เมื่อหลิงอวี๋พูดเช่นนี้ จ้าวหรุ่ยหรุ่ยก็เริ่มสนใจเช่นกัน นางรู้สึกว่าสติปัญญาของตนเหนือกว่าหลิงอวี๋ ไม่มีทางที่จะแพ้หลิงอวี๋ได้
จ้าวหรุ่ยหรุ่ยพยายามอย่างหนักที่จะนึกย้อนถึงเส้นทางและภูมิแคว้นที่ตนผ่านมา
แต่คิดอยู่นาน ก็ดูเหมือนว่าสิ่งเหล่านั้นน่าจะเติบโตในที่ดั้งเดิมนี้อยู่แล้ว ไม่มีอะไรแปลกเลย!
หลิงอวี๋เองก็พยายามนึกย้อนดู แต่ก็มิพบอะไรผิดปกติ
ฟ้ามืดแล้ว มองมิเห็นแผนที่ที่วาดขึ้นแล้ว อุณหภูมิก็ลดลงอย่างรวดเร็ว ทั้งสามคนจึงมารวมตัวกันเพื่อให้ความอบอุ่น
“หิวจัง!”
จ้าวหรุ่ยหรุ่ยสูญเสียศักดิ์ศรีความเป็นคุณหนูไปแล้ว นางเกิดมาก็ใช้ชีวิตอย่างสะดวกสบายมาโดยตลอด จะเคยทุกข์ทรมานเช่นนี้ได้อย่างไร!
นางมองหลิงอวี๋ หลิงอวี๋มิได้สูญเสียพลังวิญญาณ แค่ถูกตนผนึกไว้เท่านั้น หากทำลายผนึกของนาง นางก็น่าจะมีมิติเหมือน ๆ กับแหวนพระสุเมรุ
ข้างในนั้นน่าจะมีอาหาร!
แต่จ้าวหรุ่ยหรุ่ยมิกล้าเสี่ยงเช่นนั้น หากปลดผนึกของหลิงอวี๋ตนก็จะยิ่งมิสามารถควบคุมหลิงอวี๋ได้
หากนางพบว่าจิตสำนึกของนางถูกตนผนึกไว้ เช่นนั้นนางจะต้องสังหารตนแล้วหนีไปอย่างแน่นอน!
หากจะตายก็ตายด้วยกันสิ!
หากสามารถให้คู่ต่อสู้ผู้นี้ตายไปพร้อมกับตนได้ นางก็มิถึงกับตายตามิหลับ
“พี่หญิง ข้าก็หิวเช่นกัน! อยากกินกระต่ายย่างจัง!”
หานเหมยเบียดตัวอยู่ข้างกายหลิงอวี๋ แล้วเอ่ยอย่างน่าสงสาร
หลิงอวี๋ทำอะไรมิถูก นางก็หิวเช่นกัน แต่ติดอยู่ในค่ายกลนี้ จะหาอะไรกินก็มิได้ ยิ่งมิต้องพูดถึงกระต่ายหิมะเลย!
ประเดี๋ยวก่อน!
จู่ ๆ ดวงตาของหลิงอวี๋ก็เป็นประกายขึ้นมา
คนถูกขังอยู่ในค่ายกลนี้ก็เพราะคนมีความคิดและสามารถตัดสินโชคชะตาได้ เช่นนั้นสัตว์เล่า?
สัตว์ไม่มีความคิด ไม่มีทางหลงใหลไปกับภาพลวงตาที่อยู่ตรงหน้า บางทีหากติดตามสัตว์ก็อาจจะออกจากค่ายกลนี้ได้!
“เสี่ยวอวี้ ตอนที่เจ้ากับคุณหนูลงเขาไปวันนี้เห็นกระต่ายหรือสัตว์อื่น ๆ หรือไม่?”
หลิงอวี๋รีบดึงหานเหมยมาเอ่ยถาม
บางครั้งหากจะพูดให้กระจ่างค่ายกลก็เป็นเพียงภาพลวงตา ตอนนี้เป็นเวลามืดแล้ว บางทีพวกนางอาจจะมิได้รับผลกระทบจากภาพลวงตาก็เป็นได้
หลิงอวี๋จึงพาทั้งสองคลำทางไปข้างหน้าในความมืด นางทำเพียงแค่ยืนยันเส้นทางขึ้นภูเขา และตลอดทางไปไม่ว่าจะพบก้อนหินหรืออะไรก็จะปีนขึ้นไปเช่นนั้น
ท้องฟ้ามืดมิดจนยื่นมือออกไปยังมองมิเห็นนิ้วดังที่จ้าวหรุ่ยหรุ่ยว่า มืดจนแม้กระทั่งดวงจันทร์ก็มองมิเห็น แต่หลิงอวี๋อาศัยเพียงความรู้สึก มองมิเห็นก็มิได้รับผลกระทบใด ๆ
หานเหมยดึงชายเสื้อของนางแล้วตามนางไปอย่างใกล้ชิด ในขณะที่จ้าวหรุ่ยหรุ่ยก็คว้าชายเสื้อของหานเหมยต่อ แม้ว่าทั้งสามคนจะเดินช้ามาก แต่ปีนขึ้นไปเรื่อย ๆ ก็ได้ยินเสียงสัตว์แว่ว ๆ มา
“เสี่ยวอวี้ เจ้าฟังสิ มีเสียงสัตว์ร้องใช่หรือไม่?”
หลิงอวี๋ดีใจและกังวลว่าตนจะเข้าใจผิดไป จึงเอ่ยถาม
หานเหมยฟังแล้วได้ยินเสียงคำราม
“เสือดาว!”
จ้าวหรุ่ยหรุ่ยก็ได้ยินเช่นกัน จึงตะโกนอย่างตื่นเต้น “หรือว่าพวกเราออกมาแล้วจริง ๆ?”
แต่ทันใดนั้น หลิงอวี๋ก็รู้สึกถึงกลิ่นหอมแปลก ๆ ผ่านปลายจมูกของตนไป ยังมิทันที่นางจะตอบสนอง ก็รู้สึกถึงบางสิ่งพุ่งเข้ามาหาตนทันที
หลิงอวี๋ยื่นมือออกไปสกัดกั้นอย่างตกใจ แต่ของสิ่งนั้นกลับทำให้หลิงอวี๋ล้มลงทันที จากนั้นแขนที่มีขนปุกปุยก็ยกขึ้นอีกครั้ง แล้วตบหลิงอวี๋กระเด็นออกไป...

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหมอหญิงทะลุห้วงเวลา
สนุกมากค่ะ ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ กราบค่ะ...
สนุกมาค่ะ มาต่ออีก...
รอ...
นางเอกโดนแผนร้ายไล่ล่าเจ็บตัวจะตายอ่า200+ตอน สุดท้ายจบครึ่งตอน คนร้ายบอกเข้าใจผิด นิยายฟวยไรอ่ะปัญญาอ่อนทั้งเรื่อง...
waitinggg for youuuuuuu...
ความลับยังไม่ได้เปิดเผยเลยค่ะ...
จบแบบนี้ไม่ได้นะคะ...
กลับมาได้เเล้ว...
ขอบคุณนะที่ลงเพิ่ม กำลังสนุกมาก...
คนเขียนกลับมาก๊อนนนน🥹 ทางนี่ใจจะขาดแล้วฮะ...