ทะลุมิติเวลามาเป็นชายา นิยาย บท 182

ทุกอย่างดำเนินไปตามขั้นตอน เหลิ่งชิงฮวนกลับไม่ได้รู้สึกกลัวขนาดนั้น เธอขยับตัวเข้าไปด้านในเตียงอีกหน่อยและมองไปที่มู่หรงฉีด้วยสีหน้าจริงจัง

“ถ้าหากว่าหม่อมฉันบอกว่ายังไม่ได้คิดไว้ล่ะเพคะ ถ้าหากว่าท่านรับหม่อมฉันไว้แล้วท่าอาจจะรู้สึกว่าหม่อมฉันนั้นไร้เหตุผล ไม่ว่าจะทำตัวเป็นผู้หญิงที่ไร้ราคีอย่างไร แต่ว่านะ มู่หรงฉีในเมื่อท่านอยากจะเป็นสามีภรรยากับหม่อมฉัน งั้นก็ต้องซื่อสัตย์และหากมีอะไรก็พูดออกมาก่อน”

มือของมู่หรงฉีกำแน่นขึ้นอย่างไม่รู้ตัว “ได้”

เหลิ่งชิงฮวนมองมู่หรงฉีอย่างจริงจัง “สำหรับข้าแล้วท่านเพียงแค่มาหาความสุข และหาความแปลกใหม่เพียงชั่วครู่เท่านั้น ท่านจะยังเห็นหม่อมฉันเป็นภรรยาใช่หรือไม่”

มู่หรงฉีเลิกคิ้ว “แล้วเจ้าว่าอย่างไรล่ะ”

จู่ๆเหลิ่งชิงฮวนก็รู้สึกว่าเธอไม่มีความกล้าแล้ว โดยเฉพาะยามที่มองไปที่ดวงตาของมู่หรงฉี เธอรู้สึกกลัวมากว่าเมื่อคำพูดถัดไปจะถูกพูดออกมา ดวงตาของมู่หรงฉีนั้นแปรเปลี่ยนเป็นอึมครึม หรือว่าเขากำลังซ่อนความโกรธเอาไว้ หรือว่าอาจจะกำลังรังเกียจเธออยู่ ไม่ว่าจะเป็รแบบไหนก็ล้วนเป็นแบบที่เธอไม่อยากจะเห็นทั้งนั้น

เธอหลุบตาลงน้ำเสียงของเธอแฝงไปด้วยความขมขื่น

“หม่อมฉันรู้เพคะว่าอุปสรรคชิ้นใหญ่ระหว่างเราสองคนคืออะไร ท่านเองก็คงกังวลถึงเรื่องนี้มาโดยตลอด เรื่องนี้ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่หม่อมฉันเข้าไปแตะต้อง ดังนั้นหม่อมฉันจึงไม่เคยที่ยินดีที่จะเปิดบาดแผลนี้ต่อหน้าท่านและเอาแต่หนีมาโดยตลอด

ท่านถามหม่อมฉันอยู่หลายครั้งว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใคร ไม่ใช่ว่าหม่อมฉันไม่อยากบอก แต่ว่าแม้แต่ตัวของหม่อมฉันเองก็ไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร แม้กระทั่งรูปร่างหน้าตาของผู้ชายคนนั้น หม่อมฉันตกหลุมพรางของคนอื่น หม่อมฉันมองเห็นใบหน้าของผู้ชายคนนั้นได้ไม่ชัดเจนเลยสักนิด ดังนั้นหม่อมฉันจึงไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร ตั้งแต่ที่หม่อมฉันได้สติฟื้นคืนมาเขาก็ได้จากไปแล้ว

เกี่ยวกับเรื่องในวันงานแต่งงาน หม่อมฉันได้ตัดช่องน้อยแต่พอตัวไปหน่อยในเกี้ยว ไม่ใช่เพราะอยากตายเพื่อเขา และไม่ใช่เป็นเพราะหึงหวงท่านกับเหลิ่งชิงหลาง โดยเฉพาะเมื่อหม่อมฉันเพิ่งมารู้ว่าตัวเองตั้งครรภ์ในวันก่อนแต่งงาน จึงไม่รู้ว่าควรรับมือกับเรื่องทั้งหมดนี้อย่างไร แม้แต่หนทางที่จะถอยหลังกลับก็ไม่มี ดังนั้นจึงจำใจคิดสั้นเพคะ”

เธอหลังตาลงอยู่แล้วใช้ความกล้าพูดคำพูดเหล่านี้ออกไป เธอรู้สึกตัวเบาขึ้นในทันที เพียงแต่ว่าในใจของเธอยังคงรู้สึกไม่ค่อยสงบและตื่นกลัว

เธอย่อตัวลง มือทั้งสองข้างของเธอกุมที่หัวใจ และไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมาดูปฏิริยาของมู่หรงฉี

มูหรงฉีมองไปที่เธออย่างนิ่งสงบจนสัมผัสได้ถึงความไร้ที่พึ่งและความไม่สงบของเธอ

ดูแล้วราวกับเม่นอย่างไรนอย่างนั้น ผู้หญิงที่มีหนามแหลมคนอยู่รอบตัวอย่างเธอที่เผชิญหน้ากับเขาด้วยฟันและกรงเล็บ เธอที่เคยมีท่าทางแข็งแกร่งและไม่เกรงกลัวต่อหน้าเขาที่แท้แล้วในใจของเธอนั้นซ่อนความทุกข์เอาไว้อยู่ลึกภายใน จนถึงขั้นที่หมดหวังและละทิ้งชีวิตของตัวเอง

ในช่วงเวลาที่เธอยากลำบากมากที่สุดนั้นเขากลับทำร้ายเธอหลายต่อหลายครั้ง ใช้คำพูดไม่น่าฟังพวกนั้นด่าทอเธอทับถมกันมาเรื่อยๆจนเกือบทำให้เธอตาย

ตัวเธอนั้นกำลังกัดฟันและอดทนเดินต่อไปทีละก้าว อีกทั้งยังขัดเกลาตัวเองจนทุกคนต่างพากันสนใจ

คงมีสักวันที่ตัวของเขาจะรู้สึกทะนุถนอม ในเวลานี้เองใจของเขาราวกับมีเข็มทิ่มแทง ทั้งเจ็บปวด ทั้งสำนึกผิด และตำหนิตนเอง ทำไมตัวของเขาถึงได้ฟังคำพูดของคนอื่นแล้วไปกดดันเธอกันนะ

เขายื่นมือออกไปแล้วกุมมือของเธอหลวมๆ เขากุมฝ่ามือของเธอราวกับว่ากำลังโอบกอดเธอเอาไว้อยู่

เหลิ่งชิงฮวนสะบัดออกเบาๆอยู่หลายครั้ง แต่ก็สะบัดไม่หลุด เธอจึงปล่อยเขาให้กุมมือของเธอไปและนำไปวางไว้ที่มุมปากของเขา เป็นเพราะว่าตื่นกลัวน้ำเสียงจึงยังสั่นอยู่เล็กน้อย

“ทั้งหมดเป็นข้าที่ไม่ดีเอง หลังจากนี้จะไม่มีอีกแล้ว”

บรรยากาศความร้อนระอุที่แผ่ออกมานั้นกระทบอยู่บนหลังมือของเหลิ่งชิงฮวน ทั้งรู้สึกคันยุบยิบ และรู้สึกร้อนฉ่า

“หม่อมฉันไม่ใช่ผู้หญิงที่มีชื่อเสียงดีงาม การผ่านความเป็นความตายมาทำให้หม่อมฉันนิ่งขึ้นมากและได้ตัดสินใจที่จะทำเรื่องที่ทำให้ตัวเองนั้นทุกข์ระทมไปตลอดชีวิต อีกทั้งยังไม่คิดที่จะแก้ไขความคิดนั้นใหม่”

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติเวลามาเป็นชายา