คืนนั้นหลิงอวี๋กับปี้เอ๋อร์ก็พาปู้ติงกับคาเฟยย้ายไปที่ตำหนักรุ่ยจู
หลิงอวี๋มิได้ไปดูสภาพน่าสังเวชที่เสวี่ยหลานถูกโยนเข้าไปในถ้ำหมาป่า ถึงอย่างไรเมื่อเห็นความตื่นเต้นที่ยากจะซ่อนเร้นบนใบหน้าเย็นชาของเสวี่ยเหมยนั้นก็เดาได้เลยว่า เสวี่ยหลานต้องถูกหมาป่ากัดฉีกเป็นชิ้น ๆ เป็นแน่
สำหรับเสวี่ยเหมย หลิงอวี๋ก็มิกล้าเข้าใกล้มากเกินไปเช่นกัน
ก่อนหน้านี้เป็นเพราะมีเป้าหมายเดียวกัน ดังนั้นเสวี่ยเหมยจึงมองตนแตกต่างออกไป หากวันหนึ่งตนไปคุกคามถึงตำแหน่งของเสวี่ยเหมย เสวี่ยเหมยไม่มีทางเมตตาต่อตนแน่
หวงฝู่หมิงจูถูกทรมานจนลมปราณเสียหายอย่างรุนแรง แม้ว่าชีวิตจะมิได้ตกอยู่ในอันตรายแล้วแต่ก็มีไข้สูงในคืนนั้น
เมื่ออาการป่วยแย่ลง ตุ่มน้ำก็เกิดขึ้น
เสวี่ยเหมยได้ยินข่าวก็รีบมา เมื่อเห็นตุ่มน้ำบนใบหน้าของหวงฝู่หมิงจูก็ตกใจจนถอยหลังไปหลายก้าว แล้ววิ่งออกไปอย่างตื่นตระหนก
ไข้ฝีดาษ!
นี่เป็นโรคติดต่อที่สามารถทำให้ตายได้!
ปีที่แล้วนางกำนัลน้อยติดเชื้อไข้ฝีดาษแล้วแพร่เชื้อให้นางกำนัลหลายคน โรคนี้ไม่มียารักษาให้หายขาดได้ จึงถูกเจ้าวังสังหารแล้วเผาศพไป
เสวี่ยเหมยรู้ถึงความร้ายแรงของโรคนี้
เสวี่ยเหมยตกใจจนมิรู้ว่าจะทำอย่างไร จึงรีบวิ่งไปรายงานท่านน้าหลิน
ท่านน้าหลินอยากร้องไห้แต่ก็หาได้มีน้ำตาไม่ หวงฝู่หมิงจูผู้นี้ เหตุใดจึงทำให้ผู้คนต้องเดือดร้อนถึงเพียงนี้!
เพิ่งจะประสบกับอาการแพ้มาก็ยังมาติดเชื้อไข้ฝีดาษอีก จะให้นางอธิบายเรื่องนี้กับหวงฝู่หลินอย่างไรกัน!
“ข้าจะส่งจดหมายถึงเจ้าวัง ให้เขารีบกลับมาโดยเร็ว!”
ท่านน้าหลินให้อี้เหวินลงจากภูเขาไปเชิญหมอ และใช้วิชาลับส่งจดหมายถึงหวงฝู่หลิน
ทางด้านหวงฝู่หลินยังมิได้ตอบกลับมา ท่านน้าหลินจึงตัดสินใจอย่างเด็ดขาด ให้เสวี่ยเหมยปิดตำหนักรุ่ยจูไว้
ผิวหนังของหวงฝู่หมิงจูก็มีสีม่วงคล้ำ และบางจุดใต้ผิวหนังก็เริ่มมีรอยเลือดออกจาง ๆ
หลิงอวี๋เห็นแล้วก็ตกใจ นางให้เสวี่ยเหมยส่งสุราเข้ามา แล้วใช้ผ้าจุ่มลงในสุราเช็ดให้หวงฝู่หมิงจู แต่เลือดก็มิหยุดและไหลออกมาตลอด
“พี่อาอวี๋ นี่คือโรคเก่าของเจ้าวังน้อย ตราบใดที่นางได้รับบาดเจ็บก็จะมีเลือดออกมามิหยุด ข้าได้ยินจากพี่หญิงคนอื่น ๆ พูดว่า เจ้าวังก็เป็นโรคนี้เช่นกัน พวกนางบอกว่าเป็นเพราะตระกูลหวงฝู่ถูกสาป!”
ปี้เอ๋อร์เอ่ยอย่างเป็นกังวล “นางกำนัลในตำหนักรุ่ยจูได้รับคำสั่งอย่างเคร่งครัดมิให้ปล่อยเจ้าวังน้อยสัมผัสกับสิ่งที่เป็นอันตรายใด ๆ”
“แต่ถึงแม้จะดูแลอย่างระมัดระวังเช่นนี้ แต่เมื่อเจ้าวังน้อยไปชนอะไรเป็นครั้งคราวก็ยังมีเลือดไหลมิหยุดอยู่ดี!”
หลิงอวี๋จึงเอ่ยถามอย่างกังวล “แล้วเจ้าวังรักษานางอย่างไร?”
ปี้เอ๋อร์ยิ้มขมขื่น “เจ้าวังเป็นหมอชั้นเซียน เขาสกัดยาเอง สามารถห้ามเลือดได้! แต่ได้ยินมาว่า เครื่องยาสมุนไพรของยานี้หายากยิ่งนัก ดังนั้นเจ้าวังจึงมีอยู่มิมาก!”
“เจ้าวังน้อยชอบวิ่งเล่น ปีนี้เลือดออกไปสามครั้งแล้ว ยาจึงหมดไปแล้ว เจ้าวังกังวลว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเจ้าวังน้อยอีก ดังนั้นจึงลงจากภูเขาไปหายา!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหมอหญิงทะลุห้วงเวลา
สนุกมากค่ะ ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ กราบค่ะ...
สนุกมาค่ะ มาต่ออีก...
รอ...
นางเอกโดนแผนร้ายไล่ล่าเจ็บตัวจะตายอ่า200+ตอน สุดท้ายจบครึ่งตอน คนร้ายบอกเข้าใจผิด นิยายฟวยไรอ่ะปัญญาอ่อนทั้งเรื่อง...
waitinggg for youuuuuuu...
ความลับยังไม่ได้เปิดเผยเลยค่ะ...
จบแบบนี้ไม่ได้นะคะ...
กลับมาได้เเล้ว...
ขอบคุณนะที่ลงเพิ่ม กำลังสนุกมาก...
คนเขียนกลับมาก๊อนนนน🥹 ทางนี่ใจจะขาดแล้วฮะ...