ชั่วขณะฉู่จวินถิงได้เห็นเหลียงอ๋อง นัยน์ตาไร้คลื่นอารมณ์สะท้อนแสงเย็นวูบหนึ่ง
ซ่งรั่วเจินสังเกตเห็นท่าทีที่เปลี่ยนไปของฉู่จวินถิง ลอบตกตะลึงภายในใจ ใช่หรือไม่ว่าเขาพบอะไรเข้าแล้ว?
ภายในหนังสือ ทีแรกไม่มีใครสังเกตเห็นความเจ้าเล่ห์ทะเยอทะยานของเหลียงอ๋อง เขาลอบวางอุบายอยู่เบื้องหลังมาโดยตลอด รับชมองค์ชายท่านอื่นกัดกันเหมือนสุนัขด้วยสายตาเย็นชาอยู่วงนอกและได้รับผลปะโยชน์ไปในตอนสุดท้าย
กอปรกับเดิมทีหลินจือเยว่และฉินซวงซวงก็มีรัศมีของพระเอกนางเอก เพียงสองคนลงมือก็ไม่มีเรื่องใดไม่สามารถจัดการได้
ทว่า บัดนี้หลินจือเยว่และฉินซวงซวงไร้ประโยชน์ไปแล้ว คาดว่าเหลียงอ๋องต้องการทำถึงขั้นนี้ก็น่าจะเป็นเรื่องยากกระมัง
“ขอบคุณน้องหกมากที่ห่วงใย ระยะนี้ร่างกายข้าดีขึ้นบ้างแล้ว” เหลียงอ๋องผลิยิ้ม กลับไอออกมาสองทีโดยไม่รู้ตัว
“เสด็จพี่ แม้ว่าระยะนี้อากาศอุ่นแล้ว แต่ท่านจะต้องรักษาสุขภาพให้ดี อย่าต้องความเย็นเป็นอันขาด ช่วงต้นวสันต์อากาศเย็นมากนัก เป็นหวัดได้ง่ายที่สุด” ฉู่มู่เหยาพูดอย่างห่วงใย
ฉู่เทียนเช่อมองสถานการณ์ของโยนลูกศรลงไหและพูดว่า “น้องสาม หากวันนี้เจ้าต้องการคว้าชัยชนะ น่ากลัวว่าไม่ง่ายถึงเพียงนั้น”
“นี่หมายความเช่นไร?” ฉู่จวินถิงคล้ายสนใจอยู่บ้าง
“เจ้าไม่รู้ น้องสี่มีพรสวรรค์ทางด้านนี้ โยนห่วงนี้ ไม่แน่ว่าเจ้าจะเอาชนะเขาได้!”
ฉู่เทียนเช่อยิ้มละไมไร้พิษสง แต่ภายในใจกลับอยากเห็นฉู่จวินถิงเสียหน้าแทบแย่ ช่วงนี้เขาต้องเสียหน้าเพราะฉู่จวินถิงอยู่หลายครั้ง ตรงข้ามกันฉู่จวินถิงกลับทำเรื่องใดล้วนราบรื่น จัดการเรื่องทั้งหมดได้อย่างเหมาะสมและได้รับคำชมจากทุกคน
เขารู้สึกอึดอัดคับข้องใจอยู่ภายในใจ ไม่สามารถหาวิธีการอื่นในช่วงเวลาอันสั้นได้ เช่นนั้นจะทำให้เขาเสียหน้าในวันนี้เสียเลย
เขามองออกตั้งแต่แรกแล้ว วันนี้ฉู่จวินถิงอยากคว้าชัยชนะ จะต้องอยากปล่อยโคมใจเดียวร่วมกับซ่งรั่วเจินแน่
“นั่นล้วนเป็นอดีตไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ อย่าเอ่ยถึงอีกเลย” ฉู่ซิ่นเหลียงโคลงศีรษะด้วยความเสียใจ “พูดไปแล้วก็เป็นร่างกายข้าแย่เกินไป”
ฉู่จวินถิงมองเขาสายตาเรียบเฉยแวบหนึ่ง หัวเราะเบาๆ พลางพูด “เหตุใดน้องสี่ต้องถ่อมตนถึงเพียงนี้ด้วยเล่า? ปกติเจ้าชอบโยนลูกศรลงไหที่สุด ได้ยินมาว่าตอนอยู่ในจวนก็ฝึกฝนบ่อยๆ คาดว่าจะต้องแม่นยำอย่างแน่นอน วันนี้ไม่สู้ให้ทุกคนได้ประจักษ์ต่อสายตาสักหน่อย”
เพียงพูดถ้อยคำนี้ออกมา พวกฉู่อวิ๋นกุยก็เผยสีหน้าตกตะลึง ยังมีเรื่องนี้ด้วยหรือ?
สายตาฉู่ซิ่นเหลียงเปลี่ยนไปเล็กน้อย กระนั้นก็กลับมาเป็นปกติอย่างว่องไว พูดยิ้มๆ “พี่สามล้อเล่นแล้ว”
ทว่าฉู่จวินถิงกลับไม่มีท่าทีล้อเล่นเลยแม้แต่น้อย ทำเพียงสบมองเขาเงียบๆ
ทุกคนได้เห็นภาพนี้ก็เข้าใจว่าฉู่จวินถิงไม่ได้ล้อเล่น ในเมื่อเขาพูดคำนี้ ก็หมายความว่าเป็นเรื่องจริง

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง
ระบบเป็นแบบนี้มาหลายวันแล้ว ทำไมไม่มีการติดจ่อกลับมา...
ทำไมอ่านต่อไม่ได้ เติมเงินแล้วก็ไม่ได้...
ทำไมใช้เหรียญไม่ได้...
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ แต่การเติมเงินใช้เป็นเพียงบัตรเติมเงินเอไอเอสเท่านั้น...