“นี่มิใช่สหายซ่งหรอกหรือ? ตั้งแต่เจ้าสูญเสียการมองเห็นก็ไม่เคยพบเจอกันอีกเลย ข้ายังคิดว่าเจ้าคงไม่อยากพบผู้คนไปตลอดชีวิตเสียแล้ว”
“คุณชายรองซ่งเป็นผู้เปี่ยมด้วยพรสวรรค์ ช่างน่าเสียดายนัก ในยามนั้นท่านมีภารกิจมากมายจนเหล่าคนธรรมดาเช่นพวกข้าไม่มีแม้แต่โอกาสจะเอ่ยปากสนทนาด้วย”
“แต่ตอนนี้เกรงว่าคงอยากให้พวกเราพูดด้วยสักคำสองคำบ้างกระมัง? อยู่ในจวนทั้งวันไม่มีผู้ใดพูดคุยคงน่าอึดอัดน่าดู!”
เฉียนเหว่ยมองซ่งอี้อันด้วยสายตาเย็นชา ย้อนกลับไปในอดีต เขาเคยพยายามประจบสอพลอซ่งอี้อัน แต่อีกฝ่ายกลับทระนงในพรสวรรค์ของตนและไม่ยอมรับเขา ทำให้เฉียนเหว่ยต้องเก็บความขุ่นเคืองไว้ในใจมาโดยตลอด
ยามนี้เมื่อเห็นซ่งอี้อันตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ เขาก็รู้สึกสะใจยิ่งนัก!
“เป็นถึงบัณฑิต แต่กลับเอาแต่ประจบสอพลอผู้ที่มีอำนาจและเหยียดหยามสหายร่วมสำนัก หรือว่าเอาความรู้ในตำราไปให้สุนัขกินหมดแล้วหรืออย่างไร?”
สวีเฮ่ออันที่เพิ่งจัดเตรียมทุกอย่างบนเรือเสร็จ เมื่อออกมารับซ่งอี้อันก็ได้ยินคำพูดเย้ยหยันเหล่านี้ ใบหน้าของเขาพลันเย็นชา
“คุณ...คุณชายสวี?”
เฉียนเหว่ยกับพรรคพวกไม่คาดคิดว่าวันนี้ซ่งอี้อันจะร่วมเดินทางมากับสวีเฮ่ออัน แต่ละคนทำได้เพียงเอ่ยขอโทษด้วยความกระดากใจ
“เฉียนเหว่ย ข้าจำได้ดีว่าเจ้าเคยประจบสอพลอสหายซ่งเช่นไร วันนี้เจ้ากลับมาเย้ยหยันซ้ำเติมในความทุกข์ของผู้อื่นเช่นนี้ เห็นได้ชัดว่าเจ้าเป็นคนใจคด ช่างไร้ซึ่งศักดิ์ศรีของบัณฑิตเสียจริง!”
ดวงตาของอวิ๋นเฉิงเจ๋อเย็นเยียบ วันนี้พวกเขาชวนซ่งอี้อันมาล่องเรือเพื่อให้อีกฝ่ายได้ผ่อนคลาย แต่กลับต้องมาเจอคำพูดเย้ยหยันเหล่านี้ เกรงว่าจะทำให้ซ่งอี้อันรู้สึกเจ็บปวดใจ
“อวิ๋นเฉิงเจ๋อ เจ้าเป็นเพียงบุตรชายของญาติในสกุลอวิ๋น หากมิใช่เพราะความกรุณาของใต้เท้าอวิ๋นและอวิ๋นฮูหยิน เจ้าคงไม่มีสิทธิ์อยู่ในเมืองหลวงนี้ด้วยซ้ำ”
“เจ้ากล้าพูดหรือไม่ว่าการที่เจ้าติดตามคุณชายสวีตลอดเวลานั้นไม่ได้เป็นเพราะต้องการประจบประแจง? วัน ๆ เอาแต่ดูแลคุณหนูสกุลอวิ๋น ข้าว่าเจ้าก็เป็นเพียงบ่าวของจวนสกุลอวิ๋นเท่านั้นแหละ!”
“ไอ้คนบ้าปากพล่อย หยุดพูดจาเหลวไหลเสียที ข้าว่าเจ้านั่นแหละที่เป็นคนรับใช้!”
อวิ๋นเนี่ยนชูโกรธจัดจนต้องมายืนขวางหน้าอวิ๋นเฉิงเจ๋อ
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่อวิ๋นเฉิงเจ๋อได้ยินคำพูดเช่นนี้ สมัยที่ยังอยู่ในสำนักศึกษา เฉียนเหว่ยและพรรคพวกก็เอ่ยวาจาเช่นนี้บ่อยครั้ง
ใครใช้ให้เจ้าหมอนี่หยิ่งยโสในตนเอง ปากบอกว่าไม่สนใจชื่อเสียง แต่เรียงความของเขากลับมีเพียงอาจารย์เว่ยและเพื่อนร่วมสำนักบางคนเท่านั้นที่ได้อ่าน คนอื่น ๆ แทบไม่เคยได้อ่านเลย
ดังนั้น ตอนนี้ชื่อเสียงที่ทุกคนรู้จักจึงเป็นชื่อของเขา ฉินเซี่ยงเหิง!
ถึงตอนนั้น ไม่ว่าซ่งอี้อันจะพูดอะไร ก็จะเป็นเรื่องตลกสำหรับทุกคน เขาตั้งใจจะเหยียบซ่งอี้อันให้มิด!
จ้าวซูหว่านเดินตามหลังฉินเซี่ยงเหิงมาด้วย
นับตั้งแต่เรียงความของเขาได้รับคำชื่นชมมากมาย บรรดาหญิงสาวในเมืองหลวงก็เริ่มสนใจฉินเซี่ยงเหิงมากขึ้น นางจึงต้องติดตามเขาอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้ใครมาแย่งไปได้
แต่ไม่คิดเลยว่าเพิ่งลงจากเกี้ยวมาก็เห็นซ่งอี้อันอยู่ไม่ไกล
เห็นเพียงว่าเขามีผ้าไหมสีขาวปิดดวงตาทั้งสอง สวมอาภรณ์ยาวสีขาวพิสุทธิ์ รูปร่างสูงโปร่ง ใบหน้าที่งดงามและอ่อนโยนยังคงงดงามเช่นเคย
แม้ว่าเขาจะสูญเสียการมองเห็น แต่ความสง่างามของเขายังคงอยู่ และยังมีกลิ่นอายของบัณฑิตผู้ใฝ่รู้ ทำให้ผู้คนที่เห็นรู้สึกประทับใจและยากที่จะมองข้าม

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง
ทำไมใไม่สามารถอ่านต่อได้ ทั้งที่เพพงเติมเหรียญ :(...
ทำไมยังไม่สามารถอ่านได้ ใช้ดหรียญไม่ได้...
ระบบเป็นแบบนี้มาหลายวันแล้ว ทำไมไม่มีการติดจ่อกลับมา...
ทำไมอ่านต่อไม่ได้ เติมเงินแล้วก็ไม่ได้...
ทำไมใช้เหรียญไม่ได้...
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ แต่การเติมเงินใช้เป็นเพียงบัตรเติมเงินเอไอเอสเท่านั้น...