ซ่งรั่วเจินเลิกคิ้วขึ้นน้อยๆ ยิ้มเหมือนจิ้งจอกน้อยตัวหนึ่ง “ผู้ชายดีๆ ในเมืองหลวงมีไม่น้อย หลังจากหม่อมฉันถอนหมั้น คนที่มาทาบทามสู่ขอหม่อมฉันก็มีมากมาย...”
“ยังมีมากมายอีกด้วย? ไหนลองบอกข้ามาซิว่ามีใครบ้าง?”
ฉู่จวินถิงรู้ว่าแม่นางผู้นี้กำลังหยอกเย้าตนเองอยู่ แต่ครั้นคิดถึงว่าตอนนั้นนางไม่มีความคิดจะแต่งงานกับเขาเลยสักนิด หากไม่ใช่เพราะเขาไม่ยอมแพ้ ยามนี้ไม่แน่ว่าคงแต่งงานกับคนอื่นไปแล้วก็เป็นได้
มือของเขาเกาะกุมเนื้ออ่อนบริเวณเอวนาง ออกแรงเล็กน้อยก็ทำให้นางหัวเราะคิกขึ้นมา
“ฮ่าๆ จั๊กจี้ ท่านปล่อยมือเดี๋ยวนี้นะ”
ซ่งรั่วเจินกลัวจั๊กจี้มาแต่ไหนแต่ไร ทั้งร่างพลันอ่อนระทวย ดิ้นขลุกขลักไปมาในอ้อมกอดของฉู่จวินถิง
“ท่านปล่อยหม่อมฉันเดี๋ยวนี้นะ เร็วเข้า!”
ฉู่จวินถิงมีรอยยิ้มเต็มใบหน้า “ข้าไม่ปล่อย เจ้าบอกข้ามาก่อนว่ามีใครบ้าง”
“ไม่มี ไม่มี นอกจากท่านก็ไม่มีใครทั้งนั้น”
ซ่งรั่วเจินอ้อนวอนอย่างอ่อนใจ นางคิดไม่ถึงเลยว่าฉู่จวินถิงจะมาไม้นี้ ยื่นมือเข้าไปคิดจะจั๊กจี้เขาบ้าง แต่กลับพบว่าเนื้อบนตัวชายหนุ่มแข็งกว่านางมากนัก เมื่อแตะถูกบริเวณเอวอย่างไม่ทันระวังก็ยิ่งสัมผัสได้ถึงเค้าโครงกล้ามเนื้อได้อย่างชัดเจน
รูปร่างของชายหนุ่มผู้นี้ดีกว่าที่นางคิดไว้เสียอีก
เมื่อฉู่จวินถิงสัมผัสได้ถึงมือของหญิงสาวที่สัมผัสบนร่างเขา ร่างกายพลันแข็งทื่อไปชั่วขณะ การสัมผัสโดยไม่ตั้งใจชวนให้คนหวั่นไหวเป็นที่สุดแล้ว บริเวณที่สัมผัสถูกราวกับมีไฟลุกวาบ แววตาก็ยิ่งเข้มขึ้นกว่าเดิม
ซ่งรั่วเจินไม่ทันสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของชายหนุ่ม ครั้นเห็นว่าอ้อนวอนไม่ได้ผล สองมือก็คล้องรอบคอชายหนุ่ม ดวงตาใสกระจ่างตวัดขึ้นสบกับเขา
“มีเพียงท่าน”
“ในเมืองหลวงอันกว้างใหญ่แห่งนี้ ต่อให้มีชายหนุ่มมากพรสวรรค์มากกว่านี้ก็ไม่มีใครสามารถสู้ท่านได้แม้แต่คนเดียว”
ซ่งรั่วเจินลมหายใจสับสน นางเพิ่งเคยได้ยินน้ำเสียงเช่นนี้ของฉู่จวินถิงเป็นครั้งแรก รับรู้สถานการณ์ในชั่วขณะนี้จึงแอบอิงอยู่ในอ้อมกอดเขาอย่างว่าง่าย
นางได้ยินเสียงถอนใจเบาๆ ดังขึ้นริมโสต “อีกไม่นาน พวกเราก็จะแต่งงานกันแล้ว”
……
วันรุ่งขึ้น เรื่องที่เกิดขึ้นในเทศกาลโคมไฟเมื่อคืนวานก็ลือสะพัดไปทั่วเมืองหลวง
เพื่อจะขอซ่งรั่วเจินแต่งงาน ฉู่อ๋องเข้าร่วมการแข่งขันทุกรายการเพื่อคว้าอันดับหนึ่งมาให้ได้ จะได้ปล่อยโคมใจเดียวร่วมกันกับนาง
ไม่ว่าจะเป็นดอกไม้ไฟเต็มท้องฟ้า หรือว่าทางบุปผาอันแสนงดงาม ล้วนแต่เป็นสิ่งที่หาดูได้ยากทั้งสิ้น ดึงดูดให้ผู้คนแห่แหนมาร่วมชมจำนวนมาก
“ชีวิตนี้ได้เห็นครั้งเดียวก็คุ้มค่าแล้ว ทางบุปผายังไม่รื้อออก เมื่อวานมีคู่รักจำนวนไม่น้อยไปเดินทางบุปผาสายนั้น ยามนี้คนที่น่าอิจฉาที่สุดในเมืองหลวงคงเป็นแม่นางซ่งแล้วละ”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง
ทำไมใช้เหรียญไม่ได้...
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ แต่การเติมเงินใช้เป็นเพียงบัตรเติมเงินเอไอเอสเท่านั้น...