จ้าวหรุ่ยหรุ่ยมิเชื่อว่าหลิงอวี๋จะเป็นฝ่ายวิ่งเข้าหาความตายเสียเอง ทว่าหากตีไปอีกครั้งจริง ๆ แล้วหลิงอวี๋เอาตัวไปเสี่ยงเข้าจริง ๆ จะทำอย่างไรเล่า?
นางจะต้องพาหลิงอวี๋ไปที่ภูเขาศักดิ์สิทธิ์แบบที่ยังมีชีวิตอยู่ จึงจะนำหยกหล้าสุขาวดีออกมาจากร่างของนางได้ หากว่าหลิงอวี๋ตายไป เช่นนั้นแล้วศพนั้นก็จะไม่มีประโยชน์ใด ๆ สำหรับตน
“นางสารเลว เจ้ายังกล้ามาขู่ข้าอีกรึ!”
ใจของจ้าวหรุ่ยหรุ่ยได้โอนอ่อนลงแล้ว แต่ปากยังมิยอมแสดงให้เห็นว่าตนด้อยกว่า นางดึงมือหลิงอวี๋อย่างแรงและเตะออกไป
“หากเจ้าอยากตายก็เชิญไปตายเสีย! อย่างมากข้าก็มิเอาของสิ่งนั้นแล้ว แต่ข้าจะมิยอมให้คนชั้นต่ำเช่นเจ้ามาทำตัวไร้มารยาทกับข้าเป็นอันขาด!”
จ้าวหรุ่ยหรุ่ยเหยียบลงไปบนใบหน้าหลิงอวี๋อย่างรุนแรง จากนั้นก็อาศัยความได้เปรียบของตนถอยออกไป
“ตอนนี้เราอยู่ห่างจากเมืองหลวงแดนเทพหนึ่งพันกว่าลี้ เจ้ารีบรักษาตัวให้หายโดยเร็ว เราต้องรีบไปที่เมืองหลวงแดนเทพ!”
จ้าวหรุ่ยหรุ่ยจ้องมองหลิงอวี๋อย่างโหดเหี้ยม จากนั้นจึงเปิดประตูให้เสี่ยวเอ้อร์ยกอาหารเข้ามา
แม้ว่าหลิงอวี๋จะโดนเตะไปแล้วสองครั้ง แต่กลับมองท่าทีข่มขู่ของจ้าวหรุ่ยหรุ่ยออก นางกำลังกังวลว่าตนจะวิ่งเข้าหาความตาย!
เช่นนี้ก็แสดงว่า ที่ตัวของตนนั้นมีสิ่งที่จ้าวหรุ่ยหรุ่ยต้องการอยู่จริง ๆ ดังนั้นจ้าวหรุ่ยหรุ่ยจึงยอมทนกับตน มิฉะนั้น ดูจากความโหดร้ายของนางก่อนหน้านี้นางก็คงจะสังหารตนไปแล้ว
หลังจากพักผ่อนไปหนึ่งคืน วันรุ่งขึ้นจ้าวหรุ่ยหรุ่ยเช่ารถม้าสองคัน แล้วเดินทางไปยังเมืองหลวงแดนเทพพร้อมกับกลุ่มพวกพ่อค้า
แม้ว่าแดนเทพจะมีความอุดมสมบูรณ์มาก แต่ก็มิใช่ว่าเหล่าราษฎรทั้งหมดจะมิต้องกังวลเรื่องอาหารและอาภรณ์ นอกจากพวกตระกูลใหญ่ ๆ มิกี่ตระกูลแล้ว ก็ยังมีราษฎรอีกจำนวนมากที่ยังคงยากจนข้นแค้นอยู่
ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขายังถูกพวกตระกูลชนชั้นสูงพวกนี้หาวิธีต่าง ๆ มาเอาเปรียบพวกทาสอีก
ดังนั้นที่แดนเทพจึงมีพวกโจรอยู่เช่นกัน จ้าวหรุ่ยหรุ่ยก็กังวลว่าพวกนางจะไปพบเจอพวกโจรเข้า แล้วจะเป็นการยากที่จะเอาชนะพวกนั้นได้ด้วยสองมือนี้ นางจึงไม่มีทางเลือก จำต้องหาข้ออ้างและจ่ายเงินจำนวนหนึ่งเพื่อแฝงตัวเข้าไปปะปนอยู่ในกลุ่มพวกพ่อค้า
หลังจากเดินทางไปได้เพียงครึ่งวัน หัวหน้าสำนักคุ้มภัยก็รู้สึกเวียนหัวตาลายขึ้นมา จากนั้นก็ตกลงมาจากหลังม้า ทำเอาเหล่าผู้คุ้มกันของสำนักคุ้มภัยต่างก็ตื่นตกใจกันในทันใด
หม่าเปียวและพวกผู้คุ้มกันรีบพุ่งไปช่วยประคองหัวหน้าขึ้นมาอย่างรวดเร็ว หัวหน้าหัวแตกและเลือดไหลออกมา เขาหมดสติไปและมีไข้สูงอีกด้วย
ผู้คุ้มกันที่อายุมากหน่อยเห็นอาการเช่นนี้ จึงเอ่ยกับหม่าเปียวด้วยความกังวลอย่างมาก “เสี่ยวเปียว อาการของพ่อเจ้ามิดีเลย เป็นเช่นนี้การสุ่มกินยามิอาจช่วยให้หายได้ เราไปหาหมอมาตรวจเขาเถิด!”
หม่าเปียวยิ้มขมขื่น “ในสถานที่ที่ด้านหน้าไม่มีหมู่บ้านด้านหลังไม่มีโรงเตี๊ยมเช่นนี้ จะไปหาหมอได้จากที่ใดกันเล่า แบกท่านพ่อของข้าขึ้นไปบนรถม้าก่อนเถิด รอให้ถึงตอนที่เราเข้าพักในโรงเตี๊ยมในตอนค่ำ แล้วค่อยไปหาหมอกัน!”
จากนั้นพวกผู้คุ้มกันจึงพากันไปแบกหัวหน้าสำนักคุ้มภัยขึ้นไปรถม้า ซึ่งเป็นรถม้าที่อยู่ข้างหน้ารถม้าที่หลิงอวี๋อยู่พอดี เมื่อหลิงอวี๋ได้ยินเสียงดังนั้นก็ใจเต้นแรง นางโผล่หัวออกไปพร้อมกับตะโกนเรียก
“ข้าพอจะมีทักษะการแพทย์อยู่บ้าง ให้ข้าตรวจหัวหน้าหม่าหน่อยเถิด!”
เมื่อหม่าเปียวได้ยินเช่นนั้น เขาก็ตะโกนขึ้นมาในทันที “แม่นางเจียงรีบลงมาดูท่านพ่อข้าทีเถิด หากเจ้ารักษาพ่อของข้าให้หายได้ ข้าหม่าเปียวจะขอบคุณเจ้าอย่างงามแน่นอน!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหมอหญิงทะลุห้วงเวลา
สนุกมากค่ะ ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ กราบค่ะ...
สนุกมาค่ะ มาต่ออีก...
รอ...
นางเอกโดนแผนร้ายไล่ล่าเจ็บตัวจะตายอ่า200+ตอน สุดท้ายจบครึ่งตอน คนร้ายบอกเข้าใจผิด นิยายฟวยไรอ่ะปัญญาอ่อนทั้งเรื่อง...
waitinggg for youuuuuuu...
ความลับยังไม่ได้เปิดเผยเลยค่ะ...
จบแบบนี้ไม่ได้นะคะ...
กลับมาได้เเล้ว...
ขอบคุณนะที่ลงเพิ่ม กำลังสนุกมาก...
คนเขียนกลับมาก๊อนนนน🥹 ทางนี่ใจจะขาดแล้วฮะ...