หลังจากป้อนยาไปแล้ว หลิงอวี๋กับเสวี่ยอวิ๋นก็รอดูผลลัพธ์กันอย่างกระวนกระวาย
แต่ผ่านไปหนึ่งชั่วยามแล้ว เลือดของหวงฝู่หมิงจูยังคงมิหยุดไหลและยังคงไหลออกมาอย่างช้า ๆ
“เหตุใดมิได้ผล?”
หลิงอวี๋รู้สึกปวดหัวขึ้นมา นางมองไปทางเสวี่ยอวิ๋นด้วยสีหน้าสับสน
ดวงตาที่งดงามของเสวี่ยอวิ๋นฉายแววผิดหวัง แต่เมื่อนึกถึงเจ้าวังที่มีทักษะการแพทย์ที่ยอดเยี่ยมก็ยังหมดหนทางกับอาการป่วยของเจ้าวังน้อย การที่อาอวี๋ผู้นี้จะมิสามารถห้ามเลือดของเจ้าวังน้อยได้ก็เป็นเรื่องปกติ
“เจ้าวังเองก็ใช้เครื่องยาสมุนไพรเหล่านี้ด้วยนี่!”
เสวี่ยอวิ๋นหยิบปากกากับกระดาษออกมาเขียนยุกยิกแล้วให้หลิงอวี๋อ่าน
สุดท้ายก็เขียนว่า “เครื่องยาสมุนไพรที่ใช้กับเจ้าวังน้อยคือเห็ดสีม่วงซึ่งหายาก ออกดอกสามสิบปีครั้ง เจ้าวังจึงลงจากภูเขาไปหาเครื่องยาสมุนไพรนี้!”
หลิงอวี๋มองเครื่องยาสมุนไพรที่เสวี่ยอวิ๋นเขียนแล้วจมอยู่ในความคิด
ยาเหล่านี้บางชนิดสามารถห้ามเลือดได้จริง ๆ แต่การรวมกันมิเหมาะสมนัก ดูท่าทางชื่อเสียงการเป็นหมอชั้นเซียนของหวงฝู่หลินนั้นจะเป็นเพียงการโอ้อวด เขามีความรู้เพียงเล็กน้อยในการใช้ยาเหล่านี้
หลิงอวี๋มิเคยได้ยินชื่อเห็ดสีม่วงอะไรนั่นมาก่อน ดังนั้นจึงมิได้ใส่ใจ
หลิงอวี๋ผสมเครื่องยาสมุนไพรใหม่อีกครั้ง คราวนี้หลังจากให้เจ้าวังน้อยกินแล้วเลือดก็ยังคงมิหยุดไหลเช่นเดิม
เสวี่ยอวิ๋นเลิกหวังกับหลิงอวี๋และเดินออกไปอ่านตำราแพทย์ที่ตนนำมา หวังว่าจะหาวิธีช่วยเจ้าวังน้อยได้จากในนั้น
ปี้เอ๋อร์ยุ่งทั้งวัน เหนื่อยมากจนนั่งอยู่ด้านข้างแล้วเผลอหลับไป
หลิงอวี๋รู้สึกเห็นใจนาง จึงเข้าไปเขย่าตัวนาง “ปี้เอ๋อร์ ไปหาที่นอนเถิด! ข้าคอยดูแลเจ้าวังน้อยเอง!”
ปี้เอ๋อร์รีบนั่งตัวตรง ส่ายหัวแล้วเอ่ย “พี่อาอวี๋ ข้ามิเหนื่อย ข้าจะอยู่กับเจ้า!”
“มิเป็นไร ไปพักผ่อนเถิด! หากข้าต้องการเจ้าข้าจะเรียก!”
ปี้เอ๋อร์มิสามารถต้านทานคำของหลิงอวี๋ได้ จึงเดินไปตรงมุมแล้วนอนลง
หลิงอวี๋หมดหนทาง จึงเดินออกไปสูดอากาศ บางทีอาจจะคิดหาวิธีห้ามเลือดได้
นางเดินไปรอบ ๆ โถงใหญ่ แล้วก็ไปถึงกรงขังปู้ติงกับคาเฟยโดยมิรู้ตัว
หลิงอวี๋ชักนิ้วที่เจ็บกลับมา แล้วเลือดก็หยดลงมาจากนิ้วชี้นั้น
เพราะคาเฟยคือหมาป่า เมื่อมันได้กลิ่นเลือดก็เลียเลือดที่พื้น
แต่ปู้ติงนั้นเข้าไปเลียนิ้วของหลิงอวี๋ที่กำลังเลือดออก
หลิงอวี๋ตกใจกังวลว่าปู้ติงจะกัดตน จึงดึงหัวเล็ก ๆ ของมันออก แล้วรีบดึงผ้าออกมาจากเอวพันนิ้วที่เลือดออกไว้
หลิงอวี๋ลืมไปว่าในผ้านั้นห่อลูกปัดสีเขียวที่แม่หมาป่าให้นางไว้ เมื่อดึงผ้าออกมา ลูกปัดสีเขียวก็ถูกดึงออกมาแล้วกลิ้งไปที่พื้น
ปู้ติงมีดวงตาที่เฉียบคม เมื่อเห็นก็กระโดดลงจากอ้อมแขนของหลิงอวี๋พุ่งไปที่ลูกปัดสีเขียวนั้น จากนั้นก็อ้าปากงับลูกปัดสีเขียวเข้าปากไป
“ปู้ติง นั่นมันกินมิได้ รีบคายออกมาเร็วเข้า!”
หลิงอวี๋ตกใจ รีบพุ่งไปคุกเข่าลงกับพื้นง้างปากปู้ติงออก อยากจะให้มันคายออกมา
หลิงอวี๋ง้างปากของปู้ติง แต่ลูกปัดสีเขียวหายไปแล้ว
หลิงอวี๋ทำอะไรมิถูก หากกินลูกปัดสีเขียวนี้ไปแล้วปู้ติงจะเป็นอะไรหรือไม่!

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหมอหญิงทะลุห้วงเวลา
สนุกมากค่ะ ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ กราบค่ะ...
สนุกมาค่ะ มาต่ออีก...
รอ...
นางเอกโดนแผนร้ายไล่ล่าเจ็บตัวจะตายอ่า200+ตอน สุดท้ายจบครึ่งตอน คนร้ายบอกเข้าใจผิด นิยายฟวยไรอ่ะปัญญาอ่อนทั้งเรื่อง...
waitinggg for youuuuuuu...
ความลับยังไม่ได้เปิดเผยเลยค่ะ...
จบแบบนี้ไม่ได้นะคะ...
กลับมาได้เเล้ว...
ขอบคุณนะที่ลงเพิ่ม กำลังสนุกมาก...
คนเขียนกลับมาก๊อนนนน🥹 ทางนี่ใจจะขาดแล้วฮะ...