หลิงอวี๋มองปู้ติงอย่างกังวล แต่ปู้ติงก็มิได้เป็นอะไร
ดูเหมือนมันจะมิพอใจที่หลิงอวี๋ง้างปาก ทำให้มันมิสบายตัว มันจึงพยายามดิ้นให้หลุดออกจากมือของหลิงอวี๋แล้วกลิ้งไปบนพื้นอยู่หลายครั้ง
ปู้ติงร้องออกมาแล้ววิ่งออกไปไกล จากนั้นก็หายตัวไปในทันที
หลิงอวี๋รีบจับคาเฟยใส่ในกรงแล้วไล่ตามไปในทิศทางที่ปู้ติงหายไป
แต่หลังจากไล่ตามรอบแล้วก็ไม่มีวี่แววของปู้ติงเลย
หลิงอวี๋วนดูอีกรอบ แต่ก็ยังมิเจอปู้ติง
หลิงอวี๋หาจนเหนื่อยแล้วจึงคิดว่าปู้ติงกังวลว่าจะถูกตนดุก็เลยไปซ่อนอยู่ที่ไหนสักแห่ง รอตอนรุ่งสางแล้วค่อยหาอีกทีแล้วกัน
นางจึงเดินกลับไปที่โถงใหญ่
หวงฝู่หมิงจูยังคงนอนมิได้สติ เสวี่ยอวิ๋นก็ทนมิไหวหลับไปแล้วเช่นกัน
หลิงอวี๋นั่งอยู่หน้าเตียงของหวงฝู่หมิงจูพลางกังวลใจ หากมิสามารถห้ามเลือดได้ หวงฝู่หมิงจูจะตกอยู่ในอันตราย เช่นนั้นควรทำอย่างไรดี!
นางคิดแล้วก็รู้สึกง่วงเล็กน้อย จึงหลับไปอย่างงุนงง มิรู้ว่าหลับไปนานเท่าใด ทันใดนั้นก็ดูเหมือนจะได้ยินเสียงหมาป่าหอน
ปู้ติงหรือ?
หลิงอวี๋ลืมตาขึ้นทันทีแล้วก็เห็นปู้ติงถูไปมาที่ข้างเท้าของตน
มิเจอแค่ประเดี๋ยวเดียว ดูเหมือนว่ามันจะโตขึ้นเป็นเท่าตัวแล้ว
ตำหนักรุ่ยจูจุดเพียงตะเกียงมิกี่อัน แสงจึงค่อนข้างสลัว หลิงอวี๋ก็ยังคิดว่าตนตาฝาดอยู่
“บรู้ว!”
ปู้ติงใช้ฟันกัดชายกระโปรงของหลิงอวี๋อย่างตื่นเต้น หลิงอวี๋มองลงไปก็เห็นเห็ดหลินจือหิมะหลายกลุ่มและเครื่องยาสมุนไพรที่มิรู้จักอยู่ที่เท้าของตน
นี่ปู้ติงหามาหรือ?
หลิงอวี๋ทั้งประหลาดใจและมีความสุข แล้วความคิดเหลือเชื่อก็เข้ามาในหัวของนาง
หรือว่าปู้ติงรู้ว่าตนกังวลเรื่องการช่วยชีวิตหวงฝู่หมิงจู ดังนั้นจึงตั้งใจหาเครื่องยาสมุนไพรรักษาโรคมาให้ตน?
เพื่อพิสูจน์การคาดเดาของตน หลิงอวี๋จึงอุ้มปู้ติงขึ้นมา
“ปู้ติง เครื่องยาสมุนไพรทั้งสองชนิดนี้สามารถช่วยเจ้าวังน้อยได้หรือ?”
“บรู้ว!”
ปู้ติงพยักหน้าแล้วร้องออกมา
นางอุ้มปู้ติงกลับไปที่กรง พลางกระซิบกำชับ “อย่าวิ่งไปไหนสุ่มสี่สุ่มห้า และอย่าแสดงพฤติกรรมแปลก ๆ ต่อหน้าคนด้วย มิฉะนั้นจะเรียกภัยมาหาตัวเอาได้!”
“อดทนไว้หน่อย รอเจ้าวังน้อยฟื้นแล้ว ข้าจะพาพวกเจ้าออกไปจากที่นี่!”
“บรู๊ว!”
ปู้ติงเลียมือของหลิงอวี๋อย่างรักใคร่ ในใจของหลิงอวี๋ก็ยิ่งตกหลุมรักหมาป่าที่มีจิตวิญญาณตัวนี้
กระทั่งวางปู้ติงกลับเข้าไปในกรงแล้ว หลิงอวี๋พบว่า เมื่อคาเฟยกับปู้ติงยืนอยู่ด้วยกันก็เห็นได้ชัดว่าคาเฟยตัวเล็กกว่าปู้ติงมาก
นางมิได้ตาฝาด ปู้ติงกินลูกปัดสีเขียวเข้าไปแล้วโตขึ้นจริง ๆ
หากยังเป็นเช่นนี้ต่อไป กรงเล็ก ๆ นี้ก็มิสามารถขังมันไว้ได้แล้ว
จู่ ๆ หลิงอวี๋ก็มีความคิดหนึ่งขึ้นมา จึงปล่อยปู้ติงออกมาอีกครั้ง
ปู้ติงมีพลังเหนือธรรมชาติเช่นนี้ มิควรถูกขังอยู่ในกรงให้คนทำร้าย ปล่อยมันไปคงจะดีกับมันที่สุด
“ปู้ติง ข้าคิดว่าเจ้าก็มิอยากอยู่ในกรงหรอก เจ้าไปหาที่ซ่อนเอาเองเถิด! เมื่อข้าต้องการเจ้า ข้าจะผิวปากสองครั้ง!”
ปู้ติงเข้าใจคำพูดของหลิงอวี๋ มันถูชายกระโปรงของหลิงอวี๋ ส่งเสียงหอน แล้วหันหลังหายตัวไปในความมืดราวกับสายฟ้า

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหมอหญิงทะลุห้วงเวลา
สนุกมากค่ะ ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ กราบค่ะ...
สนุกมาค่ะ มาต่ออีก...
รอ...
นางเอกโดนแผนร้ายไล่ล่าเจ็บตัวจะตายอ่า200+ตอน สุดท้ายจบครึ่งตอน คนร้ายบอกเข้าใจผิด นิยายฟวยไรอ่ะปัญญาอ่อนทั้งเรื่อง...
waitinggg for youuuuuuu...
ความลับยังไม่ได้เปิดเผยเลยค่ะ...
จบแบบนี้ไม่ได้นะคะ...
กลับมาได้เเล้ว...
ขอบคุณนะที่ลงเพิ่ม กำลังสนุกมาก...
คนเขียนกลับมาก๊อนนนน🥹 ทางนี่ใจจะขาดแล้วฮะ...