“สวรรค์ ห่วงทั้งสามลงเป้าพร้อมกัน จะร้ายกาจเกินไปแล้วกระมัง!”
“ก่อนนี้ข้าก็เคยลองมาเหมือนกัน เล็งอยู่นานก็ยังไม่แตะโดนขอบเสียด้วยซ้ำ ฉู่อ๋องแค่เหลือบมองแวบเดียวก็โยนห่วงลงเป้าได้อย่างแม่นยำไร้ข้อผิดพลาด สามห่วงลงเป้าทุกอัน ถ้าไม่ได้มาเห็นกับตาตัวเองก็คงไม่กล้าเชื่อด้วยซ้ำ!”
เสียงฮือฮาดังขึ้นเป็นระลอกมาจากรอบบริเวณ รู้สึกเพียงว่าช่างเก่งกาจโดยแท้ เดิมนึกว่าโยนห่วงยากขนาดนี้เป็นเพราะตั้งใจให้คนโยนไม่ลงเป้าเสียอีก
จนกระทั่งชั่วขณะนี้ ทุกคนจึงเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่า ไม่ใช่ไม่ให้พวกเขาโยนลงเป้า แต่เป็นเพราะพวกเขาไม่มีความสามารถเช่นนั้นเองต่างหาก!
ฉู่เทียนเช่อเห็นฝีมือของฉู่จวินถิงแล้วก็แทบจะคงรอยยิ้มบนใบหน้าไว้ไม่อยู่ ในใจยิ่งเต็มไปด้วยความตกตะลึง
เจ้าหมอนี่ทำได้อย่างไรกัน?
เดิมทีอยากให้ฉู่จวินถิงขายหน้าในวันนี้ ไม่คิดเลยว่าจะทำให้อีกฝ่ายได้หน้าไปเสียอย่างนั้น...
“เสด็จพี่ของข้าเก่งกาจด้านนี้มาแต่ไหนแต่ไร ตอนอยู่ในสมรภูมิก็ยังไร้พ่าย เรื่องเล็กน้อยแค่นี้อาจยากมากสำหรับคนอื่น แต่สำหรับเสด็จพี่ของข้าแล้วกลับไม่นับเป็นอย่างไร”
ฉู่อวิ๋นกุยรอยยิ้มเต็มใบหน้า ท่าทางนั้นยังกระหยิ่มยิ้มย่องกว่าเขาโยนลงเป้าเองเสียอีก
“เสด็จพี่รอง เสด็จพี่สี่ พวกท่านก็ลองด้วยดีหรือไม่?”
สี่พี่น้องสกุลซ่ง ‘ฝีมือสังหารคนโดยไม่หลั่งเลือดที่ยอดเยี่ยมนัก!’
ฉู่เทียนเช่อมีสีหน้ากระอักกระอ่วน เขาโบกมือพลางกล่าว “ข้าไม่สนใจเรื่องแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไร น้องสี่ลองดูก็แล้วกัน โยนลงเป้าทีเดียวทั้งสามห่วง ไม่รู้ว่าน้องสี่เคยลองมาก่อนหรือไม่?”
สีหน้าฉู่ซิ่นเหลียงก็ไม่น่ามองเช่นกัน เขามั่นใจในความแม่นยำของตัวเองมากมาโดยตลอด แต่ใครเลยจะคาดคิดว่าฉู่จวินถิงจะโยนทีเดียวสามห่วง เขาไม่มีความสามารถเช่นนั้น
“ก่อนนี้ข้าก็รู้แล้วว่าเสด็จพี่ร้ายกาจ วันนี้นับว่าได้ประจักษ์แล้ว” ฉู่ซิ่นเหลียงกล่าว
ซ่งรั่วเจินได้ยินคำพูดที่ดังมาจากด้านหลังก็เอ่ยขึ้นอย่างอดไม่ได้ว่า “อวิ๋นอ๋องพูดเช่นนี้ ไม่กลัวว่าจะถูกตีจริงๆ หรือเพคะ?”
“พวกเขายังไม่มีความสามารถเช่นนั้นหรอก” ฉู่จวินถิงกล่าวพร้อมยิ้มบาง
ซ่งรั่วเจินระบายยิ้ม ฉับพลันนั้นก็มีความรู้สึกปลอดโปร่งที่มีที่พึ่งอันร้ายกาจ คนอื่นถึงจะไม่อยากข่มกลั้นโทสะสักแค่ไหนก็ต้องฝืนทนข่มกลั้นเอาไว้
ทันใดนั้น นางสัมผัสได้ว่าในฝูงชนมีร่างที่คุ้นเคยสายหนึ่ง ครั้นสังเกตอย่างละเอียดก็ค้นพบด้วยความประหลาดใจว่าคือหลิงเชี่ยนเอ๋อร์
หลังจากกลับมาที่เมืองหลวง นางก็ไม่ได้เจอหลิงเชี่ยนเอ๋อร์อีกเลย ตรองดูก็พบว่าคงเป็นเพราะเรื่องพวกนั้นของตระกูลหลิง ตอนนี้แค่ดูแลตัวเองก็ยังลำบาก คิดไม่ถึงว่าวันนี้จะได้มาเจอกันในเทศกาลโคมไฟ
จำต้องยอมรับว่าเทศกาลโคมไฟวันนี้คึกคักเป็นพิเศษโดยแท้ คนรู้จักมากันหมดแทบทุกคนแล้ว
ฉู่มู่เหยาก็สังเกตเห็นหลิงเชี่ยนเอ๋อร์แล้วเช่นกันจึงกระซิบข้างหูซ่งรั่วเจินว่า “พี่สะใภ้ ข้าได้ยินมาว่าช่วงนี้หลิงเชี่ยนเอ๋อร์เกาะติดเสด็จพี่รองแจ คิดว่าคงรู้แล้วว่าหมดหวังกับเสด็จพี่ ประจวบกับยามนี้เสด็จพี่รองยังไม่มีชายาเอกถึงได้หมายตาตำแหน่งพระชายาเช่ออ๋อง”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง
ระบบเป็นแบบนี้มาหลายวันแล้ว ทำไมไม่มีการติดจ่อกลับมา...
ทำไมอ่านต่อไม่ได้ เติมเงินแล้วก็ไม่ได้...
ทำไมใช้เหรียญไม่ได้...
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ แต่การเติมเงินใช้เป็นเพียงบัตรเติมเงินเอไอเอสเท่านั้น...