลับมีบุคคลที่ไม่คาดคิดเพิ่มมาอีกหนึ่งคน...อวิ๋นซีหว่าน

เมื่อเดินเข้าไปใกล้ ซ่งรั่วเจินก็สัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่ดูไม่ค่อยดีนัก

“ข้าบอกแล้วว่าไม่อยากให้นางมา แต่นางก็ยังดึงดันจะตามมา!” อวิ๋นเนี่ยนชูลากซ่งรั่วเจินไปอีกทาง ใบหน้าของนางฉายชัดไปด้วยความรำคาญใจ

ซ่งรั่วเจินปรายตามองอวิ๋นซีหว่าน นางพึ่งถูกน้ำแกงลวกที่ร้านอวิ๋นหย่าเมื่อไม่กี่วันก่อนและยังไม่หายดี แต่ถึงกระนั้นนางกลับยอมสวมผ้าคลุมหน้าเพื่อปิดบังบาดแผลและยังตามมาที่นี่อีกหรือ?

“ปกติเจ้าก็ไม่ได้อยากพานางไปไหนด้วยอยู่แล้วไม่ใช่หรือ?”

“นางรู้ว่าข้าไม่อยากพานางมาด้วย จึงไปขอร้องบิดาของข้า บิดาข้าก็ยอมตกลง ข้าจึงต้องพานางมาด้วย”

ซ่งรั่วเจินเข้าใจดี ใต้เท้าอวิ๋นปฏิบัติต่ออวิ๋นซีหว่านและมารดาของนางอย่างดี และด้วยเหตุนี้เอง อวิ๋นเนี่ยนชูจึงไม่พอใจเป็นอย่างมาก

หากไม่ใช่เพราะมารดาของนางมีชาติกำเนิดสูงส่งและไม่อยากถือสาหาความ เกรงว่าฉายาโปรดปรานอนุละเลยภรรยาหลวงคงตกอยู่ที่บิดาของนางไปแล้ว

แม้จะเป็นเช่นนั้น ก็ยังมีหลายคนที่รู้เรื่องนี้ แต่อวิ๋นซีหว่านกลับไม่คิดยับยั้งตนเอง ซ้ำยังภูมิใจในเรื่องนี้อีกด้วย

“นางเคยคิดจะเอื้อมให้ถึง แต่แม้กระทั่งคุณหนูสกุลชีที่มีชื่อเสียง สวีฮูหยินก็ยังไม่ชายตาแล แล้วนางจะมีหวังอะไรเล่า?”

“พอนางได้ยินว่ามารดาของข้ามีความตั้งใจจะหมั้นหมายให้ข้ากับฉินเซี่ยงเหิง นางก็เกิดความคิดเช่นนี้ ข้าคิดว่าหากนางได้แต่งกับฉินเซี่ยงเหิงจริงก็จะเป็นเรื่องดี จะได้ไม่ต้องอยู่ในจวนให้วุ่นวาย”

ซ่งรั่วเจินฟังอวิ๋นเนี่ยนชูบ่น ย่อมรู้สึกได้ถึงความไม่พอใจในใจของนาง จึงกล่าวพร้อมรอยยิ้ม “ใจเย็น ๆ ก่อนเถิด ออกมาล่องเที่ยวชมทะเลสาบทั้งที ควรจะทำจิตใจให้เบิกบาน”

“พอได้เจอเจ้าข้าก็อารมณ์ดีขึ้นมากแล้ว”

อวิ๋นเนี่ยนชูยิ้มออกมา “ไปกันเถอะ ขึ้นเรือกัน เรือของสกุลสวีลำนี้เขาบอกว่าตกแต่งอย่างดี ข้าเองก็ยังไม่เคยได้ขึ้นมาก่อนเลย”

แต่แล้วขณะที่พวกเขากำลังจะขึ้นเรือ ก็บังเอิญเจอกับกลุ่มคนรู้จักพอดี

โลกนี้ช่างคับแคบเสียนี่กระไร!

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง