ทะลุมิติเวลามาเป็นชายา นิยาย บท 194

ถึงแม้ว่าข่าวที่มู่หรงฉีได้รับบาดเจ็บไม่ได้แพร่เข้าไปถึงในวังหลวง แต่หลายวันมานี้ไม่ได้โผล่หน้าไปที่ค่ายทหาร ฉีจิ่งอวิ๋นและเสิ่นหลินเฟิงประหลาดใจ อุ้มไหเหล้ามาหาที่จวน

“เมื่อรู้ว่าท่านพี่ที่เงียบๆไม่พูดจาจะกลายเป็นพ่อคนแล้ว ไม่รู้เลยได้อย่างไร ว่าผู้ชายคนนี้ยังต้องอยู่เดือนอีกด้วย?”

ฉีจิ่งอวิ๋นพูดหยอกล้อกะล่อน พูดเจื้อยแจ้วอยู่ล้อมรอบเขา “หลายวันแล้ว ยังไม่ฟักไข่ออกมาอีกเหรอ?”

มู่หรงฉีสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก “วางเหล้าทิ้งไว้ เจ้าก็กลับไปได้แล้ว”

เหลิ่งชิงฮวนหัวเราะแล้วถือชามซุปไก่มาด้วยตัวเอง วางลงตรงหน้ามู่หรงฉี “ดื่มสิเพคะ หากไม่พอยังมีเหลืออีก”

มู่หรงฉีมองไหเหล้าที่อยู่ตรงหน้าคนอื่นตาปริบๆ ด้วยสีหน้าเศร้าโศก

เหลิ่งชิงฮวนถลกพับแขนเสื้อ ดึงฉุดเสิ่นหลินเฟิงที่เป่ายิงฉุบแพ้อย่างน่าเวชทนาจนทนดูไม่ได้

เหล้าของเสิ่นหลินเฟิงและฉีจิ่งอวิ๋นไม่ได้ดื่มเลยสักหยดเดียว ในท้องท่านอ๋องฉีเต็มไปด้วยซุปไก่แทน

สุดท้าย ท้ายสุด สายตาเว้าวอนที่แฝงด้วยความคับแค้นและคุกคามก็ทำให้พวกเขาสองคนรีบย้ายไหเหล้าทันที

“ท่านพี่อยู่เดือน พวกข้าเองก็ช่วยอะไรไม่ได้ ขอดื่มเพื่อเป็นการลงโทษก็แล้วกัน”

หลังจากที่เหล้าครึ่งไหตกอยู่ในท้อง ก็พูดจาลิ้นก็พันกัน เทพเจ้าแห่งสงครามถึงจะสามารถของสิงร่างเหลิ่งชิงฮวน ชนะตั้งแต่ยกแรก

ชายหนุ่มทั้งสามคนสะอึกไม่หยุด เริ่มพูดจาเพ้อเจ้อ คุยเรื่องสตรี

เสิ่นหลินเฟิงบอกว่าองค์หญิงลี่ว์อู๋นั้นทำลายชื่อเสียงของเขาลับหลัง ไม่ช้าก็เร็วตนเองนั้นจะบุกเข้าไปในวังหลวงเพื่อเรียกร้องความยุติธรรม

ฉีจิ่งอวิ๋นบอกว่าพวกแม่นางชาวหูที่ตาสีฟ้าจมูกโด่งพวกนั้นก็เหมือนกับนังจิ้งจอก เนื้อตัวมีกลิ่นเหม็นสาบ และยังมีขนจิ้งจอกที่สกปรก

มู่หรงฉีก็พูดจาเลอะเทอะ “พี่สะใภ้กลายเป็นแม่คนแล้ว ภายภาคหน้าเวลาที่พวกเจ้าอยู่ต่อหน้าชิงฮวน ห้ามไม่รู้จักเด็กไม่รู้จักผู้ใหญ่ พูดจาให้มันมีมารยาทหน่อย”

จนกระทั่งส่งทั้งสองคนที่เมาแอ๋กลับไปแล้ว เหลิ่งชิงฮวนก็กลับมา ยิ้มเม้มปาก “ท่านว่าหลินเฟิงชอบพอลี่ว์อู๋แล้วใช่หรือไม่เพคะ?”

มู่หรงฉีไม่ได้ส่งเสียง

เหลิ่งชิงฮวนพูดอีกว่า “เจ้าฉีจิ่งอวิ๋นนั้นนิสัยอันธพาล ในปากนั้นไม่มีความจริงเลยสักนิด เรื่องนิสัยพื้นเพของคนหูเหล่านั้นดูเหมือนเป็นข่าวลือที่ไม่มีมูล พูดเกินจริงไปนะเพคะ”

มู่หรงฉีเงยหน้าขึ้น ด้วยความจริงจัง “เจ้ารู้ได้อย่างไร?”

เหลิ่งชิงฮวนพูดแบบขอไปที “เมื่อก่อนที่หมู่บ้านของหม่อมฉันมีคู่สามีภรรยาชาวหูคู่หนึ่งทำค้าขาย มักจะพูดเรื่องขนบธรรมเนียมของพวกเขาให้พวกเราฟังอยู่บ่อยครั้ง ไม่เหมือนกับที่ฉีจิ่งอวิ๋นพูดเลยเพคะ”

มู่หรงฉีดึงเธอเข้ามาอยู่ในอ้อมกอด ลูบที่หัวของเธอ เริ่มพูดจาเพ้อเจ้ออีกครั้ง “ต่อแต่นี้ไปอยู่ให้ห่างจากฉีจิ่งอวิ๋นซะ”

ผู้ชายคนนี้ หึงแม้กระทั่งน้องของตัวเอง เมื่อก่อนก็ให้ตนเองอยู่ห่างจากเสิ่นหลินเฟิง ตอนนี้ก็รังเกียจที่ตนเองอยู่ใกล้ฉีจิ่งอวิ๋นมากเกินไป

วันสารทจีน

โตวโตวเอาธูปเทียนบูชาวางไว้ในรถม้า

มู่หรงฉีอยู่บนหลังม้า หันมากำชับกับเหลิ่งชิงฮวนอีกครั้ง “รอข้ากลับมาจากอนุสรณ์สถานจงเลี่ยซือก่อน จึงจะไปรับเจ้าที่ซานหลี่โป”

เหลิ่งชิงฮวนเร่ิมทนรำคาญไม่ไหว “ท่านพูดมาสามรอบแล้วนะเพคะ บอกแล้วว่าไม่ต้อง ท่านเพิ่งจะฟื้นไข้จากอาการบาดเจ็บ ยังต้องพักผ่อนให้มากๆ หากหม่อมฉันบังเอิญเจอกับท่านพี่ ก็จะกลับมาพร้อมกับเขา”

“ตอนนี้พี่ใหญ่เป็นขุนนางในวัง จะมีเวลาว่างสงบเหมือนเจ้าได้อย่างไร? ยามเช้าเขาอาจจะไปไม่ได้”

เหลิ่งชิงฮวนขึ้นรถม้าไปแล้ว ยกผ้ากั้นรถขึ้น แล้วพูดกับเขา “อย่ามัวยืดยาดสิเพคะ ไปได้แล้ว!”

คนขับรถม้ากลั้นขำไว้ไม่อยู่ ไม่สามารถเชื่อมโยงคํานี้กับท่านอ๋องที่เย็นชาและหยิ่งผยองของตัวเองได้จริงๆ ยกแส้ม้าขึ้น ขับรถออกจากประตูจวนอ๋องไป

ทหารอารักขาสองคนขี่ม้าตามหลังรถม้าไป ถอดหน้ากากปีศาจออกแล้ว ไม่อย่างนั้นอากาศร้อนอบอ้าวเช่นนี้ หน้ากากถูกแดดเผา ร้อนผ่าว สามารถร้อนลวกผิวหน้าไหม้ได้

ถือได้ว่าท่านอ๋องนั้นมีทรงโปรดเมตตาแล้ว

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติเวลามาเป็นชายา