ทะลุมิติเวลามาเป็นชายา นิยาย บท 38

เหลิ่งชิงหวนเต้นแร้งเต้นกาอย่างเดือดดาล พลางต่อว่า พลางทุบตีเตะต่อย ใช้คำพูดที่รุนแรงใส่

มู่หรงฉีที่ถูกเตะไปทั่วทั้งตัวนั้น จำใจต้องปล่อยมือ

เหลิ่งชิงฮวนหายใจหอบ รู้สึกว่าตัวเองตีโพยตีพาย เหมือนกับหญิงบ้า

มู่หรงฉีจ้องเธออย่างดุดัน เส้นเลือดปูดที่ขมับ ขบฟันกราม “ไม่ยอมรับก็ไม่เป็นไร อย่าให้ข้าหาหลักฐานได้ก็แล้วกัน ไม่เช่นนั้นข้าจะทำลายกระดูกกระจายเถ้าถ่านเจ้าแน่นอน”

เมื่อโยนคำพูดจาแรงใส่ มู่หรงฉีก็หันหลังเดินสะบัดแขนเสื้อออกไป

ประสาท!

เหลิ่งชิงฮวนเท้าสะเอว โมโหจนจะประทุขึ้นฟ้า เตะเก้าอี้ที่อยู่ด้านข้างจนล้ม แต่ก็ยังขจัดความโกรธออกไปไม่ได้

ผู้ชายคนนี้ในหัวมีแต่ขี้เลื่อย! คนอย่างเหลิ่งชิงหลางไม่ทำร้ายฉันก็เป็นพระคุณอย่างมาก แล้วฉันจะไปทำร้ายนางได้ยังไง? อีกอย่างจินเอ้อร์เป็นลูกพี่ลูกน้องแท้ๆของฉัน หรือว่าฉันยังสามารถร่วมมือทำเรื่องชั่วกับจินเอ้อร์?

เสี่ยวเอ้อร์ที่หลบอยู่ไกลๆ มองดูทั้งสองคนเถียงกันอย่างกลัวหัวหด หลังจากนั้น คิดไม่ถึงว่าคุณหนูท่านนี้ยังกล้าเตะต่อยเทพเจ้าแห่งสงครามอย่างฉีอ๋อง ด่าสาดเสียเทเสีย เขาหดหัวหลังเคาท์เตอร์ ไม่กล้าโผล่หน้าออกมา กลัวว่าหากไม่ระวัง อาจถูกฆ่าปิดปากเอาได้

จนกระทั่งมู่หรงฉีเดินสะบัดออกไป เขาจึงเดินตรงไปหาเหลิ่งชิงฮวนด้วยใบหน้ายิ้มแย้มอย่างระแวดระวัง

เหลิ่งชิงฮวนดื่มสมุนไพรจีนสามชามต่อกัน จึงฝืนใจระงับไฟโกรธไว้ หันไปถามสถานการณ์ของโรงน้ำชากับเขา

ถึงรู้ว่า จินเอ้อร์นั้นกลัวการควบคุมดูแลของจินซ่างซู ไม่ค่อยพักค้างแรมที่โรงหญิงโสเภณี จึงย้ายที่เที่ยวเล่นมาที่โรงน้ำชาของตัวเอง มักจะพาพวกกลุ่มเพื่อนที่ชอบเที่ยวผู้หญิง เล่นการพนันมามั่วสุมกันที่นี่ ไล่แขกที่มาดื่มชาออกไปจนหมด ปิดโรงน้ำชา เรียกพวกสาวๆจากหอนางโลมข้างๆมาอยู่เป็นเพื่อน สังคมที่เลวทรามป่าเถื่อน ไม่อาจทนดูได้

ด้วยเหตุนี้ ทำให้ธุรกิจโรงน้ำชาตกต่ำลงอย่างรวดเร็ว รายรับไม่เพียงพอต่อรายจ่าย จินซื่อเองก็ไม่มีวิธีที่จะคุมหลานชายตัวเอง ก็เลยยกโรงน้ำชาให้เป็นสินเดิมแก่เหลิ่งชิงฮวน

หลายวันก่อน จินซื่อมาตรวจสอบบัญชี บังเอิญเจอกับจินเอ้อร์ที่นี่ ไม่รู้ว่าทั้งสองคนคุยอะไรกัน ก่อนที่หลินซื่อจะกลับก็ได้บอกเจ้าของร้าน ในอนาคตจินเอ้อร์ก็เป็นเจ้าของโรงน้ำชาแห่งนี้ ต่อไปให้ทำตามคำสั่งของเขาก็พอ

สำหรับเหลิ่งชิงหวน พวกนางแน่ใจแล้วว่านางจะต้องถูกไล่ออกมาจากจวนท่านอ๋อง สินสอดเดิมนี้ก็เลยถูกที่บ้านยึดกลับคืนไป ฝ่ายราชการเองก็ตัดสินเรื่องในบ้านไม่ได้

เหลิ่งชิงฮวนปวดหัวแทบจะระเบิด มีหลายเรื่องที่ตัวเองคิดตื้นเกินไป ถ้าหากว่าตัวเองออกจากจวนฉีอ๋องจริงๆ อยากที่จะใช้ชีวิตอย่างสงบสุขกับโตวโตวนั้น ดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องง่ายเลย พวกร้านค้าเหล่านี้ที่เป็นของตนเอง ถ้าหากจินซื่ออยากที่จะเอามันกลับคืนไป ก็เป็นเรื่องที่ทำได้ง่าย

เธออยากจะร้องแต่ก็ร้องไม่ออกจริงๆ หลังจากเวลาผ่านไป มีเรื่องให้ว้าวุ่นใจอยู่เรื่อยๆ ไม่มีเวลาที่ตัวเองจะได้คลายความกังวลเลย

โรงน้ำชาแห่งนี้ยังคงดำเนินกิจการต่อไปตามสภาพที่เป็นอยู่ ขาดทุนทุกวัน อยากที่จะเปลี่ยนแปลงสถานการณ์นี้มันไม่ได้ง่ายเหมือนอย่างที่คิด ต้องการที่จะเปลี่ยนแผนการจัดบริการใหม่ จำเป็นต้องมีเงินทุนตั้งต้น อีกทั้งยังเสี่ยงต่อการเปลี่ยนเจ้าของกิจการในอนาคตอีกด้วย กลืนไม่เข้าคายไม่ออกจริงๆเลย

ตอนนี้ มีทางออกอยู่สองทาง

หนทางแรก ฉวยโอกาสที่จินซื่อยังไม่ได้ฮุบร้านค้าและทรัพย์สินทั้งหมดของตัวเองไป รีบขายแล้วเก็บเป็นเงินสด แล้วตัวเองก็แอบไปซื้อที่ดินอื่นไว้ทำนา

หนทางที่สอง หาขาใหญ่สักขาที่ทั้งหนาและแข็งแรง กอดเอาไว้ให้แน่น ในอนาคตแม้ตัวเองจะตกอับ ก็ยังพอมีที่พึ่ง จะได้ไม่ต้องถูกใครเขากดขี่ข่มเหง

คนที่พอหมดธุระแล้วทำเป็นไม่รู้จักคนอื่นอย่างมู่หรงฉีนั้นหวังพึ่งไม่ได้แน่นอน เสี่ยคนไหนขาดผู้ติดตามกันนะ?

มู่หรงฉีกลับมาถึงจวน ก็ไม่มีกระจิตกระใจจะไปที่ไหน จิตใจสับสนวุ่นวาย อยากด่าคน ไม่ อยากฆ่าคนต่างหาก

ตั้งแต่ออกมาจากจวนท่านเคานต์ มองไปที่ประตูที่ว่างเปล่า ก็นึกขึ้นได้ดูเหมือนว่าหญิงสาวจะไม่มีรถม้า ดังนั้นจึงจูงม้า ไม่ได้ไปที่ไหน ยืนลังเลอยู่ที่ประตูจวนชั่วขณะ

ถึงแม้จะรังเกียจผู้หญิงคนนี้ แต่นับได้ว่าวันนี้นางช่วยเหลือตัวเองหนึ่งครั้ง แขกผู้ชายหลักๆที่นั่งอยู่นั้นต่างก็เป็นคนมีตำแหน่งสูงและมีอำนาจมากในราชสำนัก วันนี้เหลิ่งชิงฮวนช่วยชีวิตพวกเขา ช่วยกอบกู้หน้าพวกเขา ก็เท่ากับช่วยตัวเองดึงคนเหล่านั้นมาเป็นพวกเดียวกัน

นี่ถือว่าเป็นน้ำใจของเพื่อนมนุษย์ ตัวเองก็ฝืนใจทำในสิ่งที่ยากลำบาก จึงรอเธออยู่สักพักหนึ่ง

ตรงข้ามจวนท่านเคานต์มีร้านค้าที่ขายสิ่งล้ำค่าทั้งสี่ในห้องหนังสือโดยเฉพาะ ด้านในมีสินค้าสวยงามวางขายอยู่เต็มไปหมด อีกทั้งยังมีกล่องใส่หนังสือที่พวกบัณฑิตถือด้วย

ทันใดนั้นเขาก็นึกขึ้นได้ ว่าปิ่นโตไม้ไผ่ที่เหลิ่งชิงฮวนถือเมื่อสักครู่นี้ และสายตาประหลาดของผู้คนที่พากันมุงดู ทำให้คนจวนฉีอ๋องอับอายเหลือเกิน ไม่คิดเลยว่าพระชายาผู้สง่างามแม้แต่กล่องยาที่ดูดีก็ยังไม่มี กลับใช้ปิ่นโตราคาถูกใส่ยา

เมื่อคิดถึงจุดนี้ เขาก็ผูกม้า แล้วเดินเข้าไปในร้าน มองแวบเดียวก็ถูกใจกับกล่องไม้เรียบหรู ข้างในยังมีช่องลับสําหรับเก็บของ มีน้ำหนักเบา

เนื้อไม้เหล่านั้นค่อนข้างดี อย่างเช่นไม้จันทน์แดงอย่างดี แม้ว่ากล่องหนังสือที่ทำมาจากไม้จันทน์หอมจะโด่งดังและล้ำค่า แต่มีน้ำหนักเยอะ ถือแล้วเปลืองแรงอย่างมาก ข้อมือเล็กๆบางๆของเธอ ที่ดูเหมือนแค่งอเบาๆก็สามารถหักได้ จะมีแรงได้ยังไง

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติเวลามาเป็นชายา