ทะลุมิติเวลามาเป็นชายา นิยาย บท 60

มู่หรงฉีหัวเราะเยาะ “เแค่เจ้ายิ้มให้ข้าอย่างสุภาพเอาใจใส่ ก็รู้แล้วว่าเจ้าต้องทำเรื่องอะไรเลวร้ายอย่างแน่นอน เอาตำราออกมา”

เหลิ่งชิงฮวนถอยหลังสองก้าว “แค่คัมภีร์สามอักษร ท่านอ๋องก็สนใจเหรอเพคะ”

“ในจวนข้าไม่มีคัมภีร์สามอักษร!” มู่หรงฉีเดินเข้าไปใกล้อีกสองก้าว “เจ้าจะมอบให้ข้าดีๆ หรือให้ข้าหยิบเอง”

เหลิ่งชิงฮวนเกลียดตัวเองจริงๆ ที่ไม่สามารถกินตำราอีกครึ่งหนึ่งที่เหลือลงไปในท้องจะได้ทำลายหลักฐานได้ เห็นอีกทีมู่หรงฉีก็มายืนอยู่ตรงหน้าแล้ว เขาสูงกว่านางมากกว่าครึ่งหัว การบีบบังคับอย่างเงียบๆ ที่มองไม่เห็นอยู่บนหัวของนาง เขาแค่ใช้มือใหญ่ก็สามารถอ้อมไปที่ด้านหลังของนางได้ จากนั้นฉกตำราครึ่งเล่มไป

นางยื่นตำราให้อย่างเชื่อฟัง “ในเมื่อท่านอ๋องชอบ งั้นก็มอบให้ท่าน”

สายตาที่เฉียบคมของมู่หรงฉีกวาดไปทั่วใบหน้าของนาง มือใหญ่พอยกมือขึ้นก็เอาตำรามาได้ เหลิ่งชิงฮวนอาศัยจังหวะนี้จะไหลลื่นหนีไป

มู่หรงฉีที่อยู่ข้างหลังกัดฟันกรอด “เจ้าหยุดเดี๋ยวนี้นะ!”

เหลิ่งชิงฮวนแสร้งทำเป็นไม่ได้ยิน จากนั้นเสื้อที่ด้านหลังก็โดนคนคว้าไว้ มู่หรงฉีโมโหจนควันออกจากหู “เจ้ากล้าเอากวีนิพนธ์อันล้ำค่าของนักบวชเต้าหลินที่ข้าเก็บรักษาไว้มาเป็นเชื้อฟืนงั้นหรือ”

วันนี้เหลิ่งชิงฮวนรู้ว่าตัวเองผิด จึงไม่มีท่าทีมั่นใจดั่งเช่นปกติ ได้แต่ยิ้มอย่างเขินอาย “หม่อมฉันไม่รู้จักตำรา ไม่รู้มูลค่าของตำรา วันหลังออกไปจะซื้อเล่มใหม่คืนให้ท่าน”

“ซื้อ?” มู่หรงฉีทำราวกับต้องการกินสตรีที่เกลียดผู้นี้ “นี่เป็นลายมือต้นฉบับของนักบวชเต้าหลิน!ข้างนอกแม้กระทั่งฉบับคัดลอกยังสาบสูญไปแล้ว!”

“ท่านจะรีดไถกันหรือ” เหลิ่งชิงฮวนพยายามต่อรอง “คิดว่าหม่อมฉันไม่รู้จริงๆ เหรอ ตำราแบบนี้มีเกลื่อนกลาดเต็มท้องถนน เมื่อก่อนบ้านของหม่อมฉันก็มีเล่มหนึ่งไว้เอามาเช็ดก้น”

มู่หรงฉีใบหน้าบูดบึ้ง กัดฟันกรอดแกรกๆ พลางพูดกับเหลิ่งชิงฮวน “วาจาหยาบคายเช่นนี้เจ้ายังพูดออกมาได้ ทหารในค่ายของข้ายังสุภาพกว่าเจ้า”

เหลิ่งชิงฮวนกะพริบตาสงสัย “ไม่พูดว่าก้นแล้วจะพูดอะไร บั้นท้าย?หรือดอกเบญจมาศ”

มู่หรงฉีสำลัก เห็นน้ำเสียงนางดูมีเหตุผลและมั่นใจ คราวนี้เขาเริ่มคันไม้คันมือ ผู้หญิงคนนี้ต่อสู้ได้แข็งแกร่ง ไม่รู้จะสามารถทนหมัดของเขาได้สักหมัดไหม

สายตาของเขาสำรวจไปรอบๆ ใบหน้าของนาง เขารู้สึกขบขันกับหน้าแมวจนอยากหัวเราะออกมา “เจ้าบอกว่าเต็มท้องถนนใช่ไหม ให้เวลาเจ้าสามวัน หามาให้ข้าเล่มหนึ่ง มิฉะนั้น เจ้าต้องย้ายข้าวของออกจากตำหนักฉาวเทียนของข้า กลับไปอยู่ห้องเก็บฟืนของเจ้าใหม่!”

เขาโกรธจัดและหันหลังกลับ เหลิ่งชิงฮวนพูดพล่อยๆ ด้วยเสียงกระซิบกระซาบเบาๆ “เห็นชัดๆ ว่าเป็นแค่คนไร้การศึกษาที่ชอบลงไม้ลงมือ เอาตำรามาแสร้งวางท่าว่ามีการศึกษา ความรู้มันอยู่กับตัว ไม่ใช่อยู่ในห้องตำรา”

มู่หรงฉีมีการได้ยินที่ยอดเยี่ยม เมื่อได้ยินอย่างชัดเจน เขาก็จ้องนางด้วยสายตาดุร้าย “ถึงเวลาอย่าโทษว่าข้าไม่เกรงใจ!”

โตวโตวปรากฏตัวที่ด้านข้างด้วยใบหน้าที่มีเขม่าดำเช่นกัน “จบแน่ นั่นคือฉบับที่เหลืออยู่ คุณหนูจะไปหาที่เหมือนกันเปี๊ยบจากไหนมาคืนท่านอ๋องเจ้าคะ พวกเรารู้ตัวแล้วย้ายกลับดีกว่าเจ้าค่ะ ไม่งั้นเมื่อถึงเวลาโดนไล่ออกมา จะน่าอายนะเจ้าคะ”

เหลิ่งชิงฮวนทำปากยื่น “ท่านอ๋องผู้สง่างาม ยังไม่มีความละอายใจเลย ตอนข้ายังเด็กก็เคยเห็นนะ ไม่น่าจะหายาก”

โตวโตวตาเบิ่งกว้าง “ได้ยินมานานแล้วว่าฮูหยินเป็นตระกูลนักปราชญ์ ในบ้านมีตำราหายากเก็บไว้ ร้านธรรมดาทั่วไปจะมีได้ยังไงเจ้าคะ ก็ดูความรู้ด้านกวีของคุณชายใหญ่ก็รู้แล้วเจ้าค่ะ”

คำพูดนี้ว่าไปก็ใช่ บรรพบุรุษเป็นนักปราชญ์ที่มีชื่อเสียงในท้องถิ่น ดังนั้นจึงสามารถอบรมสั่งสอนมารดาให้เป็นหญิงสาวที่มีบุคลิกสง่างาม พี่ชายก็ได้รับประโยชน์มหาศาล แม้จะเกิดในชนบท แต่กลับได้เรียนรู้บทความที่สวยงามและสิ่งต่างๆ มากมาย

แต่น่าเสียดาย ท่านปู่เอาแต่สนใจเรื่องความรู้ เพิกเฉยต่อความเป็นมนุษย์ ในตอนนั้นได้ตกหลุมรักบิดาที่เป็นนักเรียนยากจนแร้นแค้น ก็มอบบุตรสาวสุดที่รักให้แต่งงานกับเขา ช่วยเหลือด้านการเงิน ทำลายชีวิตของบุตรสาวตลอดกาล

เหลิ่งชิงฮวนถอนหายใจเบาๆ “เรื่องทุกอย่างย่อมมีทางแก้ไข ไม่เห็นมีอะไรน่ากังวล คิดจะให้ข้าเพิ่มพื้นที่ให้หมาตัวผู้ตัวเมียสองตัวนั้น ไม่มีทาง!”

พูดจาแรงและขยี้จมูกไปด้วย ท้ายที่สุดมันก็สมเหตุสมผล ตัวเขาต้องสำนึกผิด ถ้าไม่ นางจะหาให้เขาเอง?

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติเวลามาเป็นชายา